Museum Core
จากจอแก้วขาวดำ ถึงจอสี สู่ทีวีสีรุ้ง ( ตอนที่ 2 )
Museum Core
06 มิ.ย. 61 2K

ผู้เขียน : ชานันท์ ยอดหงษ์

 จากจอแก้วขาวดำ ถึงจอสี สู่ทีวีสีรุ้ง ( ตอนที่ 2 )

 

 

 

จากทีวีขาวดำ สู่ทีวีสีนับตั้งแต่ทศวรรษ 2510 และพัฒนามาสู่การออกอากาศผ่านเครือข่ายดาวเทียมใน พ.ศ. 2545 และด้วยระบบดิจิทัลเมื่อ พ.ศ. 2557 ช่วยขยายพื้นที่ช่องทางในการส่งสารมากขึ้น LGBT ก็พลอยขจรขจายไปหลากหลายมิติมากขึ้น นำไปสู่ละคร เกมโชว์ รายการวาไรตี้หลากหลายทางเพศ ตามช่องทีวีระบบดิจิทัลจำนวนมาก กระจัดกระจาย ขนานไปกับทีวีช่องกระแสหลักอย่าง ช่อง 3, ช่อง 7 ที่ยังคงผลิต เนื้อหาเดิม ๆ เช่น สายลับจับแอ๊บ (2560, ช่อง 3) ด้วยแนวคิด “พวกแอ๊บจะกินชะนี” หรือสำนึกเหยียดคนรักเพศเดียวกันในนามของ “แก้ทอมซ่อมดี้” นำไปสู่การนำเสนอเรื่อง “รักกันพัลวัน” (2560, ช่อง 3) ขณะเดียวกันรายการทางช่อง 7 “ฟ้ามีตา” เสนอตอน “ยารักษาเอดส์” ในพ.ศ. 2558 ที่สร้างความเข้าใจว่า “กลุ่มรักร่วมเพศและพฤติกรรมเบี่ยงเบน” และติดเชื้อความสำส่อน หรือมีคนรักที่สำส่อน


สำหรับทีวีช่องทางเลือกใหม่ ๆ เกย์กะเทยเป็นพิธีกรหรือผลิตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากมายขึ้น เช่นรายการท่องเที่ยว “เทยเที่ยวไทย” (2554, แบงแชนแนล, ช่องวัน), เกมโชว์ “สแกนเกย์” (2556, Tigercrychannel ใน YouTube) ต่อมาเป็น “ได้เวลาสแกน” (2557, อมรินทร์ทีวี) เป็นการแข่งขันทายว่าใครเป็นชายรักต่างเพศหรือรักเพศเดียวกัน จากความเข้าใจว่าเกย์ต้องเป็นเช่นไร, รายการ “ทอล์ก-กะ-เทย Tonight (2558, GMM 25), “Take Guy Out Thailand” (2559, LINE TV) ที่ให้เกย์มาทำความรู้จักและเลือกคู่


หญิงข้ามเพศและชายรักเพศเดียวกันที่ปรากฏบนหน้าจอแก้วมากขึ้นนั้น อยู่ในฐานะ “สีสัน” ที่ต้องตลก ปากจัด รักสนุก ทะลึ่ง รักสวยรักงาม หรือเพื่อโฆษณาสินค้าเพื่อความสวยความงาม ตามรายการที่สักแต่จะต้อน LGBT เข้าฉากให้พูดเจื้อยแจ้วอะไรก็ได้ระหว่างกล้องส่องหน้า ขอให้มีประชากรเกย์กะเทยยัดใส่ในรายการ ทำให้คนดูหัวเราะก็พอ ตั้งชื่อรายการให้มี LGBT ในนั้น ก็เชื่อว่าเป็นความเท่าเทียมทางเพศแล้ว ทำให้วาไรตี้ทีวีที่ไม่ค่อยจะวาไรตี้เท่าไร กะเทยเกย์ยังคงอัตลักษณ์เดิม ๆ น้ำเสียงเดิม ๆ มุกตลกเดิม ๆ ซื้อผู้ชายกิน บ้าผู้ชาย


ขณะที่ซีรีส์ต่าง ๆ มีตัวละครหลักที่หลากหลายเรื่องราวและเพศวิถีเพศสภาพ เช่น ตัวละครหญิงรักหญิงใน “สงครามนางงาม” (2557-2558, ช่องวัน) เพิ่มบทและตัวละครหญิงรักหญิงมากขึ้นในซีซั่นที่ 2 (2559, ช่องone), สงครามแย่งผู้ To Be Continued (2559, ช่อง GMM25), เกย์และหญิงที่ช่วงชิงชายคนรักที่รักได้ทั้ง 2 เพศ ใน “บ่วงเสน่หา” (2560, ช่อง One), เรื่องราวกลุ่มเพื่อนของเกย์และเพื่อนสาวแบบซีรีส์อเมริกันชื่อดัง Sex and the City ใน “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์” ซีซั่น 1- 2 (2559-2560, GMM 25, ไลน์ทีวี) หรือ “นางแค้น” (2560, ช่อง workpoint) ละครโรแมนติก-ดราม่า-สยองขวัญ ที่หญิงข้ามเพศนางโชว์เป็นตัวละครหลัก รวมไปถึงละครตอนต่าง ๆ ในซีรีส์ในสกุล Club Friday ทางช่อง GMM Channel


อย่างไรก็ตามมันก็มีเส้นบาง ๆ ขั้นความแตกต่างระหว่างการนำเสนอความสัมพันธ์ทางเพศของหญิงรักหญิงในฐานะ subject ของเรื่อง กับ นำผู้หญิงมาแสดงความใคร่กันเป็น object เพื่อสนอง fantasy ผู้ชายในโลกปิตาธิปไตย เช่นเดียวกับการนำเสนอเพศวิถีชายรักชายเพื่อให้กลุ่มสาววายเสพ ตามกระแสตลาด หรือเพื่อแสดงความยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคม


เพศวิถีของพวกเขาและเธอจึงกลายเป็นสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครเจาะตลาดกลุ่มวาย ซึ่งมักดัดแปลงมาจากนิยายวาย อันเป็นวัฒนธรรมย่อยที่มีอิทธิพลต่อ pop culture นำไปสู่การเล่าเรื่องเพศสภาพเพศวิถีของคู่ตัวละครหลักในซีรีส์ที่ผลิตออกมาดารดาษอย่างต่อเนื่องเช่น Love Sick The Series รักวุ่น วัยรุ่นแสบ ซีซั่น 1-2 (2557-2558, ช่อง MCOT), มิติรักผ่านเลนส์ ตอน รุ้งสีเทา (2559, PPTV HD 36), Make It Right The Series ซีซั่นแรก (2559, ช่อง MCOT) ซีซั่น 2 (2560, ช่อง Line TV), SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง, (2559, ช่อง One), เดือนเกี้ยวเดือน (2560, ช่อง One), I Am Your King ผมขอสั่งให้คุณ (2560, ช่อง ThaiCCTV), Together With Me อกหักมารักกับผม (2560, Line TV) และซีรีส์ที่แทรกคู่ตัวละครรองเช่น The Extra วงการร้าย วงการรัก (2559, ช่อง MCOT), Bad Romance The Series ตกหลุมหัวใจยัยปีศาจทาง (2559, ช่อง PPTV), Water Boyy The Series (2560, ช่อง GMM25) และอื่น ๆ ประเดประดังฉายอีกมากมาย


แม้ว่าซีรีส์กลุ่มนี้ทำให้วัยรุ่นเข้าใจถึงการแสวงหาประสบการณ์ เรียนรู้เพศสภาพเพศวิถีด้วยตนเอง ทำความรู้จักตนเองในวัยแสวงหา และเข้าใจความหลากหลายลื่นไหลทางเพศ แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับโลกทัศน์รักต่างเพศนิยม ด้วยเหตุนี้ ในฉากที่แสดงถึงความรักระหว่างเพศเดียวกัน ใน “Hormones วัยว้าวุ่น” (2556-2558, ช่องในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) ที่เป็นซีรีส์บุกเบิกแผ้วถางทางให้กับซีรีส์แนวเดียวกัน ยังคงมีคำเตือนใต้ภาพว่า "เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ" ขณะที่ฉากระหว่างผู้หญิงคือ "เป็นเสถานการณ์เฉพาะบุคคล ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำแก่ยาวชน" ทำให้ละครซีรีส์กลุ่มนี้ดูเหมือนว่าเป็นแต่เพียงการปั้นดาราหน้าใหม่ ใช้บทรักเพศเดียวกันท้าทายความสามารถและสร้างชื่อเสียงนักแสดง หรือให้ใช้ประโยชน์จากกระแส pop culture มากกว่าจะสนทนาเกี่ยวกับสิทธิและการเข้าถึงทรัพยากรทางสังคมและรัฐ ของ LGBT ที่ยังไม่เสมอภาคกับชายหญิงรักต่างเพศ


อย่างไรก็ตามในฐานะ pop culture มันก็ทรงพลังพอที่จะค่อย ๆ สลายวัฒนธรรมค่านิยมแบบ binary ภายในหมู่เกย์และการนิยามเกย์ที่แบ่งออกเป็นเกย์ควีนต้องมี “ความเป็นหญิง” เกย์คิงมีลักษณะ “ความเป็นชาย” มีคุณสมบัติอัตลักษณ์แบบขั้วตรงข้ามกัน แบบชุดความคิดดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลมาจาก โก๋ ปากน้ำ คอลัมนิสต์ชื่อดังในยุค 1980’s ผู้มีอิทธิพลต่อความคิดความอ่านเรื่อง LGBT ในยุคนั้น


แม้ว่าละครทีวีดิจิทัลเหล่านี้ยังไม่ไปถึงจุดที่เรียกได้ว่ารื้อสร้างโครงสร้างสังคมและรัฐที่ยังอยู่ในกรอบว่ารักต่างเพศเป็นเรื่องปรกติ (heteronormative) เป็นเพียงการเปิดพื้นที่ความหลากหลายทางเพศเท่านั้น ก็ยังกลายเป็นที่รำคาญใจแก่ที่ศิลปินหัวเก่า เช่น บิลลี่ โอแกน นักร้องรักต่างเพศที่เคยมีชื่อเสียงเฉพาะยุค Analog กล่าวโจมตีการนำเสนอเพศวิถีรักเพศเดียวกัน ในละคร Club Friday The Series ลงในเฟซบุ๊กของตัวเองเมื่อ พ.ศ. 2558 ว่า


"ผมเห็นละครตุ๊ดเกย์ ช่อง gmm 25 มีดูดปากกันด้วยอะ เฮ้ยยยยยยย ไปเปิดช่องสีม่วงโดยตรงเลยดีไหม ไม่ได้แอนตี้ตุ๊ดเกย์ แต่คิดว่ามันมากเกินไปที่แสดงภาพอุจาดแบบนี้ เปิดช่องสีม่วงไปเลยเถอะ ขอร้อง เอไทม์ ผู้ผลิตละคร น่าจะคำนึงถึงความเหมาะสมบ้าง เด็กเล็กเปิดดูมันเอาอย่างบ้างจะว่าไง ผู้ผลิตต้องมีวิจารณญาณก่อนจะนำเสนอนะครับ ไม่ใช่โยนให้ผู้ชมโดยหวังแต่เรตติ้งจะเสื่อมไปถึงไหน แย่มาก"


ในยุคที่มีอินเทอร์เน็ต ทีวีไม่ใช่ช่องทางเดียวในการชมละครอีกต่อไป มีซีรีส์ไม่กี่เรื่องที่กล้าพูดถึงประเด็นใหญ่ ๆ ในสังคมปิตาธิปไตยและรักต่างเพศนิยม และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นอย่าง GAY OK BANGKOK ซีซั่น 1 (2559, Youtube) ซีซั่น 2 (2560, Line TV) ทั้ง 2 ซีซั่นกำกับโดยทิชากร ภูเขาทอง ที่บอกเล่าชีวิตเกย์อันหลากหลาย บทสนทนามีความซับซ้อนอย่างมีวุฒิภาวะไม่ใช่ซีรีส์เกย์วัยรุ่นใส ๆ บุฟเฟต์คู่จิ้นดื่นดาษตามช่องทีวี หรือสักแต่จะยัดฉากรักเพศเดียวกันในละคร จนตัวละครรักเพศเดียวกันเป็น object ให้คนดูนั่งจับจ้อง หรือแรงใส่กันไปมา มองข้ามความสมเหตุสมผลความเป็นไปได้


มากไปกว่านั้น GAY OK BANGKOK ยังกล้าหาญที่จะพูดถึง HIV ในฐานะเงื่อนไขการดำรงชีวิตไม่ใช่ความเจ็บป่วยหรือโรคทางสังคม เหมือนละครเรื่องอื่น ๆ ที่มักเอา HIV เป็นผลลัพธ์ของเซ็กซ์นอกกรอบสังคมศีลธรรมบรรทัดฐานในฐานะบทลงโทษ


และเมื่อแอพพลิเคชั่น Line TV ในฐานะทีวีส่วนตัวบนสมาร์ทโฟน ที่ตอบสนองพฤติกรรมการชมทีวียุคดิจิทัล ไม่เพียงเพิ่มช่องทางในการชมรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับ LGBT มากขึ้น ยังนำวัฒนธรรม Drag Queen ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในโลกภาษาไทยด้วยการนำ RuPaul's Drag Race มาฉายพร้อมซับภาษาไทย ก็ทำให้ RuPaul's Drag Race เริ่มเป็นที่รู้จักและพูดถึงในโลกที่ใช้ภาษาไทยทันทีตั้งแต่ต้น พ.ศ. 2560 และต่อมา ค่ายกันตนาซื้อลิขสิทธิ์ RuPaul's มาผลิต Drag Race Thailand ฉาย Line TV ในพ.ศ. 2561 ซึ่ง Drag มักถูกรวมไปอยู่ในวัฒนธรรมเควียร์และเป็นมิตรกับเกย์กะเทย


อย่างไรก็ตาม จากทีวีจอขาวดำ มาถึงจอสี สู่ทีวีดิจิทัล และการชมละคร เกมโชว์ รายการต่าง ๆ โดยไม่ต้องผ่านทีวี ได้นำพาเพศสภาพเพศวิถีเริ่มปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เคยปรากฎก็คือ พวกเขาและเธอในมิติของการใช้ชีวิต อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าของคู่รักเพศเดียวกัน หรือการสนทนากับผู้ชมอย่างจริงจังเกี่ยวกับขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อสู้กับความไม่เสมอภาคทางเพศ การละเมิดสิทธิของ LGBT การเลือกปฏิบัติโดยภาครัฐและสถาบันสำคัญต่าง ๆ อย่างน้อยที่สุดการจดทะเบียนสมรสที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

 

 

ชานันท์ ยอดหงษ์

 

 

 

บรรณานุกรม

ชานันท์ ยอดหงษ์. (2555). กว่าจะมาเป็น “ปรีดี เกลียดตุ๊ด”. ใน อ่าน ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2555.


ลลิตา ธีระสิริ. (2530). เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้เป็นเกย์. กรุงเทพฯ: รวมทรรศน์.


อั้ม เนโกะ. (2557) "กะเทยไม่เคยนอกใจ" : มายาคติของความเมตตาในสังคมไทย. ใน มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 34 ฉบับที่ 1755 (4-10 เม.ย. 2557)

 

 

Museum Siam Knowledge Center


Genders & sexualities in modern Thailand / edited by Peter A. Jackson & Nerida M. Cook.


Thai sex talk :the language of sex and sexuality in Thailand / Pimpawun Boonmongkon and Peter A. Jackson,editors ; Timo Ojanen, translator.

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ