ลบภาพการเดินชมนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์แบบเดิมๆ เมื่อเดินเข้าสู่ “อุทยานการเรียนรู้และหอชมเมืองสมุทรปราการ” ในชั้นที่ 1-3 ของหอชมเมืองสูง 25 ชั้นแห่งนี้ เพราะเวลาเกือบสองชั่วโมงหมดไปอย่างไม่รู้ตัวกับการนั่งเรือ เทียบท่า เลาะเมืองเก่า รอรถไฟ เล่นเกมอินเตอร์แอคทีฟ ดูจอสกรีน กดเล่นเกมการขนส่ง อยู่ในเหตุการณ์รบประวัติศาสตร์เสมือนจริง และนั่งกระเช้า (จริงๆ) ชมเมืองปากน้ำในอนาคตอันใกล้!
ภาพที่ 1 ภาพด้านนอกของอุทยานการเรียนรู้สมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการมีชื่อเรียกว่า “เมืองปากน้ำ” ก็เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาเหนืออ่าวไทย ดังนั้นนิทรรศการที่เราได้ชมจึงมีชื่อว่า “ร้อยเป็นเรื่องเมืองปากน้ำ” ย้อนรอยเรื่องราวเมืองปราการด่านหน้าทางทะเลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันรวมทั้งหมด 6 โซน
แค่โซนแรกก็ตื่นเต้นแล้วเพราะเราไม่ได้เข้าประตูไปเดินชมเฉยๆ แต่เจ้าหน้าที่ให้ผู้เข้าชมขึ้น Ship Time Machine Simulator นั่งเรือย้อนกาลพร้อมแสงสีเสียงสุดระทึกเต็มพิกัด สู่ “ปากน้ำเมื่อนานมา” สัมผัสความรุ่งโรจน์ในอดีตของเมืองปราการ ที่ยังคงบทบาทของความเป็นเมืองหน้าด่านของผืนแผ่นดินไทยยาวนานสืบมาจวบจนปัจจุบัน
ภาพที่ 2 ขึ้นเรือย้อนกาลสัมผัสโซน “ปากน้ำเมื่อนานมา”
เรือเทียบท่าแล้ว แต่ก่อนเดินเข้าไปยังพื้นที่ด้านในของโซนที่สอง ผู้บรรยายชวนเราสังเกตต้นไม้ชนิดหนึ่งหน้าปากทางเข้า พร้อมเฉลยให้รู้ว่านั่นคือ ‘ต้นโพทะเล’ ซึ่งสมัยก่อนนิยมปลูกไว้ที่บริเวณฐานรากของป้อมปราการต่างๆ เพื่อใช้ในการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล และเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ยังใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องเอกราชของประเทศศรีลังกา รวมไปถึงใช้แทนดอกป๊อปปี้ในเหตุการณ์รำลึกสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
ไปต่อ “เข้าท่าเมืองหน้าด่าน” ดื่มด่ำกับบรรยากาศความรุ่งเรืองย่านคลังสินค้านิวอัมสเตอร์ดัมของชาวฮอลันดา บริเวณปากคลองบางปลากด ผ่านเทคนิคการจัดแสดง Light & sound Mechanic Diorama และ Projection Mapping กว่า 7 เมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย
คำว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม” มาจากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 เนเธอร์แลนด์ หรือฮอลันดาเริ่มขยายอิทธิพลทางการค้าไปทั่วโลก ด้วยวิธีการก่อตั้งเมืองที่เป็นท่าเรือคลังสินค้าขึ้นในดินแดนต่าง ๆ และมักใช้ชื่อว่า
‘นิวอัมสเตอร์ดัม’ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งทั่วโลกด้วยกัน
ภาพที่ 3 “เข้าท่าเมืองหน้าด่าน” ดื่มด่ำความรุ่งเรืองย่านคลังสินค้านิวอัมสเตอร์ดัม
เดินลัดเลาะขอบกำแพงป้อมปราการสู่โซนที่สาม “ปรากฏเป็นปราการ” เมืองปราการแห่งใหม่ในสมัย
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเมืองหน้าด่านเพื่อป้องกันอริราชศัตรูโดยรอบ จนเป็นที่มาของการสำรวจพื้นที่เพื่อสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ และเมืองสมุทรปราการ ผ่านเทคนิคฉาย Invisible Fortress สุดตะลึงตา ความน่าสนใจในโซนนี้ยังมี “พระสมุทรเจดีย์” จำลอง ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย เผยให้เห็นองค์พระสมุทรเจดีย์เดิมที่ซ่อนอยู่ภายในพระสมุทรเจดีย์องค์ปัจจุบันที่ยิ่งรู้ความสำคัญก็ยิ่งทึ่ง
ภาพที่ 4 เทคนิคฉาย Invisible Fortressโซนที่สาม “ปรากฏเป็นปราการ”
โซนที่สี่เคลื่อนไหวได้! เพราะเราได้ย้อนอดีตกลับไปด้วย “ปราการป้องแผ่นดิน” Movable Floor สัมผัสประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทุกส่วน ด้วยฉากการต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสที่บุกเข้าประชิดสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ จนเกิดเป็นวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ผ่านเทคนิคการจัดแสดงจำลองบรรยากาศการรบเสมือนจริง
ด้วยจอ 18 Double High Screen พร้อม Mechanic ปืนเสือหมอบที่จำลองมาจากปืนกระบอกจริงในป้อมพระจุลจอมเกล้า
ห้องติดกันคือบรรยากาศจำลองด้วยเทคนิค Projection Mapping ฉายขบวนรถม้าที่ขนเงินถุงแดงบรรทุกเหรียญทองจำนวนมหาศาลออกจากพระบรมมหาราชวังทั้งวันทั้งคืน เพื่อไถ่ถอนบ้านเมืองให้เป็นเอกราชจนถนนในวังถึงกับสึกกร่อนเป็นรอยล้อรถลาก
เมื่อเรารับรู้และเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองปากน้ำในวันวานอย่างเข้าใจและสะท้อนใจแล้ว ก็มาถึงโซนที่ห้า “หน้าด่านสานเศรษฐกิจ” ก้าวสำคัญของสมุทรปราการสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง ถ่ายทอดผ่านการฉายภาพยนตร์เรื่องราวการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านจอภาพ "ดอกโพทะเล" ขนาดใหญ่ ในโซนนี้มีของเล่นให้เพลิดเพลินมากมาย ด้วย Interactive Game ผ่านตู้เกมขนส่งสินค้า เกมสายพานกระจายสินค้า และ Future Logistics Lab แสดงโครงข่ายระบบการขนส่งทางบก น้ำ อากาศ ผ่าน LED Wall 360 องศา และ Projection Mapping ที่แสดงให้เห็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญ และครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ภาพที่ 5 Interactive Game ในโซนที่ห้า “หน้าด่านสานเศรษฐกิจ”
โซนสุดท้ายราวจำลองภาพอนาคตเปี่ยมสีสันแสนมีชีวิตชีวามาให้เราตื่นใจ ในชื่อ “มอง (กาล) ไกลไปด่านหน้า” สำรวจผังเมืองสมุทรปราการที่มีความสมบูรณ์ขนาดใหญ่กว่า 20 ตารางเมตร ด้วยเทคนิคแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดยักษ์ ผ่านกระเช้าลอยฟ้า (ที่ลอยได้จริงๆ) และทางเดินกระจกแก้ว
ภาพที่ 6 สำรวจเมืองด้วยกระเช้าในโซน “มอง (กาล) ไกลไปด่านหน้า”
ออกมาจากนิทรรศการด้วยความรู้ความเข้าใจในเมืองนี้อย่างอัดแน่น จากนั้นเรากดลิฟต์ขึ้นไปชมวิวเมืองปากน้ำสุดสายตา 360 องศาบนชั้น 25 ของอาคาร ผ่านกระจกใสตลอดชั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงเกาะสีชัง มีกล้องส่องทางไกลหยอดเหรียญพร้อมป้ายบอกสถานที่ที่ได้เห็นแจ่มชัดไว้ให้บริการด้วย เราไม่ได้ส่องกล้อง แต่ยืนจดจ้องสถานที่ที่สองตาสอดส่ายไปถึง เห็นองค์พระสมุทรเจดีย์กับป้อมผีเสื้อสมุทรจากด้านบน สวยงามทีเดียว ใกล้กว่านั้นอีกเป็นภาพเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ทางซ้ายกับรถไฟฟ้าบีทีเอสกำลังเคลื่อนขบวนออกจากสถานีปากน้ำด้านขวา แสดงถึงความเจริญมั่งคั่งในทุกด้านของเมืองแห่งนี้จริงๆ
ภาพที่ 7 ชมวิว 360 องศาบนหอชมเมืองชั้น 25
นับว่าเป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในทุกโซนจัดแสดง ที่สำคัญคือสนุกเพลิดเพลินได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม