Muse Around The World
เสวนาสูงวัยสร้างสรรค์: การผสานความรู้กับนวัตกรรม
Muse Around The World
15 ม.ค. 67 290

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

In Focus

  • โคงการความร่วมมือและการวิจัยเรื่อง สูงวัยสร้างสรรค์ (Creative Ageing): เวทีโต๊ะกลมจากความร่วมมือระหว่างบริติช เคานซิล ประเทศไทย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 เน้นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้บทบาทผู้สูงวัยในการสร้างสรรค์ และผลกระทบเชิงบวกในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของศิลปะทุกแขนง
  • บทบาทสถาบันและเทศกาล: องค์กรหลายแห่งเช่นลูมิเนตในสก็อตแลนด์และหอศิลป์แมนเชสเตอร์ในอังกฤษ แสดงตัวอย่างแผนงานและโครงการที่ส่งเสริมสูงวัยสร้างสรรค์ ลูมิเนตที่จัดกิจกรรมตลอดหนึ่งเดือน ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมในสถานที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่วนหอศิลป์แมนเชสเตอร์ถ่ายทอดเรื่องราวความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติต่อสตรีสูงวัยผ่านผลงานศิลปะ
  • ผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงวัย: การทำงานริเริ่มในหลายโครงการที่กล่าวถึงวงเสวนา เช่น House of Memories และ Uncertain Futures ฉายให้เห็นว่ากิจกรรมสร้างสรรค์และศิลปะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพกายและใจของผู้สูงวัยได้อย่างไร แผนงานและโครงการต่าง ๆ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ แต่ยังลดความโดดเดี่ยวทางสังคมและพัฒนาความสุขโดยรวม
  • แนวทางใหม่ ๆ ในสูงวัยสร้างสรรค์: ในวงเสวนา กล่าวถึงแนวทางใหม่ ๆ ในการส่งเสริมสูงวัยสร้างสรรค์ เช่น ผลงานศิลปะจากกิจกรรมศิลปะบำบัดสร้างรายได้ให้ผู้สูงวัย กิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัย และการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการเชื่อมโยงผู้สูงวัยกับสังคม ดังจะเห็นได้จากการทำงานของ “ยังแฮปปี้” และวงดนตรีศิลปินอาวุโส “เบนเน็ตตี้”
  • ประเด็น “วยาคติ” และพลังในผู้สูงวัย: ประเด็นที่ท้าทายในการทำงานคือ วยาคติหรือการเลือกปฏิบัติจากอายุ และการมองเห็นพลังในผู้สูงวัย นั่นคือ สังคมต้องปรับเปลี่ยนในการมองผู้สูงวัยเป็นผู้รับ แต่เห็นพลังในตัวผู้สูงวัย เป็นผู้ที่มีทักษะและความสามารถในเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสังคม  

In Content

กิจกรรม Thailand-UK Creative Ageing Project เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริติช เคานซิล ประเทศไทย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสำรวจบทบาทของนโยบายในระดับชาติของสหราชอาณาจักรและประเทศไทย รวมทั้งแผนงานและกิจกรรมขององค์กรทางวัฒนธรรม เครือข่าย องค์กรพัฒนาเอกชน พิพิธภัณฑ์ ในการพัฒนาศักยภาพความสร้างสรรค์ของผู้สูงวัยและผู้สูงวัยที่เผชิญกับภาวะความทรงจำเสื่อมถอยของทั้งสองประเทศ เสวนาโต๊ะกลมจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรจำนวน 5 คน และจากไทย 1 คน

สิทธิสร้างสรรค์และความผูกพันของชุมชน

เดวิด คัตเลอร์ (David Cutler) ประธานมูลนิธิแบริงที่ดำเนินงานสนับสนุนการทำงานในประเด็นทางสังคมเพื่อสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ เดวิดกล่าวถึงบทบาทขององค์กรในฐานะผู้สนับสนุนทุนเพื่อดำเนินโครงการเพื่อผู้สูงวัย โดยเห็นว่า การเข้าถึงวัฒนธรรมกับการสร้างสรรค์คือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมประโยชน์ให้ผู้สูงวัยพัฒนาสุขภาวะทั้งกายและใจ และมีส่วนสำคัญในการสร้างความแน่นแฟ้นในชุมชน สำหรับในสหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สก็อตแลน์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ แต่ละประเทศมีขนาดประชากรแตกต่างกันและมีระบบในการสนับสนุนสูงวัยสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่นและทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนในแต่ละพื้นที่

ภาพ 1 กลุ่มการแสดง ‘The Company of Elders’ ดำเนินงานโดย Sadler’s Wells ในกรุงลอนดอนที่ส่งเสริมศักยภาพผู้สูงวัย ที่ต้องการท้าทายกับสมมติฐานว่าใครสามารถแสดงนาฏกรรมได้บ้าง กลุ่มการแสดงนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1992 ปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิกที่มีอายุระหว่าง 61 ปีกับ 85 ปี © Belinda Lawley

การขับเคลื่อนศิลปะเพื่อคนทั้งมวลเริ่มต้นในทศวรรษ 1970 จากการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้พิการ และการให้คุณค่ากับมรดกวัฒนธรรมคนอพยพในสังคมสหราชอาณาจักร เช่น เอเชีย แอฟริกัน รวมถึงการเปิดโอกาสให้คนทุกวัยเข้าถึงวัฒนธรรม องค์กรศิลปะและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์ของผู้สูงวัยเติบโตขึ้นตามลำดับจากทศวรรษ 1980 ในเวลานั้น มีองค์กรที่ทำงานในประเด็นดังกล่าวอย่างจำกัด แต่ในปัจจุบันองค์กรที่ส่งเสริมศิลปะชุมชนและศิลปะที่เน้นการมีส่วนร่วมมีจำนวนมากขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยจำนวนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นและการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตทุกมิติของผู้สูงวัย

Celebrating Age เป็นแผนงานที่สำคัญในสหราชอาณาจักรในการสนับสนุนงานสูงวัยสร้างสรรค์ และทำงานร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 32 แห่งและมีกิจกรรมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 2,500 รายการ หลักการสำคัญในการทำงานคือ ความเข้าใจในความต้องการที่แตกต่างของผู้สูงวัยของปัจเจกบุคคลและภูมิหลังแตกต่างกัน การพึ่งพาตนเองของผู้สูงวัย บทบาทขององค์กรศิลปะ และรูปแบบของศิลปะและการสร้างสรรค์ที่เปิดกว้าง ทั้งนี้ การทำงานในอนาคตควรหยิบยกประเด็นทางสังคมต่าง ๆ เช่น ความเหลื่อมล้ำ การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ความหลากหลายทางเพศ รวมถึงวายคติหรืออคติที่เกิดจากความแตกต่างของอายุมาเป็นฐานคิดในการออกแบบแผนงานและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมผู้สูงวัยและลดอคติของสมาชิกในสังคม

เชื่อมอดีตกับปัจจุบันด้วยสินทรัพย์ของพิพิธภัณฑ์

แครอล โรเจอร์ (Carol Rogers) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ลิเวอร์พูล นำเสนอแผลงาน House of Memories ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของพิพิธภัณฑ์เพื่อผู้สูงวัย จากความต้องการในการใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่พิพิธภัณฑ์กับกลุ่มผู้ป่วยในภาวะสมองเสื่อม พิพิธภัณฑ์จึงพัฒนากิจกรรมในระดับกลุ่มเล็กที่สนับสนุนให้ผู้ดูแลผู้สูงวัย (caregivers) สามารถสร้างบทสนทนากับผู้สูงวัยผ่านกิจกรรม เช่น ต้นไม้ความทรงจำ กระเป๋าที่บรรจุวัตถุที่สัมพันธ์กับอดีตของผู้สูงวัย กิจกรรมดังกล่าวกระตุ้นให้ผู้สูงวัยหวนคิดถึง ด้วยความหวังให้ผู้สูงวัยเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงกับตนเองและแบ่งปันความทรงจำที่มีคุณค่ากับคนรอบตัว

ภาพ 2 แอปพลิเคชัน House of Memories โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ลิเวอร์พูล ที่ทำงานร่วมกับหน่วยบริการสุขภาพ ผู้ดูแลผู้สูงวัย ในการใช้กิจกรรมและเทคโนโลยีในการฟื้นฟูหรือการรักษาความจำของผู้สูงวัยและผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม © Gareth Jones

จากนั้น จึงปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแปลงวัตถุพิพิธภัณฑ์หรือจากแหล่งอื่นด้วยแอปพลิเคชัน กลุ่มวัตถุจะได้รับการจัดแบ่งเป็นธีม ผู้ดูแลจะได้รับการอบรมการสร้างบทสนทนาผ่านวัตถุในแอปพลิเคชัน นับเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการเรียนรู้ จากนั้น พิพิธภัณฑ์ขยายงานไปทั่วสหราชอาณาจักร โดยเน้นการทำงานร่วมกับภาคีและเครือข่ายผู้ให้บริการสุขภาพ เป็นการพัฒนาแผนงาน House of Memories อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแผนงานดังกล่าวได้รับการพัฒนาในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้

สิ่งสำคัญที่แครอล โรเจอร์ ย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัย ได้แก่ การทำงานวิจัยและการบันทึกกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรของพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับสังคม และการทำงานต่าง ๆ จะประสบความสำเร็จด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในระดับท้องถิ่นที่ดูแลงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกชุมชน เพื่อให้ผู้สูงวัยและผู้ป่วยในภาวะสมองเสื่อมในระยะต้นและกลางตระหนักในคุณค่าของตนเอง และแก้ไขปัญหาความโดดเดี่ยวทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

สร้างสุขด้วยศิลปะและชุมชน

แครอล ซินแคลร์ (Carol Sinclair) ศิลปินเซรามิก สก็อตแลนด์ ตลอดเวลาสามทศวรรษในผลิตผลงานศิลปะที่สะท้อนประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความสมดุลของชีวิต ในระยะสิบปีนี้ ซินแคลร์ศิลปินมุ่งพัฒนากิจกรรมเพื่อผู้สูงวัยโดยใช้ทักษะศิลปะที่ตนเชี่ยวชาญในการทำงานกับกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วย จากประสบการณ์ส่วนบุคคลที่ต้องดูแลญาติที่เป็นผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม ซินแคลร์จึงเข้าใจความยากและความเครียดที่ผู้ดูแลผู้สูงวัยต้องเผชิญในการทำงาน การพัฒนาเวิร์คชอปสำหรับผู้ดูแลผู้สูงวัยด้วยงานฝีมือจึงเป็นเสมือนการสำรวจภายในของตนในระหว่างการทำงานและปลดปล่อยสิ่งกังวล เช่นเดียวกับที่เธอได้รับจากการทำงานศิลปะในการละวางความวิตกจากการดูแลญาติผู้สูงวัย

ภาพ 3 กิจกรรม “สานสร้างสุข” จากงาน Thailand-UK Creative Ageing Project วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 ด้วยกระบวนการ coaching กับงานฝีมือ มีแครอล ซินแคลร์ และรัชนก เกตุบุญเรือง เป็นวิทยากร ในภาพ แสดงถึงการสร้างความสมดุลด้วยชิ้นงาน “ตุงไย” © หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, 2566

ในการทำงานระดับนานาชาติ แครอล ซินแคลร์ ร่วมกับรัชนก เกตุบุญเรือง ศิลปินไทยและนักสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ ร่วมกันพัฒนาโครงการ Crafting Happiness (สานสร้างสุข) เพื่อพัฒนาผู้ดูแลผู้สูงวัย ผู้จัดกิจกรรม และศิลปินอื่น ๆ ในการประยุกต์ใช้การทำงานศิลปะกับผู้สูงวัย กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ศิลปินและผู้ดูแลผู้สูงวัยเข้าใจกระบวนการงานฝีมือที่ผสานการคิดและงานฝีมือให้ผู้สูงวัยลองทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำ หรือฟื้นทักษะที่เคยทำอีกครั้ง เรียกโดยรวมว่าเป็นการโค้ชชิง (coaching) ในการตั้งคำถามให้กับผู้ปฏิบัติใคร่ครวญในการทำงานฝีมือ เช่น สี ความสมดุล ความรู้สึก ผัสสะต่าง ๆ เพราะหัตถกรรมคือทักษะในการทำซ้ำและทำเป็นชิ้นงาน ความสุขจึงเกิดจากการทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงท้าย แครอลกล่าวถึงกิจกรรมทางสังคมยังเชื่อมโยงกับงานบริการสาธารณสุขที่เรียกว่า social prescribing แนวคิดดังกล่าวเป็นทางเลือกให้กับการบำบัดสำหรับคนไข้ที่เผชิญกับความเจ็บป่วยที่ไม่ต้องใช้ยาในการบำบัด เช่น ความโดดเดี่ยวทางสังคม แพทย์ออกใบสั่งยาให้คนไข้เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม เช่น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ชั้นเรียนอาหาร การทำงานศิลปะ กลุ่มถักนิตติ้ง และเปิดโอกาสในการสนทนาและสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รัฐบาลสก็อตแลนด์ให้ความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ เพราะต้องการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการสร้างสุขภาวะให้กับผู้สูงวัย รวมถึงสมาชิกในสังคมในวงกว้างอย่างมีคุณภาพ

เลนส์ส่องความท้าทายเศรษฐกิจและสังคมของสตรีสูงวัยด้วยศิลปะ

รูธ เอ็ดสัน (Ruth Edson) และคณะทำงานจากหอศิลป์แมนเชสเตอร์ "Making Art Do the Work: Finding Solutions to Health Inequalities in Manchester through Art Partnerships and Research" เป็นหัวข้อในการนำเสนอเพื่ออภิปรายโครงการ Uncertain Futures โครงการเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหอศิลป์แมนเชสเตอร์ สภาเมืองแมนเชสเตอร์ และองค์กรชุมชนต่าง ๆ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากซูซาน เลซี ศิลปินชาวอเมริกันที่ทำงานในประเด็นผู้หญิงกับการเลือกปฏิบัติ โครงการดังกล่าวดำเนินการในระหว่าง ค.ศ. 2019-2022 เพื่อกล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมของสตรีอายุมากกว่า 50 ปี เช่น การทำงานที่ไม่ต่อเนื่องในรูปแบบสัญญาจ้างในระยะสั้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตหลังเกษียณและบำนาญ

ภาพ 4 นิทรรศการในหอศิลป์แมนเชสเตอร์จากงานวิจัย Uncertain Future ที่สะท้อนความท้าทายและสิ่งที่ผู้หญิงอายุ 50+ ปี ต้องเผชิญในการหางานและการดำเนินชีวิต © Manchester Art Gallery

โครงการนี้ใช้ศิลปะและการวิจัยในกระบวนการทำงาน เพื่อตั้งคำถามที่ผู้หญิงในวัย 50-64 ปี ซึ่งยังเป็นช่วงวัยก่อนการเกษียณอายุงาน แต่กลับต้องเผชิญกับการทำงานที่ไม่มั่งคง สุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้หญิงจำนวน 100 คนได้รับการสัมภาษณ์เพื่อให้พวกเธอได้ถ่ายทอดมุมมองและความรู้สึกของตนเอง นำมาสู่การสื่อสารสาธารณะในรูปแบบของนิทรรศการและภาพยนตร์ ข้อมูลส่วนหนึ่งชี้ให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติที่มีต่อสตรีในกลุ่มอายุดังกล่าว สังคมจึงเกิดความตระหนักในประเด็นนี้

โครงการยังคาดหวังให้เกิดการลดภาวะการว่างงานและอคติเชิงโครงสร้าง และต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายดำเนินการแก้ไข เรียกได้ว่าเป็นการวิจัยและการทำงานที่ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง นอกเหนือจากการสื่อสารประเด็นสาธารณะแล้ว จึงเกิดกระบวนการให้คำแนะนำในการพัฒนาทักษะ และการประยุกต์ใช้ทักษะเดิมของผู้หญิงในการแสวงหางาน และโอกาสในอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น

ความสำเร็จของ Uncertain Future สะท้อนให้เห็นจากการได้รับรางวัล 2023 Manchester Cultural Award ในการสะท้อนมุมมองของผู้หญิงให้สังคมได้รับรู้ หอศิลป์แมนเชสเตอร์จัดฉายภาพยนตร์จากการทำงานในเวทีต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นให้สาธารณชนรับรู้ เข้าใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา  รูธชี้ให้เห็นถึงบทบาทของสถาบันทางวัฒนธรรมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของพันธมิตร ภาคี องค์กรระดับท้องถิ่น และสถาบันการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

เทศกาลลูมิเนตด้วยพลังศิลปะ

แอนน์ กัลละเชอร์ (Anne Gallacher) ผู้อำนวยการองค์กรลูมิเนค (Luminate) ประเทศสก็อตแลนด์ องค์กรดำเนินกิจกรรมเพื่อผู้สูงวัยในรูปแบบเทศกาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ค.ศ. 2012 ถึง ค.ศ. 2019 การทำงานเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกับองค์กรหลากหลายลักษณะ ได้แก่ ครีเอทิฟ สก็อตแลนด์ (Creative Scotland) ซึ่งเป็นองค์กรระดับประเทศที่ให้ทุนศิลปะเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ มูลธิแบริ่ง และ “เอจสก็อตแลนด์” (Age Scotland) ที่ทำงานด้านผู้สูงวัย รวมถึงกลุ่มศิลปิน อาสาสมัครในระดับท้องถิ่น

ภาพ 5 เวิร์คชอปสำหรับผู้ดูแลผู้สูงวัยในการสำรวจความสร้างสรรค์ของตนเอง ดำเนินการโดยองค์กรลูมิเนต สก็อตแลนด์ ค.ศ. 2023 และได้รับทุนสนับสนุนจาก Creative Scotland’s Covid Recovery Fund © Luminate Scotland

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนในการจัดเทศกาล องค์กรลูมิเนตมีส่วนสำคัญในการผลักดันและสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่นจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์สำหรับผู้สูงวัย ทั้งเวิร์คชอป ภาพยนตร์ และกิจกรรมอีกหลายลักษณะ ผู้สูงวัยหลายคนได้ลองทำกิจกรรมที่ตนไม่เคยทำมาก่อน หรือบางกรณีเช่นศิลปินสูงวัยได้ฟื้นฟูทักษะที่ตนเคยฝึกฝนในอดีต นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัยในระหว่างกิจกรรมของคนต่างวัยที่ส่งเสริมความเข้าใจในการดำเนินชีวิตและสภาวะของร่างกายและจิตใจที่แตกต่างกันของสมาชิกที่ร่วมกิจกรรม

กิจกรรมในอีกรูปแบบหนึ่งขององค์กรลูมิเนตคือ การการอบรมให้ศิลปินเข้าใจถึงการทำงานร่วมกับผู้สูงวัย และนำมาสู่การออกแบบทำงานกิจกรรมตลอดทั้งปีทดแทนการจัดเทศกาล ด้วยเหตุนี้นับตั้งแต่ ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา องค์กรมุ่งเน้นการส่งเสริมให้องค์กรในท้องถิ่นและศิลปินทำงานกับผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง และเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระดับเล็ก แต่มีคุณภาพในการพัฒนางานสูงวัยสร้างสรรค์ ในระหว่างอุบัติการณ์โรคระบาด อาศัยการทำกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ผู้สูงวัยหลายคนที่ร่วมกิจกรรมเช่นชั้นเรียนเต้นรำ สะท้อนความรู้สึกสนุกสนานและสุขใจในการร่วมกิจกรรมแม้จะมีข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัยทางสุขภาพ

แอนน์กล่าวถึงความสำคัญในการประเมินผลลัพธ์ของการทำงาน โดยเฉพาะความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผลประเมินรับเป็นหลักฐานที่แสดงถึงผลสัมฤทธิ์ของแผนงานและกิจกรรม เช่น การลดภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมและการสร้างความสุขที่ส่งผลต่อสุขภาพกายในผู้สูงวัย เพื่อแสดงให้แหล่งทุนเห็นถึงผลกระทบจากการสนับสนุน ที่สำคัญคือ ความเข้าใจในความต้องการของผู้สูงวัย ที่ทำให้องค์กรลูมิเนตต้องปรับเปลี่ยนและออกแบบแผนงานและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสูงวัยสร้างอย่างเหมาะสมเสมอ

เส้นทางงานสูงวัยสร้างสรรค์ในไทย

ผศ.ดร.เขมิกา ธีรพงษ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ่ายทอดประสบการณ์จาการทำวิจัยเกี่ยวกับสูงวัยสร้างสรรค์ในประเทศไทย อาจารย์เขมิกาได้รับทุนวิจัยจากบริติช เคาวนซิล ประเทศไทยในการศึกษาบทบาทของผู้สูงวัยในงานสร้างสรรค์หลายระดับ

จากการทบทวนประสบการณ์สูงวัยสร้างสรรค์ในประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และอีกหลายประเทศในยุโรป ข้อมูลแสดงจำนวนผู้สูงวัยในงานสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต งานสร้างสรรค์ครอบคลุมกิจกรรมหลากหลายลักษณะ เช่น ละครเวที ทัศนศิลป์ ดนตรี นิเทศศิลป์ หัตถกรรม โดยสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะได้แก่ งานที่เกิดขึ้นจากผู้สูงวัยสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง และงานที่เป็นกิจกรรมเพื่อผู้สูงวัยที่ดำเนินการโดยองค์กรภาคประชาสังคม เอกชน รวมถึงการสร้างกิจกรรมเพื่อพัฒนาความตระหนักในผู้สูงวัยให้กับสังคม

ภาพ 6 เบนเน็ตตี้ (Bennetty) เกิดจากการรวมตัวของศิลปินที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ในการจัดตั้งวงศิลปินอาวุโสและสร้างสรรค์ผลงานดนตรี เพื่อส่งเสริมผู้สูงวัยให้มีโอกาสใช้ความสามารถและทำตามความฝันในวัยเกษียณ © ชูใจและกัลยาณมิตร

สำหรับประเทศไทย ทางการตระหนักในประเด็นผู้สูงวัยตั้งแต่ พ.ศ. 2496 และมีแผนงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ในปัจจุบันเป็นแผนแม่บทฉบับที่ 3 ที่ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2564 เป็นนโยบายสวัสดิการที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเงินช่วยเหลือผู้สูงวัย และการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อคนทั้งมวล อย่างไรก็ดี เนื้อหาในนโยบายและแนวปฏิบัติส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยยังไม่กล่าวถึงสูงวัยสร้างสรรค์

จากการสำรวจกรณีศึกษาตัวอย่าง อาจารย์เขมิกากล่าวถึงรูปแบบกิจกรรมสูงวัยสร้างสรรค์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • หอศิลป์โคราชในบ้านพักคนชราในจังหวัดนครราชสีม เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมศิลปะบำบัดเพื่อผู้สูงวัย และการจัดแสดงและจำหน่วยผลงานให้กับบุคคลภายนอกและผู้มาเยือน
  • ยังแฮปปี้ (Young Happy) วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาสูงวัยอย่างมีพลัง (active ageing) ที่พัฒนากิจกรรมหลากหลายประเภทในการพัฒนาทักษะไอทีให้ผู้สูงวัย และแพลตฟอร์มออนไลน์ในการสื่อสารระหว่างผู้สูงวัยและสังคม
  • ชราชาตรี ที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดโควิด 19 ลูกหลานของคณะละครชาตรีชวนศิลปินเกษียณอายุในจังหวัดอ่างทองกลับมาแสดงอีกครั้งผ่านระบบออนไลน์ และทุกวันนี้ ยังได้รับงานอย่างต่อเนื่อง นับเป็นกิจกรรมที่สร้างพลังให้กับศิลปินอาวุโสในการฟื้นทักษะเดิมของตน
  • มนุษย์ต่างวัยเป็นการทำงานของผู้ประกอบการสื่อออนไลน์ ด้วยการจัดทำสื่อในการสร้างความเข้าใจให้กับคนต่างวัย
  • เบนเน็ตตี้ (Bennetty) เกิดจากการรวมตัวของศิลปินที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ในการจัดตั้งวงศิลปินอาวุโสและสร้างสรรค์ผลงานดนตรี นับเป็นโปรเจคร่วมมือกันระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (Thai Health) และบริษัทชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด เพื่อส่งเสริมผู้สูงวัยให้มีโอกาสใช้ความสามารถและทำตามความฝันในวัยเกษียณ

ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมสูงวัยสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในบริบทต่าง ๆ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทางการต้องพิจารณาแนวทางการสนับสนุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงวัยทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับสังคมและชุมชน โดยมีองค์กรภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาความร่วมมืออย่างเป็นระบบ อาจารย์เขมิกาชี้ให้เห็นปัญหาพื้นฐานที่งานวิจัยค้นพบคือ วยาคติหรือ ageism หรืออคติของคนต่างวัยในการมองผู้สูงวัยที่ต้องพักผ่อนหรือ “สงสาร” มากกกว่าการมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงในผู้สูงวัย แต่ในความเป็นจริงผู้สูงวัยสามารถเป็นพลเมืองสร้างสรรค์ด้วยความเป็นมืออาชีพและผลงานของตน และแสดงบทบาทในเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

ด้วยการสำรวจสูงวัยสร้างสรรค์ในการศึกษาและโครงการต่าง ๆ เผยให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเราในการพิจารณาและส่งเสริมศักยภาพของผู้สูงวัย การขับเคลื่อนการทำงานโดยอาศัยความร่วมมือและกลุ่มบุคคลชี้ให้เห็นว่า ศักยภาพสร้างสรรค์ของผู้สูงวัยที่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ตัวอย่างการทำงาน จากวงเสวนาไม่เพียงสะท้อนถึงประโยชน์สำหรับสุขภาพและปฏิสังสรรค์ของผู้สูงวัยในสังคม แต่เป็นโอกาสที่ผู้สูงวัยจะได้ใช้ศักยภาพในการสร้างสรรค์ของตนเอง นอกจากนี้ โครงการต่าง ๆ ช่วยบ่อนเซาะมุมมองที่แฝงด้วยวยาคติ และขับเน้นภาพของผู้สูงวัยที่มีชีวิตและศักยภาพในการเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของสังคม

ตัวอย่างโครงการอย่าง “House of Memories” ผสานศิลปะกับเทคโนโลยีช่วยเสริมสร้างสูงวัยสร้างสรรค์ได้มากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีช่วยเชื่อมคนต่างวัยและพัฒนาสุขภาวะของผู้สูงวัย ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนเมื่อมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับบทบาทชองผู้สูงวัยในงานสร้างสรรค์ สังคมทุกภาคส่วนจึงควรเห็นคุณค่าและผนวกผู้สูงวัยในการสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมในมิติต่าง ๆ ของสังคม

รายการภาพ

ภาพปก ตัวอย่างกิจกรรมจากการทำงานขององค์กรลูมิเนต กิจกรรมชุมชนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัย © Luminate Scotland จาก https://www.flickr.com/photos/luminatescotland/10992271206/in/pool-luminatescotland/
ภาพ 1  จาก Cutler, David. (2009). Ageing Artfully: Older People and Professional Participatory Arts in the UK. London: The Baring Foundation, p.43.
ภาพ 2  จาก Wilson, Kerry. (2022). Advancing the Role of Museums in Health and Social Care. Liverpool: National Museums Liverpool, p.13.
ภาพ 3  จาก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, 2566
ภาพ 4  จาก https://uncertainfuturesproject.co.uk/ 
ภาพ 5  จาก https://luminatescotland.org/project/carers/discover-cyanotype-with-kit-martin/#gallery-3
ภาพ 6  จาก https://www.youtube.com/c/choojaiandfriends

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ