Museum Core
แห่เจ้า เลี้ยงพระ ดูงิ้ว: ความกลมกลืนในงานงิ้วเจ้าพ่อคงคา ปึงเถ่ากงตลาดท่าวุ้ง
Museum Core
21 ต.ค. 68 171

ผู้เขียน : อธิชนัน สิงหตระกูล

               “ย่ามีอะไรจะให้...” เป็นประโยคที่น้องสาวย่าผู้สืบทอดธรรมเนียมไหว้เจ้าของบ้านปู่ทวด (ผู้เขียนเรียกว่า ชวดก๋ง) พร้อมกับส่งการ์ดเชิญงานงิ้วเจ้าพ่อคงคาที่ตลาดท่าวุ้งให้กับผู้เขียนที่มักเอ่ยถามถึงทุกปี และรีบจดกำหนดวันงานไว้กันลืมและรอคอยที่จะได้ไป “งานงิ้วเจ้าพ่อคงคา” ซึ่งผู้เขียนเคยไปร่วมงานตั้งแต่ตอนเด็กและจำได้ว่าทุกปีก่อนถึงช่วงเทศกาลกินเจที่ตลาดท่าวุ้ง จะมีงิ้วมาแสดงบริเวณกลางตลาดสดท่ามกลางแผงขายของของพ่อค้าแม่ค้าที่พร้อมใจกันขยับพื้นที่เพื่องานประจำปีของเจ้าพ่อ

               “เจ้าพ่อคงคา” เป็นชื่อของเทพเจ้าประจำถิ่นของชาวตลาดท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ใช้เรียกขานเทพเจ้าองค์หนึ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลเรียกว่า “ปึงเถ่ากง” (ผู้เป็นใหญ่หรือผู้นำในเขตนั้น ๆ ) ซึ่งปึงเถ่ากงมีอยู่ในเกือบทุกพื้นที่ที่มีชาวจีนพลัดถิ่นมาตั้งถิ่นฐานโดยเฉพาะย่านตลาดการค้าทุกแห่ง ทั้งนี้ ชื่อ “คงคา” สันนิษฐานว่าอาจมีที่มาจากที่ตั้งของศาลอยู่ติดริมแม่น้ำลพบุรี คล้ายกับบางพื้นที่ที่ตั้งชื่อให้ศาลเจ้าปึงเถ่ากงริมน้ำว่า “เจ้าพ่อจุ้ย” (เจ้าพ่อน้ำ) นับเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมผ่านภาษาและความเชื่อของชาวจีนโพ้นทะเลกับชาวไทยถิ่นเดิมที่กลมกลืนเกื้อกูลกันอย่างสมบูรณ์

 

ภาพที่ 1 ศาลเจ้าพ่อคงคาแบบเรือนทรงไทย ริมแม่น้ำลพบุรี เมื่อพ.ศ. 2513

 

               จากหลักฐานรูปถ่ายศาลเจ้าพ่อคงคาหลังเก่าที่ผู้เขียนเห็นในรูปงานแต่งงานของปู่กับย่าที่บ้านตั้งอยู่ในซอยเดียวกัน ในภาพมีขบวนเรือขันหมากจากบางคู้มาเทียบท่าขึ้นที่หน้าศาลเจ้า ซึ่งปลูกเป็นเรือนไม้ยกพื้นหลังเล็ก หลังคาทรงไทยปูกระเบื้องว่าว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีที่ยังมีขนาดกว้างขวางและน้ำหลากกว่าปัจจุบันมาก ผู้เขียนนำรูปถ่ายเก่าสมัยที่พ่อและอายังเป็นเด็กมาเปรียบเทียบกันก็พบว่า ศาลเจ้าในสมัยต่อมามีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูนทาผนังสีขาวทั้งหลัง หลังคาและลูกกรงเหล็กดัดทาสีแดง ภายในมีการก่อสร้างแท่นประดิษฐานรูปเคารพเจ้าพ่อเจ้าแม่เรียงกัน แตกต่างจากศาลเจ้าในปัจจุบันที่ผ่านการบูรณะใหม่ในช่วงปีพ.ศ. 2545 – 2547 ก่อสร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนยกพื้นสูงที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกสมัยที่ผ่านมา หลังคาเก๋งจีน ประดับปูนปั้นมังกรสิงโตกิเลนและสัตว์มงคลตามคติความเชื่อ

               3 วัน 3 คืน เป็นระยะเวลาที่ใช้ในการจัดงานงิ่วเจ้าพ่อคงคา โดยเริ่มต้นจากเช้าวันแรกที่จะได้ยินเสียงตีผ่างดังแฉ่ง ๆ แฉ่ง ๆ แฉ่ง ๆ แว่วขึ้น ขณะที่คณะเถ่านั้ง (คณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่) และชาวตลาดสวมเสื้อสีแดงมาต้อนรับเจ้าพ่อที่ศาลริมแม่น้ำลพบุรี ปากคลองมะขามเทศ เป็นอาณัติว่าเจ้าพ่อกำลังเสด็จโปรดสาธุชนรอบตลาด เสียงประทัดระเบิดดังขึ้นพร้อมเสียงกลอง มีคณะเชิดสิงโตเดินนำหน้าขบวนแห่กิมซิ้น (รูปเคารพเจ้าพ่อคงคา) หรือ ปึงเถ่ากง - ปึงเถ่าม่าแห่งตลาดท่าวุ้ง เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อไฉ่ซิ้ง เจ้าแม่สวรรค์พร้อมบริวาร ขึ้นประทับบนรถแห่ รวมถึงกระถางรูปหินโบราณสลักพระนามเจ้าพ่อที่ตั้งอยู่ในศาลแต่แรกเริ่ม ทั้งนี้ กระถางใบที่ 3 เป็นตัวแทนของโหงวโจ้วเซียงซือ ซึ่งไม่มีรูปเคารพ

 

ภาพที่ 2 ขบวนแห่รูปเคารพเจ้าพ่อคงคา และย่าของผู้เขียนกำลังรอต้อนรับเจ้าพ่อหน้าบ้าน

 

               ย่าของผู้เขียนออกมานั่งรอต้อนรับเจ้าพ่อที่หน้าบ้านด้วยมีใจเคารพศรัทธาและผูกพันกับประเพณีนี้มาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับชาวตลาดท่าวุ้งที่สามารถระบุระยะเวลาได้อย่างแน่ชัด ทว่า เมื่อมีผู้สอบถามกับอาจารย์เจต เจ้าอาวาสวัดท่าราบ (ผู้เจริญวัย 96 ปี) ว่ามีการจัดงานงิ้วมานานเท่าใดแล้ว ท่านบอกว่าเคยหนีมาดูงิ้วตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จึงอนุมานได้ว่างานงิ้วเจ้าพ่อคงคามีการจัดงานมาก่อนหน้านับร้อยปีแล้ว  

               ขบวนแห่เริ่มต้นตั้งแต่เคลื่อนออกจากซอยศาลเจ้าเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดสด เมื่อเจ้าพ่อผ่านร้านค้าใดเจ้าของกิจการต่างหยุดยกมือพนมไหว้กันอย่างพร้อมเพรียงไม่เว้นแม้แต่คนเดินตลาด ขบวนผ่านไปหยุดที่วิหารหลวงพ่อก้ามปูหน้าอำเภอเพื่อเชิญกระถางธูปหลวงพ่อขึ้นรถแห่มาดูงิ้วด้วย จากนั้นขบวนแห่ก็วนไปที่ตลาดนอกแล้วเลี้ยวขวากลับเข้าสู่ปะรำกลางตลาดสดหน้าโรงงิ้ว อัญเชิญกิมซิ้นและกระถางธูปซึ่งเป็นตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นประดิษฐาน พร้อมตกแต่งสถานที่รองรับผู้มากราบไหว้เจ้าพ่อ

               หลังจากนั้นมีการเชิญพระสงฆ์ 9 รูปมาทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่หน้าโรงงิ้ว จนกระทั่งเสร็จสิ้น พิธีคณะเถ่านั้งและผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม และกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลถวายเจ้าพ่อคงคาและเทพเจ้าทุกองค์ แล้วร่วมรับประทานอาหารและตระเตรียมงานกันต่อไป

               ในช่วงหัวค่ำ เมื่อเริ่มได้ยินเสียงดนตรีเล่นเพลงโหมโรง “อีอีแอ อี๊แอ่อี๊แอ...” หน้าโรงงิ้วก็เริ่มมีผู้คนอุ้มลูกจูงหลานมาจับจองเก้าอี้ที่นั่งดูงิ้วมากบ้างน้อยบ้างตามกาลสมัยนิยม นอกจากนี้ในงานยังมีสิ่งของสำหรับเด็กอย่างลูกโป่ง น้ำตาลปั้น มังกรเชิด ให้บริการแก่เด็ก ๆ ที่ฟังงิ้วไม่รู้เรื่องให้รู้สึกสนุกที่ได้ออกมาเล่นและกินขนมระหว่างรอปู่ตาย่ายายดูงิ้วที่กว่าจะแสดงจบในเวลาเที่ยงคืน บรรยากาศมักเป็นเช่นนี้ตลอดงาน

 

ภาพที่ 3 วันไหว้เจ้าพ่อคงคาในงานงิ้ว ปีพ.ศ. 2566

 

            ในวันที่สองเรียกว่า วันไหว้กลางตลาด ตั้งแต่เช้าชาวตลาดจะจัดโต๊ะนำเครื่องเซ่นไหว้มาตั้งวางเรียงไว้ตามเวลาที่กำหนดไว้ เครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วยซาแซ (ชุดของไหว้เนื้อสัตว์ 3 อย่าง) ซาก้วย (ชุดของไหว้ผลไม้ 3 อย่าง) เหล้า น้ำชา หงิ่งเตี๋ย (กระดาษไหว้เจ้า) เป็นพื้นฐาน บรรจงจัดใส่ถาดนำมาตั้งไว้ที่ด้านหน้าศาลเจ้าพ่อ บางครั้งก็มีการปักกิ่งยอดทับทิมไว้บนของเซ่นไหว้ด้วย ก่อนเริ่มทำพิธีไหว้เจ้าพ่อ มีการจุดเทียนจุดธูป รินน้ำชาลงถ้วย รินเหล้าลงจอกเตรียมรอไว้ ระหว่างนั้นผู้คนต่างทักทายกัน บางคนอาจไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานแล้วได้กลับมาเจอกันในงาน

               “เฮง ๆ รวย ๆ มั่งมีศรีสุข รุ่งเรืองก้าวหน้า...” เป็นเสียงงิ้วโป๊ยเซียนในพิธีป่วงเซียงเพื่อสักการะเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าและอวยพรให้กับทุกคน จากนั้นสิงโตทองก็มาเล่นถวายความเคารพเจ้าพ่อ และพรมน้ำมนต์แจกส้มมงคลจากปากสิงโต ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างแย่งส้มกันอย่างสนุกสนาน แล้วส่งท้ายด้วยการจุดประทัดหมื่นนัด เมื่อสิ้นเสียงประทัดนัดสุดท้าย ย่ายายลูกหลานประคองกันถือกระดาษไหว้เจ้าไปเผาร่วมกันที่เตาเผาหน้าตลาด และกลับมาลาของไหว้แจกจ่ายแบ่งปันกันและกันอย่างครึกครื้น

               ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ผู้เขียนรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เห็นการรักษาธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่กว่าร้อยปีไว้อย่างเหนียวแน่น ดำรงอยู่อย่างเรียบง่ายทว่ามั่นคงยั่งยืน และดีใจที่ได้เห็นว่าผู้คนในชุมชนชาวตลาดท่าวุ้งยังคงผูกพันและมีมิตรภาพที่ดีต่อกันเหมือนดังเดิมแม้จะไม่ค่อยได้เจอกันนัก รวมถึงการผสานธรรมเนียมประเพณีทั้งวัฒนธรรมจีนและไทยเข้าด้วยกันจนเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของงานงิ้วเจ้าพ่อคงคา ซึ่งความกลมกลืนเหล่านี้ยั่งยืนมาจากตัวตนของผู้คนที่สืบทอดความเชื่อความศรัทธาต่อเทพเจ้าท้องถิ่นตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงยุคปัจจุบัน และดำรงอยู่ผ่านการปรับตัวทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น

               อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์โรคโควิดที่ระบาดส่งผบกระทบต่อกิจกรรมทางธรรมเนียมประเพณีไม่น้อย ในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2564 - 2565 งดจัดงานงานงิ้ว และมีหลายขั้นตอนที่ต้องปรับเปลี่ยนไป อาทิ การกินเลี้ยงและเปียของ (การประมูลของที่ระลึก) ต่อมาในปีพ.ศ. 2567 มีความจำเป็นต้องงดจัดงานงิ้วอีกครั้ง เนื่องจากตลาดสดกำลังปรับปรุงครั้งใหญ่ทำให้ไม่มีพื้นที่จัดงาน คงเหลือเพียงการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระวันรำลึกวันเปิดศาลเจ้าพ่อคงคา (28 พฤศจิกายน) แม้กระนั้น งานงิ้วเจ้าพ่อคงคาก็จะกลับมาเป็น “งานประจำปี” ด้วยลูกหลานชุมชนชาวตลาดท่าวุ้งยังเคารพศรัทธาเจ้าพ่อคงคาและอยากสานต่อธรรมเนียมประเพณีนี้ไว้เช่นดังเดิม

                แม้ตลาดท่าวุ้งจะเป็นตลาดขนาดเล็กของผู้คนในชุมชนไทยจีนริมทางหลวง 311ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบสงบและความเรียบง่าย มีวิถีชีวิตที่ไม่เร่งเร้า บริบูรณ์ด้วยวัฒนธรรม ประเพณีและอาหารที่รักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ผู้เขียนจึงอยากชวนให้ผู้สนใจลองมาเยี่ยมเยือน ค้นหาและทำความรู้จักกับตลาดสดเทศบาลตำบลท่าวุ้งสักครั้งหนึ่ง

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ