Museum Core
ประวัติศาสตร์การเลี้ยงผึ้ง
Museum Core
26 ก.ย. 65 2K

ผู้เขียน : Museum Core Writer


                 "อาหารของเทพเจ้า" คือ คำขนานนามที่ชาวกรีกโบราณมอบให้แก่น้ำผึ้ง ตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งเทพซุส (Zeus) ยังเยาว์ ได้หลบซ่อนตัวในถ้ำบนภูเขาและอาศัยน้ำผึ้งเป็นอาหารจนกระทั่งเติบใหญ่ทรงพลัง ก่อนมาโค่นล้มบัลลังก์ของบิดาและขึ้นเป็นราชาแห่งเทพเจ้าได้สำเร็จ แม้กระทั่งสุนัขสามหัว เคร์เบรอส (Kérberos) ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูดินแดนแห่งความตาย ก็ยังเคยปล่อยให้คนล่วงผ่านเข้าไปได้เมื่อถูกป้อนขนมอบน้ำผึ้งที่แสนหอมหวาน ดูเหมือนว่าสำหรับชาวกรีกแล้ว น้ำผึ้งนั้นล้ำค่าหายากมากเสียจนแทบไม่ใช่อาหารของปุถุชน

                 แต่ถึงเป็นของหายากเช่นนั้น ที่จริงมนุษย์เราก็รู้จักรสชาติของน้ำผึ้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากผึ้งมาเป็นเวลาเนิ่นนานก่อนสมัยกรีก การค้นพบเศษถ้วยไหที่มีร่องรอยขี้ผึ้ง 75 ชิ้น กระจายทั่วทวีปยุโรป ตะะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์เริ่มใช้ขี้ผึ้งตั้งแต่ยุคหินกลางเมื่อ 9,000 ปีก่อนแล้ว ภาพเขียนสีในถ้ำแมงมุมอารันญ่า (Cuevas de la Araña) แหล่งมรดกโลกในประเทศสเปน ซึ่งมีอายุราว 8,000 ปี ก็แสดงให้เห็นภาพคนปีนขึ้นไปตีรังผึ้งป่าที่อยู่ในโพรงไม้ และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อดิน

 

ภาพที่ 1 ภาพคนเก็บน้ำผึ้งป่าในถ้ำแมงมุมอารันญ่า ประเทศสเปน

ที่มาภาพ: Bogaard, C. (2021, July 6). The Araña Caves of Valencia: Entering a bygone era
through rock art
. Ancient Origins. Retrieved December 4, 2021,
from https://www.ancient-origins.net/ancient-places-europe/ara-caves-0015539.

 

                หลักฐานการเลี้ยงผึ้งที่เก่าแก่ที่สุดปรากฏที่โบราณสถานเตล เรฮอฟ (Tel Rehov) ในหุบเขาจอร์แดน บริเวณทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล อายุราว 3,000 ปี อุปกรณ์ที่ใช้คือรังเลี้ยงผึ้งที่ปั้นจากดินเหนียวผสมฟาง ก่อเป็นทรงกระบอกสูงประมาณ 70 เซนติเมตร กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร มีลูกโม่และฝาเปิดปิดสำหรับเก็บน้ำผึ้ง รวมถึงเจาะช่องให้ผึ้งสามารถบินเข้าออก รังผึ้งเทียมรังหนึ่งสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ราว 5 ลิตรต่อปี พบทั้งหมด 30 รังด้วยกันที่มีสภาพสมบูรณ์ แต่หากประเมินจากขนาดชั้นวางรังผึ้งเทียมที่จัดวางซ้อนกันเป็นแถวสามชั้น ก็สันนิษฐานได้ว่าสมัยนั้นน่าจะมีมากกว่า 180 รังทีเดียว

                มีอารยธรรมโบราณอื่น ๆ ที่มีการเลี้ยงผึ้งแตกต่างกันไปอยู่มากมาย ในอียิปต์ พบจิตรกรรมฝาผนังในวิหารดวงอาทิตย์ของฟาโรห์นูเซอร์เร อินิ (Nyuserre Ini) สมัยราชวงศ์ที่ 5 ช่วง 2,422 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพคนงานกำลังเป่าควันไฟเพื่อรมผึ้ง ขณะเก็บเลาะรวงผึ้งออกมาจากรัง และจารึกวิธีการผลิตน้ำผึ้งในสุสานเสนาบดีปาบาซา (Pabasa) สมัยราชวงศ์ที่ 26 ช่วง 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพไหเลี้ยงผึ้งแบบมีลูกโม่และการเทน้ำผึ้งบรรจุไห ในจีน สมัยราชวงศ์โจว ปลายยุคชุนชิวหรือยุควสันตสารทอันเต็มไปด้วยสงคราม คือช่วงระหว่าง 453-770 ปีก่อนคริสตกาล กุนซือรัฐเยว่ ชื่อ ฟ่านหลี่ (Fàn Lǐ) ก็ได้แต่งหนังสืออธิบายศิลปะแห่งการเลี้ยงผึ้ง เน้นย้ำเรื่องคุณภาพของกล่องไม้ที่ใช้ในกระบวนการว่าส่งผลต่อคุณภาพน้ำผึ้งอย่างไร ส่วนในอาณาจักรมายา พวกเขาเลี้ยงผึ้งชนิดที่ไม่มีเหล็กใน โดยหลักเพื่อเก็บน้ำผึ้งมาทำสุราหมัก (Mead) และทำเครื่องดื่มพื้นเมืองที่เรียกว่า บัลเช่ (Balché) เป็นเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์มึนเมาอ่อน ๆ ชงจากเปลือกไม้ต้นคูนม่วงแคระที่นำไปหมักในน้ำผึ้งผสมน้ำ

 

ภาพที่ 2 จารึกการผลิตน้ำผึ้งในสุสานเสนาบดีปาบาซา อียิปต์

ที่มาภาพ: Cilgwenyn, M. (2021, June 12). Organic and natural beekeeping.
Mêl Cilgwenyn - Raw Welsh Honey. Retrieved December 5, 2021,
from https://www.bees.wales/index.php?page=healthiest-honey-and-organic-honey.

 

                 อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่าการหาน้ำผึ้งป่าและการเลี้ยงผึ้งแบบดั้งเดิมเหล่านี้ล้วนแต่ต้องไล่หรือฆ่าผึ้งให้หมดไปเสียก่อน ส่วนใหญ่คือรมควันไฟ หรือไม่ก็กำจัดประชากรผึ้งจำนวนหนึ่งหลังจากทำลายรังผึ้งแล้ว เพราะว่าคนเก็บเลาะรวงผึ้งออกมาพร้อมกับไข่ ดักแด้ และนางพญาผึ้งที่อยู่ภายใน จากนั้นก็นำทั้งหมดมาบดกรองผ่านตะกร้าหรือตะแกรงเพื่อให้ได้น้ำผึ้ง ดังนั้น การเลี้ยงผึ้งแบบยั่งยืนรวมไปถึงการคัดเลือกสายพันธุ์ผึ้งจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย

                 การพยายามศึกษาวงจรชีวิตผึ้งและคิดค้นแนวทางเลี้ยงผึ้งใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวริเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 18 เพราะการเลี้ยงผึ้งกลายเป็นกิจกรรมสำคัญของโบสถ์วิหารในคริสต์ศาสนามาตั้งแต่ยุคกลาง นักบวชจำเป็นต้องใช้ขี้ผึ้งมาทำเทียนไขจำนวนมาก และใช้น้ำผึ้งทำสุราหมักเพื่อใช้ประกอบพิธีแทนไวน์ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะแก่การปลูกองุ่น นักชีววิทยายุโรปหลายคน เช่น ฟรองซัวส์ อูแบร์ (François Huber) ยาน ชวัมเมอร์ดัม (Jan Swammerdam) ชาร์ลส์ บอนเนต์ (Charles Bonnet) เรอเน อองตวน แฟร์โชต์ เดอ โรมูร์ (René Antoine Ferchault de Réaumur) จึงใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูและผ่าอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของผึ้ง รวมทั้งทดลองเลี้ยงผึ้งในภาชนะแก้วใสเพื่อสังเกตกิจกรรมภายในรัง ช่วยให้รู้เรื่องระบบสืบพันธุ์และพฤติกรรมของผึ้งละเอียดมากขึ้น

 

                 ในที่สุดเมื่อถึงปี ค.ศ. 1768 (ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) โธมัส ไวลด์แมน (Thomas Wildman) คนเลี้ยงผึ้งชาวอังกฤษ ก็เป็นคนแรก ๆ ที่พัฒนารังเลี้ยงผึ้งที่ทำจากกิ่งต้นหลิวสาน เขาติดตั้งแท่งไม้ 7 ชั้นภายในรัง เพื่อให้ผึ้งสร้างรวงไปตามชั้นเหล่านั้น ผึ้งจะค่อย ๆ วางไข่และฟักดักแด้จนเสร็จแล้วก็ขยับย้ายไปสร้างรวงในชั้นถัดไป ทำให้เหลือชั้นเก่าที่เต็มไปด้วยขี้ผึ้งกับน้ำผึ้งเท่านั้น ไม่มีไข่ ดักแด้ หรือตัวผึ้งที่มีชีวิตปนอยู่ เมื่อผึ้งสร้างรวงไปจนใกล้ครบทุกชั้น ไวลด์แมนก็วางรังใหม่ซ้อนต่อไปด้านล่าง ด้วยวิธีการเช่นนี้เขาจึงไม่จำเป็นต้องฆ่าผึ้งแม้แต่ตัวเดียวและรักษาฝูงผึ้งที่มีคุณภาพไว้ได้

                   ต่อมาในปี ค.ศ. 1853 หลังจากรังเลี้ยงผึ้งแบบเป็นชั้น ๆ ของไวลด์แมนแพร่หลายแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุระยะห่างระหว่างชั้นไม้ที่เหมาะสมได้ บางครั้งผึ้งก็สร้างรวงเต็มรังอัดแน่นติดกันเป็นก้อนไปหมดจนแยกชั้นไม่ออก ลอเรนโซ ลอร์เรน แลงส์ทรอธ (Lorenzo Lorraine Langstroth) บาทหลวงชาวอเมริกัน จึงบูรณาการความรู้ชีววิทยาจากการค้นพบของฟรองซัวส์ อูแบร์ ว่าที่จริงแล้วผึ้งมีการเว้นทางเดินในรังเป็นพื้นที่ว่าง ๆ ระหว่างส่วนขี้ผึ้งกับรวงผึ้งตามธรรมชาติ แลงส์ทรอธทดลองดูแล้วคำนวณได้ว่า พื้นที่ว่างดังกล่าวมีขนาดกว้าง 5-8 มิลลิเมตรเหมือนกันหมดทุกรัง

 

ภาพที่ 3 หนังสือคู่มือเลี้ยงผึ้งของลอเรนโซ ลอร์เรน แลงส์ทรอธ

ที่มาภาพ: Langstroth, L. L. (2013, February 15). Langstroth's Hive and the Honey-Bee.
Rakuten Kobo. Retrieved December 5, 2021,
from https://www.kobo.com/us/en/ebook/langstroth-s-hive-and-the-honey-bee.

 

                 เขาจึงประดิษฐ์กล่องไม้เลี้ยงผึ้งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีชุดกรอบไม้แบบเลื่อนเข้าออกได้ แต่ละกรอบแยกห่างจากกันในระยะเหมาะสมที่จะทำให้ผึ้งไม่สร้างรวงติดกัน หรือว่าสร้างรวงติดกับผนังของกล่องและตัวกรอบ ทว่าจะสร้างรวงเฉพาะบนพื้นที่ในกรอบเท่านั้น ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนเลี้ยงผึ้งสามารถจับขอบกรอบไม้แล้วดึงรวงแต่ละชั้นออกมาจากกล่องได้ง่าย แลงส์ทรอธจดสิทธิบัตรกล่องเลี้ยงผึ้งชนิดนี้ไว้ และภายหลังก็ประดิษฐ์ถังกรองน้ำผึ้งร่วมกับซามูเอล วากเนอร์ (Samuel Wagner) นักหนังสือพิมพ์ผู้ก่อตั้งวารสารผึ้งอเมริกัน (American Bee Journal) และจดสิทธิบัตรไว้เช่นกัน ทั้งสองอย่างกลายมาเป็นต้นแบบอุปกรณ์เลี้ยงผึ้งที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน

 

ภาพที่ 4 สิทธิบัตรอุปกรณ์เลี้ยงผึ้ง

ที่มาภาพ: Langstroth, L. L. (1852, October 5). US9300A - Beehive. Google Patents.
Retrieved December 4, 2021, from https://patents.google.com/patent/US9300, Langstroth,
L. L., & Wagner, S. (1867, January 15). US61216A - Honey strainers. Google Patents.
Retrieved December 4, 2021, from https://patents.google.com/patent/US61216.

 

               ในทำนองเดียวกับประวัติศาสตร์ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด แมลงตัวน้อยอย่างผึ้งมีน้ำหนักความสำคัญทางการเกษตรสำหรับมนุษย์มาเป็นเวลานาน ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ผลิตน้ำผึ้งและขี้ผึ้ง แต่ยังเป็นผู้ช่วยผสมเกสรให้ผักผลไม้สามารถติดดอกออกผล จะเห็นได้ว่ายิ่งใส่ใจศึกษาทำความรู้จักกับผึ้งมากขึ้นเท่าไร วิธีการเลี้ยงผึ้งก็จะยิ่งพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีขึ้น พร้อม กับมีเมตตาธรรมต่อชีวิตผึ้งมากขึ้นไปด้วยเท่านั้น เป็นตัวอย่างแนวทางที่พึงใช้กับสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่นเดียวกัน

 

บรรณานุกรม

Bloch, G., Francoy, T. M., Wachtel, I., Panitz-Cohen, N., Fuchs, S., & Mazar, A. (2010, June 22). Industrial apiculture in the Jordan valley during biblical times with Anatolian honeybees. PNAS. Retrieved December 4, 2021, from https://www.pnas.org/content/107/25/11240.

Huber, F. (2013). New Observations Upon Bees. Victorian collections. Retrieved December 4, 2021, from https://victoriancollections.net.au/media/collectors/51d110e42162ef12e06aa06b/items/5372cb8b2162ef06a0c3a883/item-media/5373fb9f2162ef05dce6f4b4/original.pdf.

Langstroth, L. L. (1852, October 5). US9300A - Beehive. Google Patents. Retrieved December 4, 2021, from https://patents.google.com/patent/US9300.

Langstroth, L. L., & Wagner, S. (1867, January 15). US61216A - Honey strainers. Google Patents. Retrieved December 4, 2021, from https://patents.google.com/patent/US61216.

Planet Bee Foundation. (2020, December 7). The sacred bee: Ancient Greece and Rome. Planet Bee Foundation. Retrieved December 4, 2021, from https://www.planetbee.org/planet-bee-blog//the-sacred-bee-ancient-greece-and-rome.

Roffet-Salque, M., Regert, M., Evershed, R. P., Outram, A. K., Cramp, L. J. E., Decavallas, O., Dunne, J., Gerbault, P., Mileto, S., Mirabaud, S., Pääkkönen, M., Smyth, J., Šoberl, L., & Whelton, H. L. (2016, June 14). Widespread exploitation of the honeybee by early Neolithic farmers. Nature News. Retrieved December 4, 2021, from https://www.nature.com/articles/nature18451.pdf.

Williams, A. (2021, February 7). History of beekeeping from around 6000 BC to modern times. BuzzAboutBees. Retrieved December 4, 2021, from https://www.buzzaboutbees.net/history-of-beekeeping.html.

 

Museum Core Writer

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ