Muse Pop Culture
แต่งเยี่ยงไร เวลาไว้ทุกข์
Muse Pop Culture
21 ก.ย. 65 2K

ผู้เขียน : Administrator

 

สืบเนื่องจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา
และเป็นข่าวสำคัญไปทั่วโลก
ในวันนั้นเอง สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษได้เปลี่ยนสีพื้นโลโก้จากแดงสดเป็นดำสนิท
นักข่าวต่างทยอยเปลี่ยนใส่ชุดดำออกมารายงานความเคลื่อนไหว
เป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น !!!

ใช่ สีดำเป็นสีไว้ทุกข์
ที่เราคนไทยก็ใส่กันเมื่อไปร่วมงานศพ หรือใส่ไว้ทุกข์จนกว่าจะเผา (และในวันนี้ก็เป็นวันประกอบพระราชพิธีฝังพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองด้วย)

แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ตามเธรดนี้ด้วยกันครับ

(อธิบายภาพ พระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ทรงฉายร่วมกับพระราชโอรส-ธิดา ชั้นเจ้าฟ้า
ทุกพระองค์ล้วนทรงภูษาสีดำไว้ทุกข์ เนื่องในงานพระบรมศพเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
ซึ่งเสด็จสวรรคตก่อนพระชันษาอันควร เมื่อปี 2438)

 

ขนบไทย
ผู้ใหญ่แต่งดำ ผู้เยาว์แต่งขาว

ระเบียบการแต่งกายของไทยเมื่อไปงานศพ มีบันทึกไว้ในสมัย ร.5 ว่า

หากอายุอ่อนกว่าผู้ตาย เช่นเป็นลูก หรือเป็นน้อง ให้แต่งขาว
หากอายุแก่กว่าผู้ตาย เช่นเป็นพ่อแม่ของผู้ตาย ให้แต่งดำ
หากเป็นมิตรสหายกับผู้ตาย ให้นุ่งดำ ห่มขาว (หรือสวมเสื้อขาว)
หากไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ตาย แต่บังเอิญต้องไปงาน (กรณีเช่นนี้เกิดน้อยมาก) ให้นุ่งม่วงแก่หรือน้ำเงินแก่ ห่มขาว หรือใส่เสื้อขาว
หากเป็นในวัง จะนุ่งม่วงแก่/น้ำเงินแก่ ผ้าทรงสีเขียว ทรงสะพักแพร (สไบ) สีนวล

จะเห็นได้ว่า คนไทยเราถือเอาความสัมพันธ์กับผู้ตายเป็นสำคัญ
และยึดความอาวุโส อ่อน-แก่ เป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาสีเสื้อผ้าที่จะใส่ไปร่วมงานศพ
ด้วยระบบอาวุโส ผู้ใหญ่-ผู้เยาว์ เป็นฐานความคิดของเรามาแต่โบราณแล้ว

จากพระรูปด้านบน ฉายในงานพระราชทานเพลิงพระศ
พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ กรมขุนสุพรรณภาควดี
ที่พระราชวังบางปะอิน เมื่อปี 2448 ในปลายรัชสมัย ร.5
ให้สังเกตเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ทางขวาทรงภูษาสีดำ
ส่วนเจ้านายผู้เยาว์ยังอ่อนวัย ใส่สีขาว

และในวันนั้นเอง
เนื่องจากพระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ เป็นพระธิดาองค์โปรดใน ร.5
พระเจ้าอยู่หัวจึงแหวกประเพณี โดยทรงฉลองพระองค์สีขาว (แทนที่จะเป็นสีดำ) เพื่อเป็นการพระราชทานพระเกียรติยศอย่างสูงแด่ “ลูกคู่ทุกข์คู่ยาก” พระองค์นี้

 

ควีนวิกตอเรีย
ราชินีหม้าย ผู้สร้างตำนานชุดดำ

ประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์สีดำมีมานานแล้วในยุโรป
ชาวโรมัน จะแต่งดำ งดใส่เครื่องประดับ เพื่อไว้อาลัยให้กับผู้ตาย
ผ่านมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อมีคนตาย
หญิงหม้ายจะแต่งดำเป็นเวลา 2 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต
หากเป็นพี่น้อง จะไว้ทุกข์กัน 6 เดือน
ถ้าเป็นญาติ จะสวมชุดดำไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่ขนบการแต่งดำไว้ทุกข์มาเคร่งครัดขึ้นก็ในสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria)
แห่งจักรวรรดิอังกฤษ
(ควีนวิกตอเรีย คือเทียดของควีนเอลิซเบธ หรือควีนเอลิซเบธ คือลื่อของควีนวิกตอเรีย พูดง่ายๆ ก็คือสืบสาแหรกห่างกัน 4 ชั่วอายุคนนั่นเอง)
เมื่อเจ้าชายอัลเบิร์ต พระราชสวามี สวรรคตลงในปี ค.ศ. 1861 (ตรงกับปี พ.ศ. 2404 ในสมัย ร.4)
พระองค์ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง แบบโลกจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย อย่างงั้น
ทรงเก็บพระองค์ ไม่ออกสื่อ
และปฏิญาณตนที่จะฉลองพระองค์สีดำไว้ทุกข์ไปตลอดพระชนม์ชีพ
ตราบจนสวรรคตลงในปี 1901 (หรือ พ.ศ. 2444 ปลาย ร.5)
รวมเวลาที่ทรงดำทั้งสิ้นร่วม 40 ปี !!!

การทรงดำเป็นปกติ ในระยะเวลาที่ยาวนานนี้เอง ได้สร้างธรรมเนียมปฏิบัติให้กับสังคมอังกฤษในยุคนั้น
กลายเป็น “นิวนอร์มอล” หรือมาตรฐานใหม่ ให้ประชาราษฎร์สมัยนั้นเคร่งครัดแต่งดำไว้ทุกข์กัน
มีตั้งแต่ 3 เดือน ไปจนถึง 2 ปีครึ่ง
อีกยังมีการจัดระเบียบเป็นไว้ทุกข์แบบจัดเต็ม (Full Mourning) ที่ต้องใส่เสื้อผ้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย พร้อมสวมผ้าคลุมผมสีดำ
และแบบกึ่งไว้ทุกข์ (Half Mourning) ที่อนุญาตให้มีสีขาว/เทา/ม่วงลาเวนเดอร์ เจือได้

 

 

แต่งดำบ้าง
ตามอย่างฝรั่ง

จากประเพณีนิยมแต่งดำไว้ทุกข์ของชาวอังกฤษ ที่มาเคร่งครัดขึ้นเมื่อควีนวิกตอเรียเป็นต้นแบบนั้น
ราชสำนักสยามก็รับมาปฏิบัติตามบ้าง
เช่นคราวงานพระบรมศพเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในปี 2438
ทั้ง ร.5 และเจ้านายอื่นๆ ที่ยังทรงพระเยาว์ ก็หันมาฉลองพระองค์ดำกันให้ถ้วน
ตามขนบการแต่งกายไว้ทุกข์ของผู้ดีชาวอังกฤษนั่นเอง

ในยุคนั้น จักรวรรดิอังกฤษเข้ามาเจริญสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลสยาม
มีพวก Expat ชาวบริเตนใหญ่โดยสารเรือกลไฟเข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินในบางกอกกันอยู่พอสมควร
บ้างเป็นผู้พิพากษา นักกฎหมาย เป็นนายธนาคาร นักหนังสือพิมพ์ เป็นหมอ หรือเป็นพ่อค้า ตั้งห้างใหญ่โต
จากภาพ เป็นรูปถ่ายของครอบครัวทนายความชาวอังกฤษผู้หนึ่ง ซึ่งได้เสียชีวิตลงในปลาย ร.5
จะสังเกตว่าสุภาพสตรีที่นั่งกลาง อันเป็นภรรยาชาวสยาม สวมใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำสนิททั้งตัว
สวมเสื้อสีดำเป็น Blouse แบบฝรั่ง คอปิด แขนยาวเป็นพวง ตามแฟชั่นยุค 1900 นิดๆ
มีห่มทับด้วยสไบแพรสีดำ และนุ่งโจงกระเบนดำ
แถมสวมรองเท้าสีดำมีส้นอย่างแก้วแชมเปญ ใส่ถุงเท้า (ถุงน่อง) สีดำ จัดเต็มครบครัน
ตรงตามขนบการแต่งกายไว้ทุกข์ดำของผู้ดีอังกฤษทุกประการ

ขอให้สังเกตเพิ่มเติมว่า ทรงผมของสุภาพสตรีท่านนี้ คือทรงดอกกระทุ่ม
อันเป็นทรงพิมพ์นิยมของสตรีสยามชั้นนำในสมัยนั้น
ด้วยเป็นทรงที่เลียนแบบผมเกล้าสูง โป่งๆ พองๆ แบบพวกแหม่มฝรั่งนั่นเอง

เด็กผู้ชายสองคนทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นลูกครึ่ง (Eurasia) สวมชุดสากลโก้ ใส่แจ็กเก็ต และกางเกงขาสั้นยาวคลุมเข่า (แสดงว่ายังเป็นเด็กชายอยู่)
และที่สำคัญ คาดผ้าดำที่แขนเสื้อด้านซ้าย เป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ให้กับแดดดี้นั่นเอง

ส่วนลูกสาว ไม่ได้ใส่ชุดดำตามธรรมเนียมปฏิบัติ
แต่กลับใส่เสื้อลูกไม้สีขาว อันเป็นแฟชั่นยอดนิยมของสตรีในสมัยวิกตอเรียน
ด้วยมีเครื่องจักรในการทอผ้าลูกไม้ใช้กันแล้ว

แล้วชายหนุ่มชาวไทยที่ยืนอยู่ด้านหลังหล่ะ?
สันนิษฐานว่าเป็นเลขา หรือล่ามของนายฝรั่ง สวมใส่เสื้อราชปะแตน
ซึ่งถือเป็นชุดสูทแบบไทยๆ ที่สุภาพบุรุษชาวสยามสวมใส่กัน ในยุคที่ราชอาณาจักรเปิดรับอารยธรรมจากโลกตะวันตกด้วยความเต็มใจ

เครดิตภาพ
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ