Museum Core
เปิดกรุคอลเลคชันดอดด์ มนุษย์ผีเสื้อผู้อยู่เหนือกาลเวลา
Museum Core
15 ต.ค. 67 481
ประเทศออสเตรเลีย

ผู้เขียน : กฤษณรัตน์ รัตนพงศ์ภิญโญ

               หากเอ่ยคำว่า “มนุษย์ผีเสื้อ” หลายคนอาจคิดว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรเรื่องใหม่ ไม่ต่างอะไรจากไอ้แมงมุมหรือมนุษย์ค้างคาว แต่มนุษย์ผีเสื้อที่ว่าไม่ใช่ฮีโรที่ไหน เขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ลงมือทำในสิ่งที่ตนรัก ชายผู้นี้
มีนามว่า “เฟรเดอริก พาร์คัสต์ ดอดด์ (Frederick Parkhurst Dodd)” นักกีฏวิทยาออสซีที่โด่งดังช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แม้ว่าดอดด์ลาจากโลกนี้ไปกว่า 80 ปี แต่ผู้คนยังมีได้โอกาสสัมผัสชีวิตและผลงานของดอดด์อย่างใกล้ชิดผ่านนิทรรศการ “มนุษย์ผีเสื้อแห่งคูรันดา (The Butterfly Man of Kuranda)” ที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์ (Queensland Museum) นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ผีเสื้อว่าเป็นอย่างไร

 

ภาพที่ 1 เฟรเดอริก พาร์คัสต์ ดอดด์และตาข่ายจับแมลงคู่ใจ

แหล่งที่มาภาพ: Raymond, Kerry. Frederick Parkhurst Dodd. (2022). [Online]. Accessed 2023 Aug 21. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/File:Frederick_Parkhurst_Dodd,_1930s.jpg

 

               ก่อนเข้าสู่นิทรรศการ เรามาทำความรู้จักกับตัวเอกของงานนี้กันสักนิด เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่
ทาวส์วิลล์ (Townsville) เมืองตากอากาศชื่อดังแห่งรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ต้นทศวรรษที่ 1880 ในครั้งนั้น ธนาคารท้องถิ่นได้ขยายสาขามายังทาวน์สวิลล์ และได้โยกย้ายดอดด์ นายธนาคารวัย 23 ปีจากวิคตอเรียมาทำงานที่นี่ ชายหนุ่มตื่นเต้นกับธรรมชาติอันน่าตื่นตา ทาวน์สวิลล์มีทั้งทะเล ภูเขา และผืนป่าเขตร้อน ดอดด์ใช้เวลาวันหยุดไปกับการสำรวจป่าและสะสมแมลง ทว่ายิ่งนานวันเข้างานอดิเรกก็แปรเปลี่ยนเป็นจุดมุ่งหมายในชีวิต และในปีค.ศ. 1899 ดอดด์ลาออกจากงานธนาคารเพื่อทำตามความฝันของตนเอง เขามุ่งมั่นกับการศึกษาและเติมเต็มคอลเล็กชันแมลงเขตร้อน ซึ่งในบรรดาแมลงทั้งหมดที่สะสม เขาชื่นชมความงามของผีเสื้อหลากสีสันเป็นที่สุด

               ดอดด์และครอบครัวย้ายมาอยู่ที่คูรันดา (Kuranda) เมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของควีนส์แลนด์ในปีค.ศ. 1903 ที่นั่น เขาเปิดแกลเลอรีให้ผู้คนได้เยี่ยมชมแมลงที่ตนสะสม คนเหล่านั้นประทับใจกับตัวอย่างแมลงนานาพันธุ์ และพากันบอกเล่าปากต่อปากจนสื่อท้องถิ่นให้ความสนใจ ดอดด์จึงกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน และได้รับฉายา “มนุษย์ผีเสื้อแห่งคูรันดา” จากคอลเล็กชันผีเสื้ออันน่าประทับใจ

               ระหว่างค.ศ. 1908 ถึงค.ศ. 1917 ดอดด์ออกเดินทางสำรวจถิ่นกำเนิดแมลงทั่วประเทศออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก เขาใช้เงินเก็บส่วนตัวที่ได้รับจากการปรากฏตัวออกสื่อและค่าเข้าชมคอลเล็กชันเป็นทุนในการศึกษาวิจัยต่อไป นอกจากการเก็บสะสมแมลงแล้ว ดอดด์ยังเขียนงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ทั้งในออสเตรเลียและยุโรป งานวิจัยที่สร้างชื่อ ได้แก่ การวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมการสร้างรังมดแดง การสังเกตวงจรชีวิตผีเสื้อกลางคืน การผสมพันธุ์และเลี้ยงดูตัวอ่อนของมวน (Hemiptera) เป็นต้น

               ดอดด์อุทิศตนให้กับงานกีฏวิทยากว่า 4 ทศวรรษ ก่อนเสียชีวิตในวัย 76 ปี อย่างไรก็ดี บุตรธิดาทั้งหกของดอดด์ต่างมุ่งมั่นเก็บรักษาและเติมเต็มคอลเล็กชันแมลงของบิดาต่อไป โดยเฉพาะ “อลัน พาร์คัสต์ ดอดด์ (Alan Parkhurst Dodd)” บุตรชายคนที่ 3 กลายมาเป็นนักกีฏวิทยาชื่อดังในเวลาต่อมา

               ดังที่ทราบกันดี การเก็บรักษาซากสัตว์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะแมลงที่มีโครงสร้างเปราะบางกว่าสัตว์ทั่วไป นักสะสมต้องคอยเก็บแมลงให้อยู่ห่างจากแสง ความชื้น และสัตว์รบกวนที่อาจทำลายซากแมลงได้ หลายทศวรรษที่ผ่านมาครอบครัวดอดด์เก็บรักษาคอลเล็กชันล้ำค่าอย่างน่าชื่นชม อย่างไรก็ดี ในปีค.ศ. 1987 เหล่าลูกหลานตระหนักว่าต้องการให้เรื่องราวของมนุษย์ผีเสื้อถูกบอกเล่าสืบไป ครอบครัวดอดด์จึงส่งต่อคอลเล็กชันแมลง 42 ชุดให้พิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์เพื่อนำไปจัดแสดงในโอกาสต่างๆ คอลเล็กชันนี้เป็นแมลงที่สะสมระหว่างปี 1916 ถึง 1960 ทั้งแมลงพื้นถิ่นที่พบในและนอกประเทศ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการในครั้งนี้

               เนื่องจากคอลเล็กชันแมลงของพ่อลูกดอดด์มีมากกว่าแสนตัว พิพิธภัณฑ์จึงแบ่งของสะสมมาจัดแสดงเป็นชุดๆ ตามหมวดหมู่และสายพันธุ์แมลงแต่ละชนิด นิทรรศการนี้พิพิธภัณฑ์วางแผนจัดแสดงคอลเล็กชันแมลง 27 ชุด โดยแบ่งออกเป็น 9 ชุดในแต่ละครั้ง วันที่ผู้เขียนเข้าเยี่ยมชม (สิงหาคม 2023) เป็นช่วงที่พิพิธภัณฑ์จัดแสดงแมลงในธีม “ความยิ่งใหญ่อลังการ (Jewelled Grandeur)” โดยมีพระเอกเป็นคอลเล็กชันแมลงที่จัดวางอย่างมีศิลปะ เริ่มต้นด้วยตู้จัดแสดงแมลงปีกแข็งหลากสีที่จัดเรียงเป็นวงล้อมเข้าหาศูนย์กลาง คอลเล็กชันมีชื่อว่า “การเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ (The Grand Parade)” ดอดด์ใช้แมลงปีกแข็งกว่า 1350 ตัวเรียงเป็นงานศิลปะอันมีเอกลักษณ์ แมลงที่ใช้จัดเรียงได้แก่ ด้วงคีม ด้วงดอกไม้ และด้วงคริสต์มาส (Christmas Beetle) เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนของประเทศออสเตรเลีย

 

ภาพที่ 2 การเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ของแมลงปีกแข็ง

ที่มา: Queensland.com. The Butterfly Man of Kuranda: The Dodd Collection. (2023). [Online]. Accessed 2023 Aug 21. Available from: https://www.queensland.com/au/en/things-to-do/events/p-64c1b10768f4aa9d6800e45d-the-butterfly-man-of-kuranda-the-dodd-collection

 

               ตู้จัดแสดงที่น่าสนใจมีชื่อว่า “แรงบันดาลใจ (The Inspiration)” ดอดด์ได้นำผีเสื้อกลางคืนหลายร้อยตัวมาจัดเรียงเป็นถ้อยคำในบทกวีของ “เฮนรี ลองเฟลโลว์ (Henry Longfellow)” มีเนื้อความดังนี้

“และเมื่อใดที่ทางทอดห่างไกล                  เมื่อหัวใจเราโรยเริ่มเหนื่อยล้า

เธอจะขับขานเพลงเปี่ยมมนตรา                            หรือเล่าเรื่องปรัมปราประโลมใจ”

 

               บทกวีนี้แต่งขึ้นเพื่ออุทิศถึงนักธรรมชาติวิทยาผู้ล่วงลับ ซึ่งคำว่า “เธอ” ในบทกวี มีความหมายถึงธรรมชาติผู้เป็นมารดาของสรรพสิ่ง ดอดด์ในตอนนั้นได้รับพลังใจจากบทกวีเปี่ยมพลังไม่ใช่น้อย เขาจึงนำ
แรงบันดาลใจที่ได้มาสร้างสรรค์คอลเล็กชันผีเสื้อสุดแสนประทับใจในปีค.ศ. 1917

 

ภาพที่ 3 แรงบันดาลใจจากผีเสื้อ

ที่มา: ala.org.au. Unlocking the secrets of a colossal collection. (2020). [Online]. Accessed 2023 Aug 21. Available from:https://www.ala.org.au/blogs-news/unlocking-the-secrets-of-a-colossal-collection/

 

 

               นอกจากงานศิลปะจากแมลงสตัฟฟ์ในนิทรรศการยังจัดแสดงคอลเล็กชันแมลงเขตร้อนที่น่าสนใจชนิดอื่นๆ เช่น ผีเสื้อกลางคืน ผีเสื้อมวนหวาน ผีเสื้อหางแฉกยูลิสซีส (Ulysses Butterfly) และด้วงดำศัตรูพืชสำคัญของไร่อ้อยทางตอนเหนือของควีนส์แลนด์ที่ครั้งหนึ่งชาวไร่จ้างเด็กในท้องที่ให้จับด้วงออกจากที่ดิน โดยมีค่าจ้างเป็นเหรียญเงินและขนมหวาน

               อีกโซนหนึ่งจัดแสดงเรื่องราวของครอบครัวดอดด์ภายหลังจากที่ดอดด์เสียชีวิตในปีค.ศ. 1937 หลายคนเชื่อว่าคอลเล็กชันคงสูญหายไปตามกาลเวลา ทว่าเจน ภรรยาของดอดด์ และเอลิซาเบธ บุตรสาวคนโตยังคงเปิดแกลเลอรีของบิดาให้ผู้คนมาเยี่ยมชมจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของคูรันดาในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม แกลเลอรีต้องปิดตัวลงในปีค.ศ. 1940 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 คอลเล็กชันจึงถูกเก็บรักษาไว้ที่บ้านของอลันในบริสเบนก่อนถูกส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา

                ส่วนนี้ของนิทรรศการมีการจัดแสดงภาพถ่ายขาวดำหาดูยากของภรรยาและบุตรธิดาของดอดด์ที่มีส่วนช่วยรักษาคอลเล็กชันแมลงให้ยืนยงมาจนทุกวันนี้ อลันและพี่น้องได้เติมเต็มคอลเล็กชันของบิดาที่มีอายุกว่าร้อยปี ด้วยผีเสื้อและแมลงปีกแข็งที่รวบรวมทั้งจากในออสเตรเลียและเกาะนิวกินี  นอกจากนี้พวกเขายังเก็บข้าวของเครื่องใช้ของบิดาในสภาพดีเหมือนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตาข่ายจับแมลงคู่ใจ กล่องสังกะสีที่ใช้เก็บตัวอย่างแมลงในป่า และเครื่องมืออื่นๆ ที่ใช้ในการสตัฟฟ์

                 นิทรรศการมนุษย์ผีเสื้อแห่งคูรันดาจัดแสดงระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2023 ถึงวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2024 โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ตู้จัดแสดงในนิทรรศการจะถูกสลับสับเปลี่ยนตามธีมในแต่ละเดือน
ผู้สนใจจะได้ชมคอลเล็กชันแมลงหลากชนิดที่ตกทอดในครอบครัวมานานกว่าศตวรรษ หากใครสนใจเรื่องราว
ของอลัน พาร์คัสต์ ทายาทมนุษย์ผีเสื้อแห่งคูรันดาก็ไม่ควรพลาดเข้าชมแกลเลอรีทหารผ่านศึกที่ชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์ เพราะนอกจากอลันจะสานต่อความฝันในอาชีพกีฏวิทยาของบิดาแล้ว เขายังเป็นทหารกล้าผู้สร้างวีรกรรมในสงครามโลกอีกด้วย เรียกได้ว่ามาพิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์แล้วได้เรียนรู้ครบทุกอรรถรส ทั้งธรรมชาติวิทยาและประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเลยทีเดียว

 

แหล่งที่มาข้อมูล

Monteith, Geoff. The Butterfly Man of Kuranda : Frederick Parkhurst Dodd. Brisbane: Queensland

Museum, 1992.

Musgrave, A.. Bibliography of Australian Entomology, 1775 – 1930. Sydney: Royal Zoological Society

Of New South Wales, 1932.

Queensland Museum. The Butterfly Man of Kuranda : The Dodd Collection. (2023). [Online].

Accessed 2023 Aug 21. Available from: https://www.museum.qld.gov.au/queensland-museum/whats-on/the-butterfly-man-of-kuranda

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ