ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ
![]()
ผลสำรวจในสหราชอาณาจักรพบว่า พิพิธภัณฑ์กว่า สามในสี่ ยังมองว่า “คลังพิพิธภัณฑ์” ของตนถูกใช้งานไม่คุ้มค่า ทั้งที่สาธารณชนสนใจและนักวิจัยก็ต้องการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อยู่มาก ท่ามกลางบริบทเช่นนี้ ผู้เขียนลองนำเสนอเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์สี่แห่งในการเรียนรู้วิวัฒนาการการใช้ประโยชน์คลังสะสมพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์เก่าแก่อย่างกาปิโตไลน์มิวเซียม ในกรุงโรม และวิกตอเรียนแอนด์อัลเบิร์ตในอังกฤษที่เปิดตัว “V&A East Storehouse” และพิพิธภัณฑ์ที่มีการสะสมไม่กี่ทศวรรษอย่างงานสะสมของบัตเลอร์ (Butler Collection) และพิพิธภัณฑ์เอ็มพลัสในฮ่องกงที่เพิ่งเปิดให้บริการเพียง 4-5 ปี แต่ละแห่งมีเหตุปัจจัยและแนวทางในการนำวัตถุมา “นำเสนอ” แตกต่างกัน แต่ละแห่งตีโจทย์เรื่องการเข้าถึงในมุมต่างกัน
กรณีศึกษาในการกำหนดรูปแบบการเข้าถึงวัตถุสะสม
ก่อนจะเปรียบเทียบเชิงนโยบายและผลลัพธ์ ลองพิจารณาพิพิธภัณฑ์ที่ “เปิดคลัง” ออกสู่สาธารณะด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ นานา โดยไล่เรียงตามลำดับเวลา เพื่อปูพื้นให้การวิเคราะห์ในส่วนถัดไป
กาปิโตลิเนมิวเซียม (Capitoline Museums) ในกรุงโรม ปี ค.ศ. 1471 สมเด็จพระสันตะปาปาซิกซ์ทัส ที่ 4 ทรงพระราชทานประติมากรรมสำริดโบราณจากท้องพระคลังให้เมืองโรม พร้อมให้จัดแสดงกลางแจ้งบนเนินกาปิโตไลน์ สมบัติหลวงจึงแปรเปลี่ยนเป็นมรดกของพลเมือง เปิดทางให้คนทั่วไปได้ชมอย่างเสรี แม้ยังไร้ป้ายคำอธิบาย แต่นับเป็นการเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าถึงมรดกล้ำค่าที่เป็นศาสนสมบัติ
ประติมากรรมหินอ่อนรูปเท้าขนาดยักษ์ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของรูปสลักจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 ตั้งอยู่ในลานพิพิธภัณฑ์กาปิโตลิเน กรุงโรม (ภาพจาก Through Eternity Tours. (2020, February 26). Capitoline Museums tour: Courtyard of the Palazzo dei Conservatori [Photograph]. https://www.througheternity.com/upload/CONF83/20200226/capitoline_museums_tour_constantine_ck-01-tSa-730X490.jpeg)
สำหรับพิพิธภัณฑ์วิกตอเรียแอนด์อัลเบิร์ตถือกำเนิดในยุควิกตอเรียเพื่อยกระดับงานออกแบบอังกฤษ และเติบโตจนสะสมวัตถุกว่า 2.8 ล้านชิ้น พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียแอนด์อัลเบิร์ตเปิด V&A East Storehouse เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2025 ซึ่งอาศัยการดัดแปลงอาคารถ่ายทอดสดโอลิมปิกเก่าที่สแตรตฟอร์ด พื้นที่ทั้งสี่ชั้นกว้างขวางและรองรับการเก็บงานสะสม 250,000 ชิ้น หนังสือ 350 000 เล่ม และเอกสารจดหมายเหตุ 1ม000 ชุด นอกจากนี้ เปิดให้ผู้ชมสังเกตการซ่อมแซมของนักอนุรักษ์ และไฮไลต์สำคัญคือบริการ Order an Object ในการเลือกผลงานที่สนใจศึกษา เพื่อให้ภัณฑารักษ์นำมาให้ชมและศึกษาอยู่เบื้องหน้า
ในงานสะสมส่วนบุคคล ลองพิจารณาคอลเลคชันบัตเลอร์ นักการทูต เซอร์ไมเคิล บัตเลอร์ ใช้เวลาสี่ทศวรรษสะสมเครื่องลายครามจีนสมัยศตวรรษ ที่ 17 และนำพื้นที่ เมื่อครอบครัวดัดแปลงคอกม้าเป็นแกลเลอรี และไม่ใช้ตู้กระจกเป็นอุปสรรคการพินิจวัตถุ แต่เสริมวิดีโอแอนิเมชันสั้นอธิบายเทคนิคการสร้างชิ้นงานและเตาเผาของเครื่องปั้นดินเผาที่แตกต่างกัน ผู้ชมจึงสามารถชมชิ้นงานได้อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยทำเลห่างไกลและทีมงานขนาดเล็กจึงจำกัดจำนวนผู้เข้าชม แต่มีช่องทางในการเข้าถึงคลังวัตถุในระบบออนไลน์
ในฮ่องกง เอ็มพลัสมิวเซียม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสิ่งสะสมที่เกี่ยวข้องกับงานสร้างสรรค์แบบทัศนศิลป์ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม งานออกแบบโปสเตอร์ และอื่น ๆ เผชิญกับข้อจำกัดพื้นที่ เอ็มพลัสมิวเซียมออกแบบ “เดอะคาบิเนต” ผนังแผงเลื่อน 40 บานที่ดัดแปลงมาจากเทคโนโลยีคลังสินค้า ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมชิ้นงานที่แตกต่างกัน ทุกสองชั่วโมงแผงดังกล่าวจะเลื่อนชิ้นงานที่ติดตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย และโปสเตอร์ราว 200 ชิ้น ให้ผู้ชมให้ชมอย่างใกล้ชิ้น และมีจอสัมผัสที่ชวนผู้ชมติดตามเนื้อหาด้วยคำถามปลายเปิด เปิดโอกาสผู้ชมตีความก่อนอ่านข้อมูล ระบบนี้หมุนเวียนผลงานช่วยกระตุ้นบทสนทนา แต่คงจำกัดเฉพาะงานสองมิติ
ในภาพรวม จากรูปหล่อสำริดกลางแจ้งสู่แผงเก็บงานเลื่อนอัตโนมัติ ของสะสมในคลังพิพิธภัณฑ์เข้าใกล้ผู้ชมมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนต่อไปจะสำรวจว่าอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ และอุปสรรคใดที่ยังหลงเหลืออยู่
พินิจการเข้าถึง (Accessibility) ด้วยมุมมองสามด้าน
การทำให้ของสะสม “เข้าถึงได้” ไม่ใช่เพียงการเผยสิ่งสะสมสู่สาธารณะ แต่จะต้องพิจารณาในสามด้านที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ (1) มิติทางกายภาพและผัสสะ มักตั้งคำถามว่า ผู้ชมจะเข้าใกล้วัตถุได้แค่ไหนโดยไม่ทำอันตรายต่อชิ้นงาน ประเด็นนี้เชื่อมโยงทั้งนักอนุรักษ์และผู้ออกแบบนิทรรศการ (2) มิติด้านข้อมูลและการตีความ พิจารณาว่าผู้ชมเข้าใจสิ่งที่เห็นได้ง่ายเพียงใด กลยุทธ์ป้ายคำอธิบาย การสื่อสารของเจ้าหน้าที่ และเครื่องมือดิจิทัล ล้วนมีบทบาทสำคัญ (3) มิติด้านการวิจัยและประโยชน์สังคม มองว่านักวิชาการหรือหน่วยงานสามารถเข้าถึงตัวอย่างและข้อมูลได้รวดเร็วเพียงไร ซึ่งขึ้นอยู่กับมาตรฐานการลงทะเบียนและฐานข้อมูลเรียลไทม์ ดั้งนั้น การใช้เกณฑ์ทั้งสามด้านนี้เป็นฐานในการวิเคราะห์ “การเปิด” ของคลังพิพิธภัณฑ์สี่แห่งบนฐานเดียวกัน แม้แต่ละแห่งจะแตกต่างกันอย่างหลายประการ ทั้งระยะเวลาการก่อตั้ง ปริมาณสิ่งสะสม และพันธกิจ
ผู้เข้าชมใช้จอสัมผัสหน้า “เดอะคาบิเนต”—ผนังเก็บงานแบบเลื่อนอัตโนมัติของพิพิธภัณฑ์ M+ ฮ่องกง (ภาพจาก Leung, D. (2023). The Cabinet, M+ Hong Kong [Photograph]. Courtesy of M+ Hong Kong. https://cdn.ca.emap.com/wp-content/uploads/sites/12/2023/06/The-Cabinet_1_architectural_review_museums_storage.jpg)
3.1 การเข้าถึงเชิงกายภาพ พิพิธภัณฑ์คาปิโตเน่ใช้วิธีพื้นฐานที่สุด คือจัดวางรูปหล่อสำริดกลางลานสาธารณะให้ใครก็ชมได้ แต่ก็เผชิญกับเงื่อนไขของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลร้ายต่อวัตถุ ทั้งแสงแดดทำลายสี และแรงสั่นจากการจราจร ทำให้หินอ่อนแตกร้าว จึงยากที่จะนำเสนอแบบนั้นในปัจจุบัน ส่วนคอลเลคชันบัตเลอร์เลือกนำเสนอผลงานศิลปกรรมด้วยชั้นไม้โล่งให้คนพินิจผู้ชมได้พินิจความงดงามของเครื่องกระเบื้องอย่างใกล้ชิด ทว่าเสริมระบบควบคุมอุณหภูมิ–ความชื้นอย่างแม่นยำ ชี้ให้เห็นว่าความใกล้ชิดของผุ้ชมกับชิ้นงาน และการอนุรักษ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าวัตถุไม่เปราะบางเกินไป ส่วนคลังสตอร์เฮาส์ของวีแอนด์เอและเอ็มพลัสมิวเซียมที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบรางอัตโนมัติ และเซนเซอร์สิ่งแวดล้อมเพื่อลดแรงกระแทก เปิดให้ผู้ชมเดินชมใกล้ชิดกับชิ้นงานด้วยเทคโนโลยี ตัวอย่างทั้งสี่ชี้ให้เห็นว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ชมเข้าถึงสิ่งสะสมของพิพิธภัณฑ์ขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจด้านการจัดการ” ไม่ใช่ขนาดอาคาร และเป็นตัวกำหนดว่าคลังจะเปิดนั้นสามารถบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด
3.2 การเข้าถึงเชิงข้อมูลและการตีความ พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งมีรูปแบบในการนำเสนอเนื้อหาแตกต่างกัน ดังเช่นพิพิธภัณฑ์แคปิดโตเนนั้น ไม่มีป้ายเลย สำหรับการนำเสนอประติมากรรมกลางแจ้ง ส่วนวีแอนด์เอสตอร์เฮ้าส์เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีโอกาสสนทนากับภัณฑารักษ์ ส่วนคอลเลคชันบัตเลอร์ นอกเหนือากป้ายบรรยาย ยังมีการใช้คลิปแอนิเมชันขนาดสั้นเพื่อสื่อสารข้อมูลที่น่าสนใจ ส่วนเอ็มพลัสมิวเซียมให้ผู้ชมเชื่อมโยงภาพด้วย Visual Thinking Strategies นั้นการใช้คำถามและส่งเสริมพลังความคิดของผู้ชมมากขึ้น ฉะนั้น การออกแบบการเข้าถึงข้อมูลของสิ่งสะสมพิพิธภัณฑ์มีส่วนในการกระตุ้นการเรียนรู้ที่หลากหลายได้
3.3 การเข้าถึงเพื่อวิจัยและประโยชน์สังคม หากพิจารณาการเข้าถึงข้อมูลของคลังสะสมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างปัจจุบันทันด่วนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ในกลุ่มพิพิธภัณฑ์ตัวอย่าง มีเพียงพิพิธภัณฑ์วีแอนด์เอ และเอ็มพลัสมิวเซียมที่เปิดข้อมูลคลังแบบเรียลไทม์ให้นักวิจัยหรือนักออกแบบร้องขอตัวอย่างและข้อมูลประกอบได้รวดเร็ว ส่วนคอลเลคชันบัตเลอร์เปิดรับนักวิจัยเป็นกรณี ฉะนั้น การบริหารจัดการข้อมูลของคลังสะสมพิพิธภัณฑ์มีความสำคัญยิ่งในยุคดิจิทัลไร้พรมแดน
“คลังเปิด” มักถูกนำเสนอผ่านภาพอาคารสุดล้ำ ผนังกระจกใส รางเลื่อนอัตโนมัติ หรือโกดังโชว์ของ แต่เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ทั้งสี่แห่งชี้ให้เห็นลักษณะการเปิดคลังที่กว้างกว่านั้น สถาปัตยกรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพิจารณา แต่การออกแบบบริการและการจัดการข้อมูลมีความสำคัญเฉกเช่นกัน ฉะนั้น หากสามารถกำหนดเวลาเปิดคลังที่ชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ประสานงาน และปรับปรุงข้อมูลคลังให้ทันสมัย ก็เพิ่มการใช้งานและความพึงพอใจได้อย่างชัดเจน
พิพิธภัณฑ์สี่แห่งนี้ย้ำว่าการเข้าถึงมีอย่างน้อยสี่ชั้นที่ต้องทำงานประสานกัน ได้แก่ หนึ่ง ระยะกายภาพ นั่นคือผู้ชมเข้าใกล้วัตถุได้แค่ไหน สอง ความชัดเจนในการตีความ ผู้ชมสามารเข้าใจวัตถุได้ง่ายเพียงใด สาม คุณค่าต่อการวิจัย นักวิชาการสามารถขอเข้าถึงและใช้วัตถุสำหรับการศึกษาได้รวดเร็วแค่ไหน และสุดท้าย การเข้าถึงเชิงดิจิทัล ข้อมูลได้รับการออกแบบให้สื่อสารในระยะไกลได้ดีเพียงใด อนาคตของคลังเปิดจึงไม่อยู่ที่โชว์ “มรดก” สุดอลังการ แต่อยู่ที่ฐานข้อมูลและความพร้อมบุคลากรในการบริการ เพื่อชี้ว่า “คลังเปิด” มิใช่กระแสความนิยมของพิพิธภัณฑ์ แต่คือคำสัญญาต่อสาธารณะที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง
อ้างอิง
Keene, S. (2008). Collections for people: Museums’ stored collections as a public resource. Museums Association.
Suarez, A. V., & Tsutsui, N. D. (2004). The value of museum collections for research and society. BioScience, 54(1), 66–74. https://doi.org/10.1641/0006-3568(2004)054[0066:TVOMCF]2.0.CO;2
อ่านเพิ่มเติม
บทความชุด “Fun Facts on Muse” บนเว็บมิวเซียมสยามได้รวบรวมเรื่องเพิ่มเติม
ภาพปก การติดตั้ง “เพดานตอร์รีโฆส” สร้างราว ค.ศ. 1490 ภายใน V&A East Storehouse เพดานไม้แกะสลักลายมูเดฆาร์ถูกแขวนสูงเท่าของเดิม เปิดให้ผู้ชมสังเกตลายทองและโครงสร้างอย่างชัดเจน
© Victoria and Albert Museum, London
(ภาพจาก Victoria and Albert Museum. (2024). Installation of the Torrijos Ceiling, made c. 1490 from the Palacio de Altamira in Torrijos at V&A East Storehouse [Photograph]. https://offloadmedia.feverup.com/secretldn.com/wp-content/uploads/2024/10/22151559/Installation-of-the-Torrijos-Ceiling-made-c1490-from-the-Palacio-de-Altamira-in-Torrijos-at-VA-East-Storehouse-%C2%A9-Victoria-and-Albert-Museum-London-1024x683.jpg)