ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ
![]()
ในหลายประเทศทั่วโลก พิพิธภัณฑ์และโครงการทางวัฒนธรรมกำลังหันมาสำรวจ “พื้นที่นอกกำแพง” ของตนเองมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจว่าความคิดสร้างสรรค์หยั่งรากและเติบโตในชีวิตประจำวันได้อย่างไร สิงคโปร์คือหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่น ในบทความนี้ ชวนผู้อ่านสำรวจสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า พื้นที่ชั้นล่าง (Void Deck) ใต้แฟลตที่พักอาศัยของการเคหะที่รัฐอุดหนุน (HDB) พื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่ทั้งส่วนบุคคล และก็ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะโดยสมบูรณ์ หากแต่เป็น “พื้นที่ร่วม” ที่ผู้คนในชุมชนใช้พบปะ สังสรรค์ หรือจัดงานศพ สานต่อสายสัมพันธ์ทางสังคม
มาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของะ บทบาททางสังคม วิธีการที่รัฐบาลและชุมชนใช้พื้นที่เหล่านี้ และวิธีที่ศิลปินร่วมสมัยนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างสรรค์ โครงการล่าสุดของคณะละครดรามาบ็อกซ์ (Drama Box) ในเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ชั้นล่างสามารถกลายเป็น “พื้นที่ที่มีชีวิต” ที่ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างสายสัมพันธ์ได้อย่างไร เมื่อนำทั้งหมดนี้มาพิจารณาร่วมกัน จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ว่าจินตนาการทางวัฒนธรรมสามารถเบ่งบานได้ ไม่เพียงแต่ในพิพิธภัณฑ์ หากแต่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่ในชีวิตประจำวัน
การเคหะ การออกแบบ และกำเนิดของพื้นที่ชั้นล่าง
หลังจากสิงคโปร์ได้รับเอกราช ประเทศต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมหาศาล การเคหะแห่งชาติ (Housing and Development Board: HDB) ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. 2503 เพื่อสร้างแฟลตความหนาแน่นสูง มาทดแทน “กัมปง” และห้องแถวแออัดที่ไม่เอื้อต่อสุขอนามัยของผู้อาศัย แฟลตในยุคแรกมักมีร้านค้าและที่อยู่อาศัยอยู่ชั้นล่าง แต่ภายในทศวรรษ 2510 นักวางผังเริ่มตระหนักว่าการปล่อยพื้นที่ชั้นล่างให้โล่งสามารถตอบสนองผู้อยู่อาศัยได้ดีกว่า จึงเกิดเป็นพื้นที่ชั้นล่างของอาคารการเคหะฯ ควรเป็นพื้นที่กว้าง โปร่ง ลมโกรก และมีเพียงเสากับพื้นเปิดโล่งแทนผนังทึบ
วัตถุประสงค์ไม่ได้มีเพียงด้านโครงสร้างหรือการใช้งาน แต่ยังเป็นการสร้าง “ที่พักผ่อน” ท่ามกลางเมืองหนาแน่น เป็นพื้นที่ที่เพื่อนบ้านได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสืบสานวิถีชีวิตแบบกัมปงในสภาพแวดล้อมแนวดิ่ง แฟลตบล็อก 26 ที่ถนนคลินิก (Jalan Klinik) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2506 ถือเป็นตัวอย่างแรก ต่อมา พ.ศ. 2516 การออกแบบนี้ก็ได้กลายเป็นมาตรฐานในแฟลตใหม่เกือบทั้งหมด สิ่งที่อาจเป็นเพียง “ที่ว่าง” ในทางกายภาพ จึงกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่สำคัญของสิงคโปร์ในทางปฏิบัติ
ชีวิตทางสังคมในพื้นที่ชั้นล่าง
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ชั้นล่างได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตชุมชนในสิงคโปร์ ที่นี่เป็นสถานที่ที่หลากหลายกิจกรรมเกิดขึ้น ตั้งแต่งานมงคลสมรสแบบมลายู งานศพแบบจีน งานเลี้ยงปีใหม่ งานวันเกิด ไปจนถึงการประชุมคณะกรรมการชุมชน ในยามปกติ พื้นที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่เล่นของเด็ก เป็นที่นั่งพักผ่อนของผู้สูงวัย และเป็นที่พบปะพูดคุยสบาย ๆ ระหว่างเพื่อนบ้าน
รัฐบาลเองก็ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่นี้ โดยพัฒนามาเป็นศูนย์กิจกรรมของคณะกรรมการประจำเขต (Residents’ Committee Centres) มุมผู้สูงอายุ (Senior Citizens’ Corners) หรือแม้แต่ห้องสมุดสำหรับเด็กในบางชุมชน นอกจากนี้ ยังมีโครงการศิลปะชุมชนที่นำผนังว่าง ๆ ของพื้นที่ชั้นล่างมาทำเป็นแกลเลอรีขนาดย่อม ด้วยการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและเสริมสร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน
พื้นที่ชั้นล่างเปิดโล่งของโครงการที่อยู่อาศัยมีเสาโถง โปร่งสบาย เห็นโต๊ะกลมพร้อมม้านั่งโค้ง ราวสเตนเลส ป้ายประกาศ และท่อสาธารณูปโภค โดยมีพื้นที่สีเขียวและลานจอดรถอยู่ด้านนอก บริเวณดังกล่าวมักใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของชุมชน เช่น พบปะพักผ่อน เล่นเกมกระดาน จัดงานแต่ง/งานศพ และประชุมลูกบ้าน
(แหล่งข้อมูล mailer_diablo. (2005, October 7). Void deck on the ground floor of a Housing and Development Board flat, Singapore [Photograph]. Wikimedia Commons. https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Void_deck_on_the_ground_floor_of_a_Housing_and_Development_Board_flat,_Singapore_-_20051007.jpg)
อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นนี้ก็มาพร้อมความท้าทาย หลายครั้งที่เกิดข้อร้องเรียนเรื่องเสียงดังจากงานแต่งหรืองานศพ หรือความแออัดเมื่อติดตั้งศูนย์ดูแลเด็กและผู้สูงวัยในพื้นที่ อีกทั้งการออกแบบแฟลตใหม่ในช่วงหลังทำให้พื้นที่ชั้นล่างลดขนาดลง หรือถูกแทนที่ด้วยศาลาชุมชนบนดาดฟ้าและสวนแนวตั้ง ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าสถานที่พบปะอย่างไม่เป็นทางการซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ชั้นล่างอาจค่อย ๆ เลือนหายไป
ถึงอย่างนั้น ความหมายเชิงสัญลักษณ์และทางสังคมของพื้นที่ชั้นล่างของโครงการการเคหะยังคงชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นทั้ง “พื้นที่ว่าง” และ “พื้นที่ที่มีชีวิต” ของผู้คนในเมือง อีกทั้งเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราว ความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่เกิดขึ้นเสมอ
ความสร้างสรรค์ในสภาพแวดล้อม HDB
นอกเหนือจากบทบาทในฐานะ “พื้นที่ร่วม” ของชุมชน พื้นที่ชั้นล่างของโครงการการเคหะฯ ยังเป็นเวทีทดลองทางศิลปะที่สำคัญของสิงคโปร์ในหลายทศวรรษนี้ ศิลปินรุ่นใหม่และกลุ่มศิลปะชุมชนจำนวนมากนำผลงานออกจากพิพิธภัณฑ์และห้างในย่านธุรกิจ มาสู่บันได ระเบียง และพื้นที่ชั้นล่างในที่อยู่อาศัย (heartlands) นับเป็นการส่งเสริมให้ศิลปะเป็นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพลเมือง เช่น การตั้งคำถามเรื่องการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วม ความทรงจำท้องถิ่น และอัตลักษณ์ ในชีวิตประจำวันของผู้คนจริง ๆ ตัวอย่างเช่น Golden Staircase (2017) ของ Priyageetha Dia ที่ปิดทองขั้นบันไดในบล็อกที่ตนเองอาศัย ผลงานเรียบง่ายแต่น่าฉุกคิดนี้ทำให้พื้นที่ธรรมดากลายเป็นสิ่ง “คุ้นตาแต่แปลกใหม่” จนเกิดบทสนทนาใหม่ในสังคมว่า ใครกันแน่มีสิทธิ “จัดวาง” หรือ “ตีความ” พื้นที่สาธารณะในที่อยู่อาศัยร่วมกัน
Golden Staircase” (2017) โดย Priyageetha Dia ที่บล็อก 103 Jalan Rajah บันไดส่วนกลางของแฟลต HDB ถูกปิดด้วยแผ่นฟอยล์สีทอง เปลี่ยนพื้นที่ใช้งานทั่วไปให้กลายเป็นงานศิลปะแทรกแซงชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องศิลปะกับข้อบังคับการใช้พื้นที่สาธารณะ ก่อนที่ศิลปินจะรื้อฟอยล์ออกในเวลาต่อมา (แหล่งข้อมูล: Dahm, P. (2017, March 12). The art of walking a fine and golden line. Patrick Dahm (patorikku.net). https://www.patorikku.net/golden-staircase-art-or-vandalism)
ในอีกด้าน โครงการศิลปะเชิงกระบวนการ (participatory/community art) คือการออกแบบกิจกรรมให้ผู้อยู่อาศัยเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสำคัญ เช่นงานละครชุมชน เวิร์กช็อปภาพเหมือน ไปจนถึงการแปลงพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นห้องนั่งเล่นสาธารณะชั่วคราวเพื่อคุยเรื่องที่เปราะบาง เช่น การสูงวัย การจากไป และความห่วงใยกันในชุมชน แนวทางเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า “โครงสร้างสถาปัตยกรรม” จะมีชีวิตขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี “โครงสร้างทางสังคม” มาหล่อเลี้ยง
ฉะนั้นศิลปะจึงทำหน้าที่ในการตั้งคำถาม กระตุ้นการรับรู้ และเชื่อมโยงผู้คนในละแวกที่อยู่อาศัยให้เห็นคุณค่าของความธรรมดาสามัญ มากไปกว่านั้น กลไกนโยบายสาธารณะอำนวยให้บุคคลและกลุ่มบุคคลใช้พื้นที่ในการทดลองศิลปะชั่วคราว ก็ช่วยเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นมิตรต่อชุมชนและอยู่ร่วมกับกติกาของเมืองได้ เมื่อศิลปิน ชุมชน และผู้ดูแลเมือง “ออกแบบร่วมกัน” ให้พื้นที่ชั้นล่างในโครงการที่อยู่อาศัย ก็กลายเป็นอาณาบริเวณชีวิตที่มีทั้งความหมายและความงามในเวลาเดียวกัน
ดรามาบ็อกซ์และโครงการ Art in the Commons: Cassia
ธรรมเนียมการใช้พื้นที่ร่วมที่มีชีวิตชีวาเช่นนี้เองที่จุดประกายให้กลุ่มละครดรามาบ็อกซ์ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นด้านงานศิลปะเพื่อสังคม เปิดตัวโครงการ Art in the Commons: Cassia พ.ศ.2565 โครงการดังกล่าวจัดขึ้นที่ย่านแคสเซีย เครสเซน (Cassia Crescent) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รองรับการย้ายถิ่นของผู้สูงวัยจำนวนมากจากดาโกตาเครสเซนต์ (Dakota Crescent) ที่ถูกรื้อถอน การย้ายถิ่นทำให้สายสัมพันธ์ระยะยาวของชุมชนสะบั้นลง ทว่าพื้นที่ชั้นล่างของโครงการที่อยู่อาศัยสามารถเป็นพื้นที่ตั้งต้นในการสานสัมพันธ์ขึ้นใหม่
ภายใน void deck มีป้ายข้อมูล Boleh Bank หลายภาษาและโต๊ะพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ชาวชุมชนมาสนทนา ลงทะเบียน และจับคู่ข้อเสนอ เปลี่ยนมุมตู้จดหมายให้ศูนย์d]k’สำหรับแลกเปลี่ยนทักษะระหว่างเพื่อนบ้าน ภายใต้โครงการ Art in the Commons: Cassia (แหล่งข้อมูล: Drama Box. (n.d.). Art in the Commons: Cassia – Boleh Bank sign-up in void deck [Photograph]. Facebook. Retrieved 15 September 2025, from https://www.facebook.com/photo?fbid=1399485282186286&set=pcb.1399561945511953)
ศิลปินของกลุ่มดรามาบอกซ์ ร่วมกันจินตนาการพื้นที่ให้เป็น “เวทีชีวิต” (living stage) โดยใช้รถเข็นเคลื่อนที่ที่ชวนให้นึกถึงแผงลอย เป็นทั้งเครื่องมือและสัญลักษณ์ในการตระเวนพูดคุย ทำแผนที่เรื่องเล่า และชวนผู้อยู่อาศัยแบ่งปันประสบการณ์ของย่าน กิจกรรมชุมชนอย่าง “Hello Party” และ “Chinese New Year Party” เปลี่ยนพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นอาณาบริเวณแห่งความรื่นรมย์ร่วมกัน ที่โดดเด่นที่สุดคือ “Boleh Bank” ธนาคารคุณงามความดีที่ให้ชาวบ้าน “ฝาก–ถอน” ทักษะชีวิตแทนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร งานถักโครเชต์ ไปจนถึงคำแนะนำด้านสุขภาพ
กระบวนการสร้างสรรค์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อความบันเทิง แต่ชี้ชัดว่า “ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของชุมชนคือผู้คนและความสามารถในชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย” การแปลงพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นพื้นที่ศิลปะ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วในวิถีชีวิต ปรากฏชัดขึ้นและเรียนรู้ร่วมกัน
ชีวิตประจำวันในฐานะเวทีสร้างสรรค์
เรื่องราวของพื้นที่ชั้นล่างของโครงการที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ชี้ให้เห็นว่าสถาปัตยกรรม ชุมชน และวัฒนธรรม สามารถมาบรรจบกันเพื่อค้ำจุนชีวิตทางสังคมในเมืองหนาแน่นได้อย่างไร เดิมออกแบบมาเพื่อเป็นสถานที่สำหรับผู้อยู่อาศัยได้ผ่อนคลายจากข้อจำกัดของตึกสูง พื้นที่ชั้นล่างยังเป็นบริเวณของงานมงคล งานศพ พื้นที่เล่นของเด็ก และการพบปะในชีวิตประจำวัน ทั้งพิธีกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคมก่อรูปความทรงจำของชุมชน
ชาวชุมชนนำชิ้นงานถักโครเชต์สีสันสดใสไปติดตั้งบนเครื่องเล่านในสนามเด็กเล่น หลอมรวมผลงานส่วนบุคคลให้เป็นศิลปะร่วมของชุมชน กิจกรรมเรียบง่ายนี้ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ชั้นล่างในโครงการที่อยู่อาศัยและพื้นที่เล่นใกล้เคียงสามารถกลายเป็น “พื้นที่ที่มีชีวิต” สำหรับการสร้างสรรค์และความเป็นเจ้าของร่วมได้ (แหล่งข้อมูล: Drama Box. (n.d.). Art in the Commons: Cassia – Community crochet installation [Photograph]. Facebook. Retrieved 15 September 2025, from https://www.facebook.com/photo?fbid=1399485282186286&set=pcb.1399561945511953)
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ศิลปินได้เพิ่มมิติใหม่ ๆ ให้พื้นที่เหล่านี้ เปลี่ยนพื้นที่ชั้นล่างและบันไดให้เป็นพื้นที่สะท้อนคิดและถกเถียง ตั้งแต่ผลงาน Golden Staircase ของ Priyageetha Dia ไปจนถึงละครชุมชนว่าด้วยการสูงวัยและอัตลักษณ์ เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถเบ่งบานนอกกำแพงของแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ ฝังตัวอยู่ใจกลางที่อยู่อาศัยประจำวัน
โครงการ Art in the Commons: Cassia ของดรามาบอกซ์ก็เช่นกันที่แปลงให้พื้นที่ชั้นล่างเป็นอาณาบริเวณที่ชาวบ้านได้แบ่งปันทักษะ เรื่องเล่า และความหวังต่อย่านของตน โครงการจึงแสดงให้เห็นว่า ศิลปะสร้างได้ทั้งประสบการณ์ด้านความงาม และพลังในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน
สำหรับพิพิธภัณฑ์และสถาบันวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่จำเป็นต้องจำกัดในห้องจัดแสดง พิพิธภัณฑ์สามารถทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ร่วม” ที่สามารถยืดหยุ่น เปิดให้มีส่วนร่วม และสอดรับกับจังหวะชีวิตของชุมชน เมื่อเราโอบรับพื้นที่ธรรมดาให้เป็นเวทีวัฒนธรรม ศิลปะก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หล่อเลี้ยงความเป็นเจ้าของร่วม และเปิดประตูสู่จินตนาการที่งอกงาม
ภาพปก หยิบ ยิว ชอง ถ่ายทอด “งานศพที่จัดใน void deck ของแฟลต HDB”—ฉากธรรมดาแต่ใกล้ชิด—ในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวสิงคโปร์ รายละเอียดคุ้นตาปรากฏครบ ทั้งพวงหรีด ฉากผ้าสีน้ำเงิน ญาติ ๆ สนทนาและเล่นไพ่ รถขบวนศพกับวงดนตรีอยู่ด้านนอก ผ้าซักตากตามหน้าต่าง และเจ้าหน้าที่เขียนใบสั่งจอดรถ—เป็นหนึ่งฉากย่อยของผลงานยาว 60 เมตร I Paint My Singapore ของศิลปิน (แหล่งข้อมูล: Yip, Y. C. (2022, July 9). [Painting post depicting an HDB void deck funeral — detail from “I Paint My Singapore”] [Facebook post]. Facebook. https://www.facebook.com/photo?fbid=10159877970893610&set=pcb.10159877971093610)
แหล่งข้อมูล
Koh, J. (2020, January 31). Void deck [Infopedia article]. National Library Board. https://www.nlb.gov.sg/main/article-detail?cmsuuid=e342b869-736c-4e4c-a346-47b164663572
Lim, W. (2025, September 4–5). Art in the Commons: Cassia [Conference presentation]. International Colloquium on Creative Ageing in Museums, Museums and Ageing programme (a collaboration between the National Discovery Museum Institute and British Council Thailand), Online.
Tan, A. (2013). Void decks (Community Heritage Series III). National Heritage Board. https://www.nhb.gov.sg/~/media/nhb/files/resources/publications/ebooks/nhb_ebook_void_decks.pdf
Wood, S. (2020). Making space: Singapore, artists & art in the public realm. The Journal of Public Space, 5(4), 137–154. https://doi.org/10.32891/jps.v5i4.1408