Muse Around The World
พิพิธภัณฑ์ [ไม่] มีชีวิต: สุสานบูกิต บราวน์
Muse Around The World
23 พ.ย. 66 972
สิงคโปร์

ผู้เขียน : ปัฐยารัช ธรรมวงษา

In Focus

  • การรำลึกที่ศักดิ์สิทธิ์: สุสานบูกิต บราวน์ เป็นสถานที่สงบเงียบสำหรับเคารพศพ ผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ในการออกแบบและการจัดวางหลุมศพ
  • สายใยแห่งวัฒนธรรม: สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักพิงสุดท้ายของบุคคลสำคัญและผู้อพยพชาวจีนยุคแรก สุสานสามารถบอกเล่าความรุ่มรวยของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาสังคมของสิงคโปร์
  • มรดกทางสถาปัตยกรรม: บูกิต บราวน์ตั้งอยู่ในเขตโนเวนา ตอนกลางของสิงคโปร์ สถาปัตยกรรมสะท้อนศิลปกรรมแบบจีนและผสมผสานที่มีเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ที่ย้อนไปถึง พ.ศ. 2465
  • การอนุรักษ์วัฒนธรรม: โครงการบันทึกข้อมูลบูกิต บราวน์ เกิดจากผลกระทบของการพัฒนาเมือง โครงการดังกล่าวปลุกความสนใจของสาธารณะและการรณรงค์ในรักษามรดกวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งนี้

In content

สุสานเป็นสถานที่ฝังศพ เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และสงบเงียบสำหรับการรำลึกถึงและการไตร่ตรอง สุสานเป็นสถานที่พักผ่อนสุดท้ายของผู้เสียชีวิต การออกแบบและการจัดวางอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยทางวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์ องค์ประกอบของหลุมฝังศพประกอบด้วยพื้นที่ฝังศพ ป้ายหลุมศพ และพื้นที่เคารพศพ องค์ประกอบเหล่านี้มักสะท้อนถึงการแสดงออกส่วนบุคคลและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับความตายและการรำลึกถึง

สุสานบูกิต บราวน์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในสิงคโปร์ เนื่องจากเป็นสถานที่พำนักแห่งสุดท้ายของผู้อพยพชาวจีนยุคแรกและบุคคลสำคัญจำนวนมาก พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจของเกาะสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนถึงชุมชนและผู้คนหลากหลายที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาและก่อร่างสร้างประเทศ

ที่พักสุดท้ายและการระลึกถึง

สุสานบูกิต บราวน์ตั้งอยู่บนถนนลอร์นี (Lornie) เขตโนเวนา (Novena) ทางภาคกลางของประเทศสิงคโปร์ มีสถาปัตยกรรมสุสานแบบจีน และแบบผสมผสานที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางศิลปะ ที่นี่จึงเป็นพื้นที่มรดกอันทรงคุณค่าของสิงคโปร์ สุสานบูกิต บราวน์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับเป็นสุสานชาวจีนแห่งแรกของสิงคโปร์ ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการใน พ.ศ.2465 และปิดให้บริการใน พ.ศ. 2516 สุสานนี้ตั้งชื่อตามจอร์จ เฮนรี บราวน์ (George Henry Brown) เจ้าของบริษัทเดินเรือและนักธุรกิจ ส่วนคำว่า บูกิต หมายถึงภูเขา ภายในสุสานมีหลุมศพจำนวนถึง 100,000 หลุม

ภาพที่ 1 ลักษณะสุสานที่พบได้ทั่วไปในบูกิต บราวน์

การตกแต่งสุสานในบูกิต บราวน์สะท้อนถึงประเพณีการฝังศพของจีน งานแกะสลักหิน ประติมากรรมหิน และจารึกบนแผ่นหินอันวิจิตรบรรจงที่สามารถพบได้ในสุสานหลายแห่ง มักมีการตกแต่งลวดลายจีนโบราณ เช่น เทพ มังกร นกฟีนิกซ์ ดอกไม้ และสัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ ป้ายหลุมศพหรือศิลาจารึกหลุมศพเป็นเครื่องหมายที่พบโดยทั่วไป โดยจะมีคำจารึก เช่น ชื่อผู้เสียชีวิต วันเดือนปีเกิดและวันตาย และบางครั้งเป็นคำจารึกสั้น ๆ สุสานบางแห่งอาจมีรูปปั้นหิน แผ่นจารึกลำดับวงศ์ตระกูล และการตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกที่มีสีสันและลวดลายสดใส

ในบางกรณีสมาชิกในครอบครัวหลายคนอาจถูกฝังอยู่ในแปลงหรือสุสานที่ใช้ร่วมกัน สุสานอาจมีโครงสร้างขนาดใหญ่ที่บรรจุหลุมศพหลายหลุมภายในพื้นที่เดียว ระดับของการตกแต่งจะแตกต่างกันไป แต่รูปแบบโดยรวมได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและศาสนาของจีนที่เกี่ยวข้องกับการเคารพบรรพบุรุษ

ศิลปะเพื่อชีวิตในโลกหน้า

องค์ประกอบที่น่าสนใจในสุสานที่บูกิต บราวน์อย่างหนึ่งคือ ประติมากรรมผู้พิทักษ์สุสาน เช่น รูปสิงโตที่เป็นตัวแทนของการปกป้องและปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย รูปกุมารทอง (Golden boy หรือ กิมท้ง) คู่กับรูปกุมารีหยก (Jade Maiden หรือ เง็กนึ่ง) ซึ่งเป็นผู้นำทางในโลกแห่งวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ ประติมากรรมที่น่าสนใจและเป็นที่กล่าวถึงเสมอคือ ประติมากรรมชายแต่งตัวคล้ายทหารโพกหัวแบบชาวซิกข์ ซึ่งมีการค้นพบถึง 30 คู่ประจำตามสุสานต่าง ๆ ประติมากรรมรูปแบบนี้มีขนาด ใบหน้า รายละเอียดการแต่งตัวที่แตกต่างกัน

ภาพที่ 2 สุสานแบบสามหลุมของตระกูลลิ้ม (Lim)

ตามประเพณีของจีนหลังจากการเสียชีวิตแล้ว จะมีการสร้างรูปปั้นของสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยปกป้องพวกเขาในโลกอื่น การใช้รูปประติมากรรมชาวซิกข์มาประดับสุสาน อาจมาจากความประทับใจในวีรกรรรมความกล้าหาญของทหารชาวซิกข์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 จนอยากให้ทหารซิกข์ช่วยปกป้องในโลกอื่นด้วย บางครั้งมีการตีความรูปประติมากรรมว่าเป็น Jagas หรือ ยามผู้รักษาความปลอดภัยให้สถานที่ เชื่อมโยงกับในช่วงนั้นที่ชาวจีนนิยมว่าจ้างทหารชาวซิกข์มาเป็นผู้คุ้มกันบุคคลและทรัพย์สินด้วย

นอกจากนี้ยังมีสุสานที่เน้นการประดับประดาด้วยกระเบื้องสีสันสวยงาม โดยมากจะตกแต่งด้วยกระเบื้องแบบศิลปะอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวเปอรานากันในยุคหนึ่ง กระเบื้องตกแต่งเหล่านี้มักพบตกแต่งตามอาคารบ้านเรือนที่ร่ำรวยของชาวสิงคโปร์ในอดีต กระเบื้องถือเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง การนำกระเบื้องมาประดับสุสานจึงเป็นการแสดงความมั่งคั่งของผู้ตายเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่

ภาพที่ 3 กระเบื้องประดับสุสานลายนกยูงที่มีความหมายถึงความงามและศักดิ์ศรีหากเปรียบสุสานคือบ้านหลังสุดท้ายของผู้ตายการประดับกระเบื้องสวยงามก็เป็นเหมือนการประดับบ้านให้น่าอยู่เช่นเดียวกัน กระเบื้องที่ใช้ประดับสุสานยุคแรกมาจากยุโรปซึ่งผลิตขึ้นระหว่าง พ.ศ.2433 – 2453 ต่อมาใน พ.ศ. 2463 กระเบื้องจากญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีการนำมาประดับตกแต่งสุสาน ลวดลายของกระเบื้องที่ปรากฏ เช่น ดอกไม้ ผลไม้ และสัตว์ในตำนานตามความเชื่อของจีน ทั้งหมดล้วนมีความหมายในทางมงคลและเสริมฮวงจุ้ยให้กับสุสานนั้น   

ศาสตร์แห่งสุสานของตระกูลออง

สุสานที่โดดเด่นและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งคือสุสานของออง ซัม เหลียง (Ong Sam Leong)        (พ.ศ. 2400 - 2461) นักธุรกิจชาวเปอรานากันที่มีชื่อเสียง สุสานของเขาตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดและครอบคลุมพื้นที่ 600 ตารางเมตร เนินเขานี้มีชื่อว่า Seh Ong Hill มีอีกชื่อหนึ่งว่า Tai Yuan Hill (Tai Yuan Shan) เนื่องจากตระกูลออง มีต้นกำเนิดมาจาก Tai Yuan ในมณฑลซานซี ประเทศจีน อองเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 60 ปีเมื่อ พ.ศ. 2461 ภรรยาของเขาเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2478 ขณะอายุ 73 ปี เธอถูกฝังไว้ข้างสามี ส่วนลูกชายทั้งสองของพวกเขาก็ถูกฝังอยู่ในที่แปลงเดียวกัน

ภาพที่ 4 สุสานของออง ซัม เหลียง และภรรยาสถานที่ฝังศพของครอบครัวออง ได้รับการออกแบบตามหลัก ฮวงจุ้ยเพื่อนำความมั่งคั่งมาให้คนในตระกูลและลูกหลาน ลักษณะของสุสานจะมีพื้นหินแกรนิตรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวขนาดใหญ่มากซึ่งเป็นที่ที่พลังชี่อันเป็นมงคลจะมารวมตัวกัน พื้นที่ตรงกลางปูด้วยกระเบื้องลายดอกไม้ ล้อมรอบด้วยคูน้ำเล็กๆ ที่แต่เดิมเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลามีความยาวถึง 15 เมตร ผนังสุสานตกแต่งด้วยหินสลักเป็นลายต่างๆ เช่น เรื่อง 24 กตัญญูของขงจื่อ ส่วนด้านข้างสุสานยังมีรูปประติมากรรมของทหารชาวซิกข์เป็นผู้พิทักษ์สุสาน และมีศาลเจ้าของถู่ตี้กง เทพแห่งแผ่นดิน ซึ่งมีการสร้างให้มีขนาดใหญ่เกือบเท่ากับสุสานเลยทีเดียว  

สุสาน เมือง และการอนุรักษ์มรดก

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 องค์การขนส่งทางบกแห่งสิงคโปร์ (Land Transportation Authority: LTA) ประกาศโครงการสร้างถนนสี่เลนผ่านสุสานบูกิต บราวน์ เพื่อบรรเทาความแออัดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเพื่อรองรับการเติบโตของการจราจรในอนาคต คาดว่าถนนจะมีผลกระทบสุสานประมาณ 5% ขณะนั้นได้มีการก่อตั้งคณะทำงานโดยสำนักงานพัฒนาเมือง (Urban Redevelopment Authority: URA) และ LTA ร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางในการสำรวจและบันทึกข้อมูลสุสาน หลุมศพ พิธีกรรม และความทรงจำทางสังคมของบูกิต บราวน์

หลังจากนั้นโครงการ Bukit Brown Documentation (https://www.bukitbrown.info/)  ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติตามแนวทางของคณะทำงาน จากเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวสิงคโปร์หันมาให้ความสนใจต่อสุสานบูกิตบราวน์เป็นอย่างมาก ทั้งจากการตระหนักรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในวงกว้างเพื่อรักษาประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศ อีกทั้งข้อกังวลด้านการพัฒนาเมืองของสิงคโปร์ที่สร้างผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรม ดังเช่นกรณีสุสานบูกิต

ภาพที่ 5 ประติมากรรมผู้พิทักษ์สุสานรูปทหารซิกข์

นักเคลื่อนไหวด้านมรดกและสาธารณชนได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุสานบูกิต บราวน์ โดยการใช้โซเชียลมีเดียในการแบ่งปันข้อมูลและการอภิปรายเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสุสาน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ และรับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้สนับสนุนการอนุรักษ์มรดก ทำให้เกิดการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์สุสานบูกิต บราวน์ขึ้นอย่างแข็งขัน กลุ่มเหล่านี้ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินชมเพื่อศึกษาสถานที่และหลุมศพต่างๆ การจัดเวิร์คชอปเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสุสานและความสำคัญของสุสานต่อมรดกของสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมีชุมชนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งชุมชนท้องถิ่น นักประวัติศาสตร์ และบุคคลที่สนใจในการอนุรักษ์มรดก ต่างมีส่วนร่วมในการอภิปรายและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุสานบูกิต บราวน์

การเคลื่อนไหวในระดับรากหญ้าครั้งนี้สร้างความสนใจและการสนับสนุนจากสาธารณชน ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์สนใจและริเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือสาธารณะ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับชะตากรรมของสุสานบูกิต บราวน์ กระบวนการนี้เป็นช่องทางในการแสดงออกต่อสาธารณะ ซึ่งนำไปสู่การตระหนักรู้ของสาธารณชนและการมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการรายงานข่าวในสื่อท้องถิ่น รวมถึงบทความ สารคดี และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งความสนใจของสื่อในการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับสุสานมาสู่สาธารณชนในวงกว้าง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้มีความสนใจในสุสานบูกิต บราวน์เพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นประเด็นสำคัญในการอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์มรดก เหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มทางสังคมในการประเมินคุณค่าและการปกป้องทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในประเทศสิงคโปร์

แหล่งข้อมูล

Bukit Brown Wayfinder: A Self-Guided Walking Trail, available from https://www.singaporeheritage.org/bukitbrownwayfinder/Bukit-Brown-Wayfinder-Guide.pdf

Bukit Brown Experience, available from https://thebukitbrownexperience.wordpress.com/

Ong Sam Leong, A Grand Repose, available from https://bukitbrown.com/main/?p=1185

The Bukit Brown Cemetery Documentation Project, available from https://bukitbrown.info/index.php

Sikh Heritage Trail, available from https://www.facebook.com/sikhheritagetrail

Sikh Statue Trail, available from https://www.roots.gov.sg/places/places-landing/trails/Sikh%20Statue%20Trail

Sikh statues: Tombstone guards, available from https://www.hindustantimes.com/chandigarh/sikh-statues-tombstone-guards/story-Wmn6p5html

BUKIT BROWN CEMETERY: A VINTAGE TILE GUIDE, available from https://jenniferlimart.com/blog/vintage-tile-guide-bukit-brown

DECORATIVE TILES, available from https://thebukitbrownexperience.wordpress.com/symbols/decorative-tiles/

Photo Credits

ภาพปก จาก https://www.roots.gov.sg/en/resources-landing/online-exhibitions/bukit-brown-cemetery

ภาพที่ 1 ©ปัฐยารัช ธรรมวงษา, 2554

ภาพที่ 2 ©ปัฐยารัช ธรรมวงษา, 2554

ภาพที่ 3 ©ปัฐยารัช ธรรมวงษา, 2554

ภาพที่ 4 ©ปัฐยารัช ธรรมวงษา, 2554

ภาพที่ 5 ©ปัฐยารัช ธรรมวงษา, 2554

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ