Muse Mag
Muse You : แค่สงสัย...ก็เกือบได้ทำนิทรรศการแล้ว
Muse Mag
30 ส.ค. 61 2K

ผู้เขียน : Administrator

แค่สงสัย...ก็เกือบได้ทำนิทรรศการแล้ว

 


 

        นานมากแล้วที่ Post ของมิวเซียมสยามไม่ได้ขึ้นมาหน้า new feed บนเฟสบุ้ค วันนึงนั่งไถหน้าจอก่อนนะนอน เห็นโพสต์สีเหลืองๆสะดุดตา รีบสไลด์หน้าจอลงมาดูใหม่ พบว่าเป็นประกาศรับสมัครนักเขียนหน้าใหม่ ซึ่งเราเองก็ไม่ใช่นักเขียน แต่มันมีปาร์ตี้นึงที่แว๊บเข้ามาในหัว

 

        ถ้าให้นึกถึงปาร์ตี้ มันก็จะมีแต่ปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง หลุดโลกไปเลยใช่มั๊ยแต่ปาร์ตี้ที่แว๊บเข้ามาในหัวเรากับกลายเป็นตอนเข้ารอบการประกวดออกแบบนิทรรศการชั่วคราวของงมิวเซียมสยามนั่นแหละ

 

        ย้อนไปสมัยยังเป็นนักศึกษาสถาปัตย์ สาขาออกแบบอุตสาหกรรม จำได้ว่าตอนนั้นกำลังนั่งอยู่ใต้ตึกสาขา นั่งคุยกันกับเพื่อนๆอย่างเมามันส์อยู่ดีดี เพื่อนก็วิ่งมา แล้วตะโกนบอกว่า “เห้ย อาจารย์ให้ประกวดออกแบบนิทรรศว่ะ ของมิวเซียมสยามด้วยแก!”เพื่อนๆก็ยิงคำถามใส่ตัวต้นเรื่อง “ประกวดชนะได้เงินมั๊ย” “ได้ไปกรุงเทพมั๊ย” “อยากไปเที่ยว” ตามประสานักศึกษามหาวิทยาลัยที่อยากไปทุกที่บนโลกยกเว้นมหา’ลัยค่ะ

 

        มาถึงตรงนี้ มีเพื่อนคนหนึ่งตะโกนแหวกทุกเสียง “ส่ง เมื่อ ไหร่!!” ตัวรับเรื่องมาประกาศหน้าเจื่อน “อีก 3 วันหมดเขตส่ง อ.ให้ประกวด เป็นโปรเจกต์ของวิชา Exhibition Design” ทุกคนนึกถึงกลุ่มประชากรปี 3 ที่พร้อมใจกันเงียบ ก่อนจะมีสรรพเสียงสรรเสริญมาจากทั่วทุกสารทิศถึงโปรเจกต์ไฟไหม้นี้

“……………………..&^#%&_(@&$%&$)@__!*#^@%$_(@&@%@%!&*()_+#^#%………………………….”
ฟังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ 

 

        พวกเราได้รับไฟล์ภาพโปสเตอร์กิจกรรมพร้อมกติกาต่างๆ ได้ความว่า รวมกลุ่ม 3 คน คิดนิทรรศการอะไรก็ได้มา ส่งประกวด 10 ทีมที่เข้ารอบจะได้ไปแคมป์กับมิวเซียมสยาม 3 วัน ส่วนทีมที่ชนะ จะได้ทำนิทรรศการนั้นจริงๆ และได้ไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ แต่ทั้งหมดนี้ เราต้องคิดงานภายใน 3 วัน พร้อมส่งตัวอย่างการจัด หรือ ภาพตัวอย่างนิทรรศการด้วย

 

        ทีมของเรามีกัน 3 คน มาจาก 3 จังหวัด กรุงเทพ สมุทรสาคร และ นราธิวาส ระยะเวลาสามวันกับการคิดนิทรรศการนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ตอนนั้นคิดเล่นๆ ถ้าคิดไม่ออกก็แค่ไม่ส่ง แต่ก็ไม่ได้ไง เพราะอาจารย์คิดเป็น 1 โปรเจกต์ที่มีการนับคะแนนในวิชาเรียน นอนคิด นั่งคิด ตะแคงคิด ก็นึกไม่ออก ซึ่งมันเป็นภาวะที่ท้อใจมากของเด็ก’ถาปัต โอ้ย อยากร้องไห้ค่ะ

 

        หลังจากงมทะเลความคิดกันจนหัวจะระเบิด ก็มีเสียงสวรรค์ เรียกไปกินข้าว (เสียงเคาะประตูค่ะ เพื่อนข้างห้องมาเคาะ ไม่ได้คิดงานจนเบลอแต่อย่างใด) เรากับรูมเมทขอเวลาสามนาทีล้างหน้าเปลี่ยนชุด เพื่อนเราเข้าไปล้างหน้าล้างมือ

พอเปิดประตูออกมา นางก็ตะโกนดังลั่นเลย “แก!!!!!!! เรารู้แล้วๆๆ” นางยืนย่ำเท้าอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำ

ทางเราก็งง เกิดอะไรขึ้น นางรู้อะไร นางชี้ไปที่พรมเช็ดเท้ารูปแตงโม “แก แกเรียนฝรั่งว่าชมพู่ใช่มั๊ย เพื่อนเรียกฝรั่งว่าบักนัดใช่มั๊ย นั่นแหละ ส่งประกวดนิทรรศการเรื่องชื่อเรียกผลไม้ของคนแต่ละภาคดิ!!!!”

 

หลังจากเสนอความเห็นกับเพื่อนในทีมก็ตกลงกัน ว่าจะส่งนิทรรศการเรื่อง “ผลไม้” เข้าประกวด

 

 

        พอได้ไปทานข้าวอย่างสบายใจพวกเรากลับมาประชุมวางคอนเส็ป แนวคิดสำหรับส่งงานประกวด(หลักๆคือไม่หวังเรื่องการประกวด แต่ต้องการจะส่งงานอาจารย์มากกว่า) พวกเราก็เริ่มลงมือทำพรีเซนต์คร่าวๆของนิทรรศการ ขึ้นแบบ 3D ทำกราฟิกตามที่ออกแบบไว้ ในวันสุดท้าย พวกเราส่งงานให้อาจารย์และรวบรวมงานส่งประกวดด้วย โล่งใจ ไปเที่ยว ปาร์ตี้

 

        หลังจากนั้นสัก 2-3 วันระหว่างที่เรานอนดูหนังกันในห้องเนื่องจากไม่มีเรียนก็มีเบอรโทร 02-xxxxxxxโทรเข้ามือถือเพื่อน ซึ่งคือพี่จากมิวเซียมสยามโทรมาหา บอกว่าทีมของเราได้เข้ารอบการประกวด ......แว๊บแรกที่คิด คือ มัน เป็น ไป ได้ ยัง ไง เพื่อนที่นอนอยู่นี่เด้งตัวขึ้นมาจากเตียงถามว่า “จริงอะ ทำไมได้อ่ะ บ้าไปแล้ว” ไม่มีใครในกลุ่มเชื่อเลยว่าพวกเราได้เข้ารอบสิบทีม

 

หลังจากแจ้งอาจารย์ประจำวิชา ปรากฏว่ามีเพื่อนในสาขา เข้ารอบด้วยกันหลายทีม คราวนี้เราก็ไม่เหงาแล้ว

 

        มาถึงวันที่ได้เข้า camp กับมิวเซียมสยาม พวกเรามีกัน 10 ทีม มีกิจกรรมพาไปดูแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้ง TK Park / TCDC แล้วก็กลับมาทำกิจกรรมกันที่มิวเซียมสยาม โดยรวมก็จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และก็จะมีช่วงรวบรวมความคิด และมีพี่สต๊าฟประจำทีมละ 1 คน เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวิธีการคิด จัดทำนิทรรศการ ว่ามันไม่ง่ายเลย ทั้งเนื้อหา ทั้งวิธีการนำเสนอ ทุกอย่างยากหมด เราแทบไม่ได้นอนกันเลยในคืนสุดท้าย เพราะว่าเรานั่งทำพรีเซนต์กันทั้งคืน สำหรับพรีเซนต์กรรมการในวันสุดท้าย

 

 

        ตอนแรกไม่ได้หวังเรื่องการประกวดนะคะ แต่พอได้โอกาส ได้เห็นวิธีการทำงานจริงๆ ได้ลงมือทำงานกับบุคลากรด้านนี้จริงๆแล้วเรารู้สึกฮึบมาก อยากทำให้ออกมาดีที่สุด อ๋อ ก็คือสารภาพเลยว่าอยากไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วยค่ะ

 

        หลังจากพรีเซนต์ และประกาศผลผู้เข้ารอบ ใช่ค่ะ ทีมเราไม่ได้รางวัลที่ 1 ไม่ได้เงิน ไม่ได้ไปสิงค์โปร์
ถามว่าเฟลไหม ลึกคนเราคาดหวังกับทุกอย่างที่เราทำค่ะ แต่ในเมื่อเราทำเต็มที่แล้วผลจะเป็นยังไงเราไม่เสียใจเลยค่ะ

 

        โอกาสครั้งนี้ทำให้เราภูมิใจในตัวเองมากนะคะ มันทำให้เรารู้ว่าขีดจำกัดความคิดของมนุษย์น่ะ ไม่มีจริงหรอกค่ะ อยู่ที่เราจะเอามันออกมาได้ยังไงและกิจกรรมนี้ก็ได้ดึงสมองของเราออกมา ให้คิดลงไปลึกที่สุดเท่าที่สมองนักศึกษาจะทำได้ เพื่อนๆที่เข้า camp ด้วยกันตั้งกรุ้ปในเฟสบุ้ค พูดคุยสัพเพเหระ ทุกวันนี้ผ่านมาเกือบสิบปี (แหม ไม่ต้องเดาอายุนะคะ) ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่บางคนทำงานทำการมั่นคง บางคนไปอยู่ต่างประเทศ บางคนเรียนต่อ

 
        อ่านมาทั้งหมด อาจจะงงว่า มันเกี่ยวกับปาร์ตี้ยังไงใช่มั๊ยคะ มันคือการรวมตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการทำนิทรรศการเลย 30 กว่าคน ตอนนั้นที่มาทีมงานพาเดินชมห้องสมุด เราเห็นข้อความตัใหญ่ที่ผนัง ว่า “คำว่า ทำไม ทำให้คุณมีปัญญา” เราก็อ่านแล้วรู้สึกสะดุดกับประโยคนี้ แต่ใครจะไปเชื่อว่าแค่คุณสงสัย และอยากหาคำตอบ มันจะนำพาโอกาสดีดีมาให้เราได้ลองทำนิทรรศการได้จริงเราได้เรียนรู้วิธีคิดใหม่ๆที่มีประโยชน์และเราก็ได้นำไปใช้กับการเรียน ได้ทำกิจกรรม ได้เพื่อนใหม่ ได้ทางอาหารอร่อยๆด้วยกัน

 

สำหรับเรา นี่คือปาร์ตี้ที่เราจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ

 

โดย : ชญานิษฐ์ อรรถบดี

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ