เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%
จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น
ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน
โฉมหน้าของนายชิต สิงหเสนี(ซ้าย), นายบุศม์ ปัทมะศริน(กลาง) และนายเฉลียว ปทุมารส(ขวา) สามมหาดเล็กคนสำคัญ ที่อยู่ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิต ในเวลา ๙ ปีให้หลัง คดีลอบปลงพระชนม์ รัชกาลที่ ๘
ในวันแห่งความสูญเสียของคนไทยทั้งชาตินั้น คือวันที่ในหลวงอานันท์ต้องพระแสงปืนสิ้นพระชมน์กับพระบรรทม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน โดยไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัดว่าใครทำ หรือคำบงการ แต่ศาลก็ตัดสินออกมาหลังจาก 9 ปีผ่านไป ให้ประหารชีวิตผู้ที่เกี่ยวข้องสามคน
นายบุศม์ ปัทมะศริน มหาดเล็กเวรเวลานั้นอยู่หน้าห้องแต่งพระองค์พอดี ถึงพิสูจน์ทราบว่าเขาไม่ได้ยิง แต่ศาลพิเคราะห์ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่เห็นว่าใครยิง เขาจึงต้องตาย
นายชิต สิงหเสนี มหาดเล็กอีกคนที่ออกเวรไปแล้ว แต่ดันมาที่วังด้วยข้ออ้างเลื่อนลอยว่าจะมาเอาตราพระลัญจกร เขาอยู่หน้าห้องแต่งพระองค์ด้วย เขาจึงต้องตาย
นายเฉลียว ปทุมารส อดีตเลขานุการส่วนพระองค์และเป็นหัวหน้าของสองคนข้างต้น ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่มีการพยายามโยงในศาลว่าเขาร่วมมือกับนายปรีดี พนมยงค์ วางแผนลอบสังหารในหลวงอานันท์ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับสวิตเซอร์แลนด์ 13 มิ.ย.89 ศาลเชื่อเสียด้วย เขาจึงต้องตาย
ในยุคแห่งการปฏิวัติ นายปรีดีต้องหัวซุกหัวซุนลี้ภัยไปต่างแดนตั้งแต่ปี 90 โดยถูกทางการยัดข้อหาบงการสังหารในหลวงอานันท์ ทั้งยังมีพรรคเก่าแก่เอาเรื่องนี้ไปตะโกนในโรงหนังให้คนเกลียดชังนายปรีดี แต่ในเวลาต่อมา ไม่มีใครเชื่อว่านายปรีดีอยู่เบื้องหลังคดีประวัติศาสตร์นี้สักคน
ถ้านายปรีดีไม่ใช่คนบงการ สามคนที่ตายถูกประหารทำไม ใครกันแน่ที่เป็นมือสังหาร ใครที่บงการ...
ที่มา : Sanamluang2008.Blogspot