Muse Pop Culture
ตามล่าหา คุมหมอทาเคดะ
Muse Pop Culture
21 ก.ย. 65 1K

ผู้เขียน : Administrator



“คู่กรรม” นวนิยายในดวงใจของใครหลายคน
เป็นบทประพันธ์ขึ้นหิ้งของ ‘ทมยันตี’ นักเขียนในตำนานที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานนี้
นำมาสร้างเป็นหนังและละครมาไม่รู้กี่ครั้ง
แต่ละครั้งก็เป็นที่นิยม และสร้างกระแสปลุกให้ “โกโบริ” และ “อังสุมาลิน” ขึ้นมาโลดแล่นราวกับมีชีวิตทุกครั้งไป

เคยสังเกตมั้ยว่า คู่กรรมมีตัวละครที่เป็นหมอชาวญี่ปุ่นในเรื่องนี้อยู่ถึง 2 คน
แฟนพันธุ์แท้ตอบได้ทันทีว่า
ก็ “หมอทาเคดะ” กับ “หมอโยชิ” ไงจ๊ะ

“หมอทาเคดะ” เป็นหมอทหารวัยหนุ่มประจำอู่ เดินทางเข้ามาพร้อมกับโกโบริ เป็นคู่หูกัน
หมอทาเคดะผู้นี้เองที่คอยดูแลเพื่อนรักยามโกโบริถูกฟัน
เป็นหมอผู้มาฉีดยามาเลเรียให้กับคุณยาย
แถมยังตรวจอังสุมาลินตอนพลัดตกบันไดจนพบว่าเธอตั้งครรภ์
และเป็นคนไปตามหาโกโบริที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยตอนถูกบอมบ์จนทำให้พระเอกของเราต้องตายในที่สุด

ส่วนหมออีกคนก็คือ “หมอโยชิ” เป็นหมอฟันสูงวัย แสนดี และเป็นมิตร
เข้ามาประกอบวิชาชีพในสยามนานแล้วตั้งแต่ก่อนสงคราม
จนสนิทกับครอบครัวของอังสุมาลิน และช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นให้นาง
แต่พอสงครามอุบัติขึ้น ญี่ปุ่นบุกสยาม หมอโยชิผู้นี้เองที่แปลงร่างมาแต่งเครื่องแบบทหาร
แสดงให้รู้ว่าที่เข้ามาก่อนหน้านี้ ก็มาเป็นหน่วยสอดแนมให้กับกองทัพนั่นเอง

รู้หรือไม่ว่า ทั้ง “หมอทาเคดะ” ทหารหนุ่ม และ “หมอโยชิ” ทหารสูงวัย
มีที่มาจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์นะครับ
นั่นคือ “หมอทาเคดา”
ชื่อคลับคล้ายกับ “หมอทาเคดะ” คู่หูโกโบริ
แต่บุคลิกและโปรไฟล์นั้น กลับไปเหมือนกับ “หมอโยชิ” ในบทประพันธ์ เสียมากกว่า

ตามมาส่องกัน

 

ร้านหมอทาเคดา
ที่สี่กั๊กพระยาศรี

คุณหมอทาเคดาตัวจริงนั้น
ไม่มีรูปปรากฏให้เราเห็น ทั้งไม่มีประวัติให้ค้นได้
เข้ามาทำงานเป็นหมอในสยามตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่อาจทราบได้แน่ชัด
แต่พอคะเนจากหลักฐานแวดล้อมได้ว่ามาตั้งแต่ราวปลาย ร.6 - ต้น ร.7 หรือก่อนปี พ.ศ.2475 แล้ว
เป็นหมอยุ่นรุ่นหนุ่ม ใจดี และอารมณ์เย็น
รับรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่ (ต่างจากหมอโยชิในบทประพันธ์ ที่สูงอายุ และเป็นหมอฟัน)

หมอทาเคดาตั้งร้านขึ้นที่ห้องแถว 1 คูหา ริมถนนเจริญกรุง
ระหว่างสี่กั๊กพระยาศรี ถึงแยกสะพานถ่าน (แยกที่เป็นศาลาเฉลิมกรุงในปัจจุบัน แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้มีการก่อสร้างเฉลิมกรุง)
ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) เคยเล่าด้วยอารมณ์ขันไว้ว่า
เมื่อสมัยรุ่นๆ เที่ยวซุกซน จนต้องไปฉีดยา “นีโอซัลวาร์ซาน” กับหมอทาเคดา
มีเรื่องให้ตื่นเต้นนิดหน่อย ด้วยหมอยุ่นฉีดพลาด เลือดไหลโซมแขน จนต้องพันผ้าอยู่หลายวัน

หมอทาเคดาตั้งร้านอยู่ที่นี่จนถึงปี 2474-5 แล้วจึงย้ายไปเปิดในทำเลอื่
ผู้เช่าห้องรายต่อมาเปิดเป็นร้านขายหนังสือชื่อ “กรุงเทพบรรณาคาร”
เมื่อพระยานิพนธ์พจนาตถ์ (สันตติ วิจิตรานนท์) เจ้ากรมราชเลขาธิการใน ร. 6-7
โดนดุลย์ออกจากราชการ เมื่อต้องยุบกรม จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พระยานิพนธ์ฯ จึงมาตั้งร้านขายหนังสือ และเครื่องเขียน ที่ตึกเก่าของร้านหมอทาเคดาแห่งนี้แทน
ตามรูปที่เห็นอยู่นี้ (จะเห็นว่าเป็นตึกแถวหน้ากว้าง คือ 1 คูหา มีซุ้มหน้าต่างโค้งถึง 3 ซุ้ม)
ร้านหมอทาเคดาคงมีหน้าตาไม่ต่างกันจากนี้สักเท่าไหร่

ต่อมาในปี 2486 ระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรลงใส่ร้านกรุงเทพบรรณาคาร
ลูกสาวพระยานิพนธ์พจนาตถ์ จึงตั้งร้านใหม่ชื่อ “นิพนธ์สาสน์” ขึ้นมาแทน
ซึ่งทายาทรุ่นต่อมายังคงสืบสานร้านหนังสือเก่าแก่แห่งนี้อยู่มาจนถึงปัจจุบัน
หน้าตาห้องแถวอาจเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
แต่ตำแหน่งที่ตั้งยังคงเป็นที่ที่เคยเป็นร้านของหมอทาเคดานั่นเอง

 

 

รพ.ทาเคดา
ที่ตึกคัคณางค์

โรงหมอทาเคดาย้ายจากตึกตรงสี่กั๊กพระยาศรี ขึ้นมาตามถนนเจริญกรุงอีกเพียง 3 สี่แยก
ก็มาเช่าห้องใหม่ เป็นตึกสวยสูง 3 ชั้น ตรงหัวมุมแยกสามยอด อันเป็นทำเลทองที่สุดของพระนครในสมัยนั้น

หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ วารศัพท์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2475 (นับแบบปัจจุบันคือ 2476) หน้า 16
มีโฆษณาโรงพยาบาลทาเคดา ดังนี้

โรงพยาบาลทาเคดา
โทรศัพท์ 1497
ดร. อารีโนบู แพทย์ประจำโรงพยาบาล
รับรักษาโรคต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น
1. โรคฝีในท้องทุกชนิด
2. โรคเฉพาะริดสีดวงทวาร
3. มดลูกพิการ และโรคต่างๆ
เวลาทำการของโรงพยาบาลทาเคดา ตั้งแต่ 7 ก.ท. ถึง 5 ล.ท.
ส่วนผู้ที่จะมาทำการรักษานั้น มาได้ทุกเวลา

จากประกาศแจ้งความดังกล่าว
เป็นที่น่าแปลกใจว่าแพทย์ประจำโรงหมอแห่งนี้ หาใช่คุณหมอทาเคดาแล้วไม่
แต่กลับเป็นหมออารีโนบูแทน
แล้วหมอทาเคดาที่เคยฉีดยาให้ขุนวิจิตรมาตราหายไปไหนแล้ว?

โรงพยาบาลทาเคดาสิงสถิตย์อยู่ที่ตึกคัคณางค์แห่งนี้ เพียง 3-4 ปีเท่านั้น
พอปี 2479 ก็ย้ายข้ามฟากถนนไปเช่าที่ตึกหัวมุมฝั่งตรงข้ามแทน
ปล่อยที่ตึกนี้ให้หมอเหล็ง ศรีจันทร์ มาเช่าเปิดเป็น ห้างขายยาศรีจันทร์ ในปี 2480 แทน
ห้างขายยาศรีจันทร์แห่งนี้นี่เอง ที่เป็นต้นตำรับของแป้งหอมศรีจันทร์อันเลื่องชื่อ
ที่ตกทอดมาเป็นผลิตภัณฑ์ Srichand ที่ฮ็อตฮิตกันในปัจจุบันนั่นเอง

ตึกคัคณางค์แห่งนี้ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีเยี่ยม
เป็นที่ตั้งของบูติคโฮสเต็ลเก๋ไก๋ที่ชื่อ คชาเบด
ชั้นล่างเปิดเป็นร้านกาแฟฮิป ตามไปตำกันได้

 

 

รพ.ทาเคดา
ที่ตึก บี. กริม

เมื่อถึงปี 2480 ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะอุบัติขึ้นเพียงไม่กี่ปี
โรงพยาบาลทาเคดาก็ย้ายข้ามฟากถนนมาเปิดใหม่ที่อาคารใหญ่ตรงหัวมุมแยกสามยอด
เป็นตึกโก้ ออกแบบโดยนายมาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน ที่รับราชการให้กับกรมโยธาธิการ
เมื่อแรกเปิดตึก ห้าง บี. กริม ห้างสรรพสินค้าของพ่อค้าเยอรมันได้เช่าเปิดเป็นห้างโก้ หรูที่สุดในพระนครแล้ว ขายของล้วนแล้วแต่นำเข้าจากต่างประเทศ
ต่อมาบริษัทไฟฟ้าสยาม ได้เช่าต่อ เปิดเป็นห้างขายสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
จวบจน 2480 เมื่อโรงพยาบาลญี่ปุ่นแห่งนี้ได้มาเช่าเปิดดำเนินการ

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอย่างสยามครอนิเกิล (Siam Chronicle)
ได้ลงโฆษณาในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2480
แจ้งความเกี่ยวกับโรงพยาบาล Takeda Hospital ที่ทำเลใหม่แห่งนี้
ยังนำทีมโดย Dr. K. Arinobu หรือคุณหมออารีโนบูเช่นเดิม
(แล้วคุณหมอทาเคดาของเราหายไปไหนแล้ว?)

โรงพยาบาลทาเคดาอยู่ที่นี่ในเวลาสั้น เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น
พอปี 2484 ตึกนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นที่ตั้งของ ห้างไทยนิยม ขายจักรยาน ไปเสียแล้ว
แล้วเพราะอะไร โรงพยาบาลญี่ปุ่นจึงเลิกกิจการไปเสีย
มีเงื่อนงำ?

ก็เพราะเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทยนั่นเอง
กองทัพญี่ปุ่นบุกขึ้นชายฝั่งสยามในปลายปี 2484 นั้นเอง
คุณหมออารีโนบู แห่งโรงพยาบาลทาเคดา ท้ายที่สุดแล้วก็คงเข้าร่วมเป็นหมอทหารในกองทัพแห่งองค์พระจักรพรรดิแห่งแดนอาทิตย์อุทัย
โดยอาจได้รับมอบหมายให้เข้ามาเป็นสายลับเป็นการล่วงหน้าก่อน
ซึ่งพฤติกรรมของหมออารีโนบูนี่เอง ที่คลับคล้ายกับหมอโยชิ หมอฟันแสนดีในนวนิยาม “คู่กรรม” ที่เข้ามาทำงานหลายปีก่อนเกิดสงคราม จนเข้าร่วมในกองทัพในที่สุด

ตึกสวยโก้ที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลทาเคดาแห่งสุดท้ายแห่งนี้ ปัจจุบันได้รื้อถอนไปเสียสิ้นแล้ว
สร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารโรงแรมบูรพาแทน

 

เครดิตภาพ
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
Kyoto University Library
www.digitalrarebook.com

ภาพยนตร์คู่กรรม โดยบริษัท M๓๙ ฉายในปี พ.ศ.2556

#MuseumSiam
#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

 
แกลเลอรี่


ย้อนกลับ