Museum’ Core: นิยามของ ‘เจ้าหน้าที่นำชม’ สำหรับคุณทั้งสองคนคืออะไร
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
เหมือนคนเล่าเรื่อง ให้ความรู้เอาเนื้อหาในนิทรรศการมานำเสนอให้ผู้ฟังเข้าใจได้ ย่อยข้อมูลถ่ายทอดเรื่องราวเป็นคำพูดจากที่เขาต้องอ่านเองทั้งหมดเราก็มาสรุปให้เขาฟังทำให้เขาสนุกขึ้น และต้องคำนึงอยู่เสมอว่าผู้ชมที่เข้ามามีพื้นฐานที่ไม่เท่ากัน เราต้องปูพื้นฐานให้เขาเข้าใจก่อนในระดับหนึ่ง
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
ใช่ ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เขาเข้าใจข้อมูลของนิทรรศการ เป็นผู้แปลงสารจากตัวอักษรในนิทรรศการ อย่างคำบางคำวิชาการเกินไปบางครั้งเราอ่านแล้วยังงงเลย เช่น คำว่าเพศภาพ ถ้าเราไม่มีพื้นฐานการรับรู้ข้อมูลตรงนี้มาก่อนเราจะไม่เข้าใจเลยว่าเพศภาพคืออะไร
Museum’ Core: เจ้าหน้าที่นำชมมีหน้าที่อย่างไรในนิทรรศการ
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
มีการดูแลนิทรรศการ ดูแลสิ่งของจัดแสดงต่าง ๆ ดูแลเรื่องความสะอาด เตรียมสื่อ ดูความเรียบร้อยว่าตรงไหนชำรุดบ้าง เตรียมความพร้อมต่าง ๆ ก่อนเปิดนิทรรศการ
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
เราเหมือนเป็นทั้งไกด์ เป็นทั้ง รปภ. รวมถึงแม่บ้าน 3 อย่างนี้ที่อยู่ในคนหนึ่งคน ไม่ใช่แค่นำชมอย่างเดียวหรือแค่เปิดปิดประตูอย่างเดียว ต้องดูว่ามีปัญหาอะไรไหม บางครั้งเป็นช่างซ่อมด้วยบางสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ แต่อะไรที่เกินความสามารถก็ต้องแจ้งภัณฑารักษ์
Museum’ Core: คิดว่าเจ้าหน้าที่นำชมมีส่วนสำคัญในนิทรรศการอย่างไร ยิ่งในปัจจุบันบางครั้งเทคโนโลยีอาจจะมาแทนที่เจ้าหน้าที่นำชมได้
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่นำชมที่เป็นคนก็จะมีปัญหาในเรื่องการจัดการความเรียบร้อย เรื่องเส้นทางการชม ปัญหาจุกจิก แต่ถ้าทุกอย่างพร้อมมาก ๆ เครื่องมือพร้อม ผู้ชมพร้อม อักษรพร้อม เทคโนโลยีพร้อม ไม่มีข้อบกพร่อง อีกข้อหนึ่งที่สำคัญคือผู้ชมต้องไม่มีข้อสงสัยที่จะถามด้วยนะ ถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าหน้าที่นำชมตัดออกไปได้เลยเพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่เทคโนโลยีให้ได้ไม่เท่ากับคนก็คือเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนนั่นแหละที่จะต้องมีการโต้ตอบกัน
Museum’ Core: การเตรียมตัวในเรื่องของข้อมูลที่จะมาใช้ในการนำชมเป็นอย่างไร
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
วิจัยประกอบนิทรรศการก็ได้อ่านค่ะ นอกจากนี้บทความที่เกี่ยวข้องกับ LGBT ก็อ่าน บทความอื่น ๆ บน Facebook, Website ที่นอกเหนือจากภัณฑารักษ์มอบหมายให้อ่าน เพราะตอนนี้ทำงานนิทรรศการนี้เราต้องหาความรู้จากสื่ออื่น ๆ ด้วย วัน ๆ ก็จะบ้าหาอ่านที่เกี่ยวกับ LGBT นี้แหละ
Museum’ Core: มีวิธีการพูดหรือนำชม ต่อผู้ชมในวัยที่ต่างกันอย่างไร
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
ถ้าเป็นวัยนักศึกษา เราจะพูดอารมณ์เหมือนเป็นเพื่อนเป็นน้องเรามันพูดง่ายกว่าแค่มีแค่คำว่า ค่ะ เพื่อให้สุภาพเท่านั้น
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
แต่ถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ไปเลยจะยากมากนะ อย่างเป็นเด็กประถม อนุบาล ไม่ใช่ว่าง่ายนะ ยากเข้าไปอีกต้องใช้คำพูดที่เขาเข้าใจง่ายพูดแล้วเห็นภาพ
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
ยกตัวอย่างถ้าจะบอกเขาว่า ‘เลสเบี้ยน’ เขาก็ไม่เข้าใจต้องบอกประมาณว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมีความรู้สึกดี ๆ ต่อผู้หญิงด้วยกัน ถ้าไปบอกว่าเป็น เกย์ เลสเบี้ยน ทรานเจนเดอร์ เขาก็จะไม่เข้าใจไม่รู้จัก ถ้าน้องไม่เข้าใจแสดงว่าเราสื่อสารบกพร่องจะไม่โทษว่าเขาไม่รู้นะแต่เป็นเพราะเราพูดไม่เข้าใจเอง
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
ส่วนกรณีผู้สูงอายุไปเลยก็มีความท้าทายเหมือนกัน เคยคุยกับผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปลาย ๆ เขามาเป็นหมู่คณะเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ คือเขางงมากเขาก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระเทย ทอม ทั่วไปเนอะ พอเขาเข้ามาฟังปุ๊บมันไม่ได้มีแค่กะเทยกับทอมเหรอ มันมีเพศมากกว่านั้นอีกเหรอก็เลยยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เราก็ต้องใช้คำอธิบายให้ง่ายเหมือนเด็กเหมือนกัน เช่น คนที่เขาเป็นผู้หญิงเขาอยากแต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงก็มีนะคะ เหมือนมันสวนทางกับการรับรู้ที่ผ่านมาตลอด 50 ปี เอาจริง ๆ ผู้ชมกลุ่มเด็กกับกลุ่มผู้สูงอายุดูเหมือนจะต่างกันนะแต่ก็คล้าย ๆ กันจะต่างตรงที่ว่า เด็กเพิ่งเกิดมาไม่มีประสบการณ์ แต่ผู้ใหญ่เขามีประสบการณ์ก็จริงแต่เป็นประสบการณ์ชุดเดิม เพราะฉะนั้นความรู้พวกนี้เหมือนเป็นความรู้ใหม่ ที่ต้องเรียนรู้ใหม่เช่นกัน
Museum’ Core: จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ชม มีความน่าสนใจอะไรที่อยากจะเล่าไหม
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
กรณีที่มาเป็นครอบครัวน่าสนใจมาก มี 2 กรณี หนึ่งพอรู้ว่าเป็นนิทรรศการเรื่องอะไรก็พาลูกออกเลย แต่อีกแบบคือเต็มใจที่จะเข้าชม มีการสอนลูกให้คำแนะนำหรือพอไปเจอของต่าง ๆ เช่นแท่งโม ก้นปลอม ก็แนะนำอย่างดีใช้คำอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าเพศมีความหลากหลาย อย่างไปตอนท้ายสุดของนิทรรศการที่มีการให้โหวตเขาก็ใช้คำอธิบายที่ดีที่น้องสามารถเข้าใจง่ายซึ่งน่ารักมาก เช่นคำถามว่า พ่อแม่ที่มีความหลากหลายทางเพศจะรับได้ไหม เขาก็ใช้คำพูดว่าถ้าป๊าชอบผู้ชายด้วยกันหรือม๊าแต่งตัวเป็นผู้ชายลูกจะยอมรับได้ไหมอะไรอย่างนี้ ดีตรงที่เขาใช้คำที่ทำให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้นและเด็กก็ยอมรับได้
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
บางครอบครัวก็มีโอกาสได้คุยกับพ่อแม่ที่พาลูกมาชมนิทรรศการเขาบอกว่าเรื่องแบบนี้ควรสอนเด็กตั้งแต่เล็ก ๆ ด้วยซ้ำสอนให้เขารู้จักสอนให้เข้าใจไม่ใช่แค่มหาลัย ประถม คือให้สอนตั้งแต่อนุบาลสอนแบบให้ค่อย ๆ ซึมซับไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่มัวแต่ปิดกั้น
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
ส่วนเรื่องของพฤติกรรมการชมทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่เขาชอบดูเองเขาอาจจะถามเราบ้างเราก็จะไปเปรย ๆ ตั้งแต่ต้นว่ามีอะไรสงสัยสอบถามได้นะคะ ถ้าเกิดเขาตอบว่า “ค่ะ” แล้วหันไปทางอื่นก็แสดงว่าเขาอยากอยู่คนเดียว มันต้องใช้ประสบการณ์ในการสังเกตจริง ๆ ส่วนการคุยกันระหว่างผู้ชมกันเองก็น้อยในโซนแรกและโซนกลาง ๆ เพราะเขามาด้วยกันแต่ก็แยกกันดูบางคนอ่านช้าอ่านเร็วไม่เท่ากันแล้วค่อยเข้าไปเจอกันโซนด้านหลังแลกเปลี่ยนสิ่งที่ไปชมมา ในเรื่องของเนื้อหาในนิทรรศการจากการสังเกตคนไทยส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่ชอบเนื้อหาเยอะ ๆ แต่ด้วยนิทรรศการนี้ของแต่ละชิ้นก็มีเรื่องราวของมันเลยดึงดูดให้คนอยากอ่านเรื่องราวของของทุกชิ้น อยากรู้เกี่ยวกับที่มาของจองทุกชิ้น ส่วนผู้ชมที่เป็นต่างชาติกลุ่มนี้เขาจะชอบอ่านปกติก็มีคนยืนอ่านเป็นชั่วโมงเลยก็มี
Museum’ Core: มีข้อคิด หรือความน่าสนใจจากการคุยกับผู้ชมไหม ลองยกตัวอย่าง
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
เรื่องห้องน้ำไร้เพศ ในห้องสุดท้ายที่ให้คนโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ข้อนี้คนโหวตไม่เห็นด้วยเยอะที่สุด ซึ่งจากการพูดคุยมันไม่ใช่เกี่ยวแค่เรื่องเพศนะมันเป็นเรื่องของความปลอดภัยเรื่องสุขลักษณะผสมอยู่ด้วย เขายังไม่เห็นด้วยกับห้องน้ำไร้เพศในประเทศไทย ถามว่าเพราะอะไรเหตุผลคือก็ในเมื่อคนในสังคมยังไม่รู้สึกเคารพซึ่งกันและกันแล้วห้องน้ำไร้เพศมันจะได้หรอขนาดแยกหญิงชายยังมีปัญหาเลย จากที่เขาบอกนะเหมือนสังคมไทยจิตสาธารณะยังไม่ค่อยพร้อมแล้วห้องน้ำหลายเพศมันจะมีได้ไง มันยาก กับอีแค่เข้าห้องน้ำบางคนยังไม่กดชักโครกเลย
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
ของพี่ก็เป็นการได้คุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น เขาเล่าว่าเขาก็เคยโดนคนดูถูกเกี่ยวกับเพศ เคยถูกตีตรา ดูถูกว่าเพศสภาพแบบนี้ไม่น่าจะไปทำงานได้ แต่ก่อนเขาก็หวั่นไหวกับสิ่งที่คนดูถูก แต่ตอนนี้ไม่แล้วเราต้องไม่เอาตัวเราไปผูกความรู้สึกกับคนอื่นเราควรเป็นเรา คือมุมมองของน้องดีมากเหมือนผู้ชมไว้ใจเจ้าหน้าที่นำชมด้วยนะ ก็เหมือนจะเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟัง
Museum’ Core: ถ้าเจอคำถามที่เราตอบไม่ได้เราจะมีวิธีการจัดการอย่างไร
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
ให้ทิ้งที่อยู่หรืออีเมลล์ แล้วเดี๋ยวเราประสานให้ภัณฑารักษ์มาช่วยตอบปัญหา จะมีบางคนที่เขาไม่รู้จริง ๆ หรือบางคนที่อยากได้ข้อมูลมากกว่าที่อยู่ในนิทรรศการ เราก็จะให้เขาได้คุยกับภัณฑารักษ์
Museum’ Core: จากประสบการณ์ที่เคยนำชมมาหลายนิทรรศการ ความท้ายทายของนิทรรศการนี้คืออะไร
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
ยากนะ คือดูเหมือนจะง่าย ดูเหมือนเป็นเรื่องที่คนในสังคมกำลังรับรู้อยู่ในตอนนี้ แต่ว่าเอาจริง ๆ มันยากตรงที่ว่าการคุยกับคนบางช่วงวัยหรือว่าคนที่มีมุมมองค่อนข้างจะลบกับเรื่องความหลากหลายทางเพศก็จะยากในการสื่อสารกับเขาเหมือนกัน เหมือนเราต้องปะทะกับความคิด ความเชื่อของเขา เราต้องรักษาทั้งหน้าเราหน้าเขาก็ต้องรับฟังเขาด้วย ถึงแม้ว่าเราจะมีความคิดของเราอยู่แล้วแต่เราก็ต้องรับฟังก็เป็นการยากในการดึงอารมณ์ของเรา ต้องกดเอาไว้
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
คือคุยเรื่องอื่นกับคนไทยคุยได้ง่ายแต่พอคุยเรื่องเพศแล้วยาก คือเรื่องเพศมันเป็นเรื่องซ่อนเร้น ปกปิด อยู่ในซอกซอย ใต้ร่มผ้า มันไม่ใช่แบบอยู่ดี ๆ จะมาพูดในที่สาธารณะหรืออยู่ดี ๆ เราจะมาอธิบายให้เขาเข้าใจเขาจะต้องค่อย ๆ เข้าใจ ความยากสุดของการนำชมนิทรรศการนี้อยู่ที่โซนคลีนิค อย่างแท่งโมอุปกรณ์ช่วยในการยืนปัสสาวะ กับผู้ชมรุ่นเดียวกันคุยกันคุยสนุกมาก แต่ถ้าเป็นน้องเด็ก ๆ เราต้องหาวิธีอธิบาย สมมุติว่าต้องอธิบายอุปกรณ์ยืนปัสสาวะให้เด็กผู้ชายฟังก็อธิบายว่าอุปกรณ์สำหรับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากจะลองยืนฉี่เหมือนกับน้อง ๆ ดูบ้างว่ามันสะดวกสบายไหมอุปกรณ์อันนี้จะเข้ามาช่วยให้เขารู้สึกสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่บางชิ้นที่ยากจะอธิบายก็จะใช้การหลีกเลี่ยงแบบเนียน ๆ
Museum’ Core: ทำงานร่วมกับภัณฑารักษ์อย่างไรบ้าง
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
เริ่มแรกก่อนเปิดนิทรรศการเขาก็จะสอนงานให้ข้อมูลว่านิทรรศการเป็นอย่างไร ข้อมูลในนิทรรศการมีอะไรบ้าง นิทรรศการทั้งหมดสื่อถึงอะไร พาเราชมนิทรรศการก่อน รูปแบบการเดินอย่างไร คือก่อนที่เราจะสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจเราต้องเข้าใจต้องอินกับมันก่อน ถ้าเราไม่เข้าใจแล้วเราจะสื่อสารกับผู้ชมได้อย่างไรถูกไหม ในระหว่างจัดแสดงเราก็ยังมีการประสานกันอยู่เรื่อย ๆ เราจะคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบรับจากผู้ชม เช่น ฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ในนิทรรศการมันเป็นอย่างไรบ้าง เป็นอย่างที่เขาคิดไหม เหมาะกับผู้ชมหรือเปล่า ผู้ชมมีความสะดวกมากน้อยแค่ไหนในการเดินชม บอกให้ทราบถึงจุดอับจุดบอดที่มีในนิทรรศการที่ผู้ชมเข้ามาปุ๊บถ้าเราไม่แนะนำผู้ชมก็จะเดินผ่านไปเลย
Museum’ Core: การนำชมนิทรรศการนี้มีข้อดีอย่างไร
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
สนุกนะ เราได้เจอคนหลายรูปแบบ ทำงานที่นี่เหมือนมาหาเพื่อนคุยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบางสิ่งที่เราไม่รู้ เช่น เกี่ยวกับ LGBT ในต่างประเทศ เรื่องห้องน้ำที่ต่างประเทศเป็นอย่างไรผู้ชมบางคนก็มาเล่าให้เราฟัง ลองนึกดูถ้าไม่ใช่การพูดคุยในนิทรรศการเราอยู่ข้างนอกถ้าเราเข้าไปคุยกับใครสักคนเรื่องเพศเราจะคุยได้ไหมเราก็คุยไม่ได้ แต่ด้วยความที่มันเป็นนิทรรศการ คือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเราสามารถคุยกับคนที่ไม่รู้จักได้ ไปคุยที่อื่นได้ไหมก็ไม่ได้ อย่างพี่กับน้องไม่รู้จักกันเราคุยเรื่องเพศ น้องโอเคกับพี่ไหม ฮ่าฮ่าฮ่า สถานที่มันทำให้คนได้คุยกัน
Museum’ Core: ผลตอบรับของนิทรรศการ
กฤษณา หมายหาทรัพย์:
นิทรรศการหมุนเวียนชุดนี้คนมาชมเยอะมาก กระแส LGBT มาแรงโดยเฉพาะปีนี้ อย่างเดือนมิถุนายน ก็เป็น Pride Month แรก ๆ ก็คิดอยู่ว่าจะมีใครมาดูหรือเปล่าแต่พอเปิดให้เข้าชมแล้วคนมาเยอะมาก มียอดรีทวีตหลักหมื่นคนเข้าชมก็ทะลุ 24,000 คนแล้ว
Museum’ Core: คิดว่าจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่นำชมคืออะไร
รออีด๊ะ หะสาเมาะ:
สำคัญสุดเลยไม่ควรนินทาผู้ชม ไม่ควรนินทาคนที่หนึ่งให้คนที่สองฟังการนินทาทั่วไปก็ไม่ควรพูด ส่วนการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องในนิทรรศการเราก็มีหน้าที่แค่ถ่ายทอดสิ่งที่นิทรรศการนำเสนอ ไม่ใช่ทัศนคติของตัวเอง อย่างผู้ชมแสดงความเห็นมาก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะต้องบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าเขาบอกว่าไม่เห็นด้วยเราอาจจะแค่ถามว่าทำไมผู้ชมถึงไม่เห็นด้วยคะ แค่ถามความคิดเห็นของเขาถึงแม้ความคิดเห็นเราจะสวนทางกับตัวนิทรรศการหรือสวนทางกับผู้ชมก็ตาม เราก็ไม่สามารถใส่ความคิดความรู้สึกของเราลงไปให้ผู้ชมฟัง เพราะเราต้องเป็นกลาง เราควรฟังความรู้สึกของเขาจริง ๆ โดยไม่ต้องมีเราไปสอดแทรก

Museum's Core
เจ้าหน้าที่นำชมนิทรรศการ
กฤษณา หมายหาทรัพย์
รออีด๊ะ หะสาเมาะ
ชลธิชา อุปละ
ช่างภาพ
ดวงพร แซ่ลิ้ม
นักศึกษาฝึกงาน
ดลฤดี วันคง
ญาณพัฒน์ สูตรประจัน