Muse Mag
Muse Story : Lucky Robot ผู้ช่วยฮีโร่ชุดกาวน์
Muse Mag
26 ส.ค. 64 822

ผู้เขียน : Administrator

          ในโมงยามแห่งวิกฤตที่ทั่วโลกเผชิญกับไวรัสโควิด 19 ฮีโร่ด่านแรกที่ป้องกันภัยให้กับมนุษย์คือ คุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงอาสาสมัครด้านสาธารณสุข เราได้เห็นจิตอาสาด้านต่างๆ ที่แบ่งปันช่วยเหลือผู้คนในสังคม ร่วมประคับประคองกันให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้

          เพราะเชื่อว่า เราทุกคนล้วนเป็นฮีโร่ได้ จะนำความเชี่ยวชาญของเราเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างไร ทำให้คุณกัลยาณี คงสมจิตร ประธานบริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตระบบอัตโนมัติในวงการอุตสาหกรรม (Automation and Robotics) ได้ลุกขึ้นมาผลิตหุ่นยนต์ต้นแบบ นวัตกรรมบริการทางการแพทย์ AGV Robot และคว้าอันดับสอง ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม จากงานมหกรรมนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์แห่งสหราชอาณาจักร International British Inventions, Innovation Exhibition (IBIX) 2020 จากผลงานที่ส่งประกวดทั่วโลกกว่า 1,200 ชิ้นงาน  52 ประเทศ นับเป็นข่าวที่น่าดีใจในสถานการณ์วิกฤต ผลงานฝีมือคนไทยสร้างนวัตกรรมเป็นฮีโร่บนเวทีนานาชาติ ในขณะเดียวกันนวัตกรรมได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรบกับเหล่าไวรัสเคียงบ่าเคียงไหล่คุณหมอคุณพยาบาล

            Muse Story จะพาคุณมาทำความรู้จักกับน้อง Lucky หุ่นยนต์ฮีโร่ที่พัฒนามาจากหุ่นยนต์ต้นแบบ "นวัตกรรมบริการทางการแพทย์" AGV Robot

 

 

จุดเริ่มต้นของการผลิตหุ่นยนต์ต้นแบบนวัตกรรมบริการทางการแพทย์

            เราเริ่มต้นสร้างหุ่นยนต์ตัวนี้จากช่วงโควิด 19 มีนาคม 2563 เราได้เห็นวิกฤต อาทิ การขาดแคลนหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และสิ่งจำเป็นหลายๆ ด้าน สิ่งหนึ่งที่เราตั้งคำถามคือเราจะทำอะไรได้บ้าง

             บริษัทเรามีความเชี่ยวชาญในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม Automation and Robotics หุ่นยนต์ของเราเป็นหุ่นยนต์ด้านอุตสาหกรรม (Industrial Robot) เช่น หุ่นยนต์ยกของ หุ่นยนต์หยอดกาว หุ่นยนต์พ่นสี หุ่นยนต์เหล่านี้เราเห็นอยู่ในไลน์การผลิตมาช้านานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ วงการเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ วงการปิโตรเคมิคอล ซึ่งหุ่นยนต์เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหนัก เพื่อทดแทนแรงงานคนที่ทำงานทางด้าน specialist หรือเอาไปใช้ในส่วนที่เป็นโซนอันตราย ไม่ต้องการให้แรงงานคนเข้าไปมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเราเชี่ยวชาญด้านนี้มากว่า 18 ปีแล้ว ในวงการภาคผลิต เราใช้หุ่นยนต์นี้กันอย่างแพร่หลาย

            ในฐานะที่เป็นภาคเอกชน เราจะมีส่วนช่วยประเทศ ช่วยสังคมได้อย่างไร แล้วสิ่งที่เรามีอยู่ในมือเป็นสิ่งที่มีการการันตีคุณภาพ (Quality Control) อยู่แล้ว เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาตลอด จึงเป็นการนำสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ นั่นคือองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมมาผนวกกับการแก้ปัญหาให้เกิดนวัตกรรม แม้หุ่นยนต์ของเราจะไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ไม่ใช่สิ่งแรกในโลก แต่เรานำสิ่งที่มีอยู่แล้วในระบบอุตสาหกรรมมาผนวกเพื่อแก้ปัญหา นี่คือจุดเริ่มต้นก่อนที่หุ่นยนต์ต้นแบบจะถูกพัฒนามาเรื่อยๆ และเราได้บริจาคหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลขอนแก่น กรมการแพทย์

 

 

 

ความสามารถของหุ่นยนต์ Lucky เป็นฮีโร่ในด้านใดบ้าง

            ในหนึ่งวัน การทำงานของคุณหมอ 1 ท่าน พยาบาล 1 คน พวกเขาเดินมากกว่า 15 กิโลเมตร ใน 1 กะหรือ 8 ชั่วโมง หุ่นยนต์ตัวหนึ่งช่วยทดแทนพยาบาลได้ถึง 3 คน มีส่วนช่วยคุณหมอ คุณพยาบาล ทั้งกำลังใจ กำลังกาย ช่วยบรรเทาแรงกายที่พยาบาลและหมอต้องไปเดินตลอดเวลา ให้คุณหมอคุยกับคนไข้ผ่านจอ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกว่าไกลหมอ ในขณะเดียวกัน สนามรบแห่งนี้คุณหมอก็ยังเป็นฮีโร่หลัก แต่หุ่นตัวนี้เป็นฮีโร่ในภาพเสมือนของคุณหมอนั่นเอง

 

ช่วยเล่าถึงการทำงาน ก่อนจะมาเป็นหุ่นยนต์ฮีโร่หนึ่งตัว คุณต้องศึกษาและวิจัยอย่างไรบ้าง

             ทีมทำงานต้องลงไปวิจัย เก็บข้อมูลหน้างานจริงๆ ร่วมกับคุณหมอ เราทำงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เราได้เห็นบรรยากาศการทำงานของคุณหมอ ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ เราเห็นภาพว่าคนไข้ที่มามีลักษณะอย่างไรบ้าง เราได้คำแนะนำจากพันธมิตรศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้คำแนะนำด้านการออกแบบ นั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบฟังก์ชันหุ่นยนต์ ทำงานได้ 2 ระบบ ได้แก่ ขับเคลื่อนทางไกลผ่านระบบ 5G และขับเคลื่อนด้วยตนเองแบบอัตโนมัติ มีระบบสื่อสารทางไกลกับแพทย์ผ่านหน้าจอเรียลไทม์ เพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์จากการสัมผัสเชื้อระหว่างการปฏิบัติงาน ระบบสแกนตัวตนผู้ป่วยผ่านกำไลข้อมือ เมื่อนำกำไลไปทาบลิ้นชักก็จะเปิดออกเป็นฟังก์ชันเพื่อป้องกันการผิดพลาดในการนำส่ง ฟังก์ชันตรวจเช็กอุณหภูมิของผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องสัมผัส เราใช้เวลา 3 เดือนในการเก็บข้อมูล ประกอบกับอุปกรณ์ความพร้อมที่เรามีอยู่แล้ว โดยใช้ทีมวิศวกรเข้ามาเสริม

 

กว่าจะมาเป็นหุ่นยนต์แต่ละตัว ต้องใช้ทีมงานผลิตในภาคส่วนใดบ้าง 

             หุ่นยนต์หนึ่งตัวเริ่มจากแผนกวิศวกรออกแบบหน้าตากลไกของหุ่นยนต์ จากนั้นนำมาสู่แผนกวิศวกรโปรแกรมมิ่ง คือทีมเขียนโปรแกรม ทั้งสองส่วนนี้จะทำงานร่วมกัน จากนั้นคือวิศวกรแผนก Assembly ประกอบร่าง และสุดท้ายคือทีมหลังบ้าน บำรุงรักษา Maintenance ดูแลหุ่นยนต์ตัวนี้เวลาไปออกรบในสมรภูมิจริง นึกภาพนักรบที่ออกไปรบร่วมกับทีมหมอทีมพยาบาลกลับมาก็ต้องมีบาดแผล ดังนั้นเราจึงต้องมีทีมงานหลังบ้านที่ดูแลในส่วนเทคนิคคอยสนับสนุน ดูแลให้หุ่นยนต์เข้มแข็งและร่วมสู้กับทีมแพทย์ได้นานมากขึ้น

 

 

เมื่อต้องสร้างหุ่นยนต์เพื่อตอบโจทย์สาธารณสุข (Health Care) คุณใส่ความแตกต่างจากหุ่นยนต์ในระบบอุตสาหกรรม (Industry Robot) อย่างไร

             หุ่นยนต์ตัวนี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ด้วยความใส่ใจ จากโจทย์ที่เราออกแบบเพื่อแก้ปัญหา เราเพิ่มฟังก์ชันเสียง กรณีที่มีคนเดินเข้ามาหรือใกล้ชนกับวัตถุใดๆ จะเกิดเสียงแจ้งเตือน เราใส่จอให้เกิดการโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้าม จึงเกิด Interaction อีกทั้งหุ่นยนต์นี้เรียนรู้จากมนุษย์ว่าต้องเป็นคนที่สะอาด ล้างมือตลอด ดังนั้นเราจึงสร้างให้เขาสมบูรณ์แบบมากขึ้น คือมีระบบกำจัดเชื้อโรคหลังปฏิบัติภารกิจ ทำความสะอาดตัวเองได้ ชาร์จแบตเตอรี่ที่แท่นชาร์จอัตโนมัติ

 

เสียงตอบรับจากเหล่าฮีโร่ (ตัวจริง) เมื่อได้ฮีโร่ (หุ่นยนต์) มาช่วยอีกแรง

             ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ พยาบาล หรือแม้แต่แม่บ้าน รปภ. พวกเขาก็รักชีวิตตัวเอง เขาต้องทำภารกิจ นับเป็นหนึ่งในผู้เสียสละให้กับพวกเราทุกคนที่อยู่ที่บ้าน เมื่อพวกเขาเหล่านี้ได้ทำหน้าที่เพื่อพวกเรา ดังนั้น การมีเครื่องมือมาช่วยก็จะทำให้พวกเขาทำงานง่ายขึ้น คุณหมอที่กรมการแพทย์บอกว่าทุกวันนี้แม่บ้านกลัวมาก เราจึงพัฒนาหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อที่สามารถเดินไปฆ่าเชื้อในอากาศในพื้นที่ด้วยตัวเองอัตโนมัติ โดยตั้งทิ้งไว้ 30 นาที ในพื้นที่ 30 ตร.ม. ทำให้แม่บ้านอุ่นใจถึงความปลอดภัยมากขึ้น คุณหมอ พยาบาล เคยมองว่าเมื่อก่อนเขาไม่จำเป็นต้องมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยก็ได้ แต่ฟังก์ชันหน้าจอของหุ่นยนต์ Lucky ตอบโจทย์มาก พยาบาลบอกว่าหุ่นยนต์ช่วยให้เขาไม่ต้องเดินไปเดินมาตลอดเวลา ส่วนคุณหมอบอกว่าโควิด 19 ครั้งนี้สาหัสพอสมควร คนป่วยเพิ่มขึ้นมาก คุณหมอไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง การใช้ฟังก์ชัน Tele-Medicine ทำให้ทุกอย่างที่ไกลก็เหมือนใกล้ และปีนี้เราก็บริจาคหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อมอบให้กับโรงพยาบาลสนามบุษราคัม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรมราชทัณฑ์ กรมการแพทย์ และโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

 

ช่วยเล่าถึงบรรยากาศการไปคว้ารางวัลเป็นฮีโร่ในเวทีนานาชาติ

            ที่ผ่านมาเราไม่เคยส่งผลงานไปประกวดใดๆ เลย และท่ามกลางสถานการณ์โควิด 19 เราได้เห็นหุ่นยนต์หลายๆ ค่ายพัฒนาเพื่อแก้ปัญหานี้กันอยู่แล้ว ที่ปรึกษาท่านหนึ่งของบริษัทเราจบจากอังกฤษ และมองว่าหุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ธรรมดา ความไม่ธรรมดาคือ เพราะเป็นหุ่นยนต์ภาคอุตสาหกรรม Industrial Grade ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ แต่เป็นผู้ผลิต หากได้รับการพัฒนาที่ดี มันคือความยั่งยืน Sustainability ที่สามารถนำไปต่อยอด ผลิตได้จริง และตอบโจทย์เป็นวงกว้างได้จริง จริงๆ ปีนี้ 2021 ถ้าไม่ติดโควิด 19 เราจะต้องไปรับรางวัลที่ Imperial Collage แต่ก็ไม่ได้ไป ทางผู้จัดจึงส่งรางวัลมาให้

 

 

ในฐานะผู้ผลิต คุณมองว่าแนวคิดของเทคโนโลยีและวิศวกรรมมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างไรบ้าง

             มีส่วนอย่างมากเลย (เน้นเสียง) เราเคยคิดเราคงไม่มีส่วนช่วยใดๆ เพราะเราเป็นภาคเอกชน  เป็นบริษัทขนาดกลางถึงเล็กของคนไทย ถือหุ้นโดยคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ คงไม่มีโอกาสที่จะช่วยเหลือชาติ สังคม หรือประชาชนได้ แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เรามีอยู่ องค์ความรู้ (Know-how) ทำในสิ่งที่เป็นไปได้ด้วยนวัตกรรม

             นับเป็นความภูมิใจมากๆ ที่คนธรรมดาและเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ได้มีส่วนช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ  แต่เราเชื่อว่านวัตกรรมจะเกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ถ้ามองว่าตัวเรามีความหมาย เราคิดเพื่อส่วนรวม แล้วก็นำสิ่งที่เรามีมาต่อยอด โควิด 19 ปีที่แล้ว เริ่มจากเราบริจาคของให้หน่วยงานเยอะมาก  เยอะจนคิดว่าเรามาทำหุ่นยนต์บริจาคกันดีกว่า แล้วเราก็เดินทางมาถึงวันนี้ นี่จึงเป็นความภูมิใจและอยากให้ทุกๆ คนหันกลับมามองตัวเองว่า...เราทุกคนก็เป็นฮีโร่ได้

 

ในมุมมองของผู้อยู่ในวงการเทคโนโลยีและวิศวกรรม โลกต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร และนวัตกรรมจะมีส่วนสำคัญเป็นฮีโร่ในชีวิตผู้คนมากน้อยแค่ไหน

            ขอตอบในฐานะของคนที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม ในฐานะของผู้บริหารของบริษัท และในฐานะของคุณแม่ลูกสามที่ลูกอยู่ในวัยเรียนมัธยม โลกต่อจากนี้เราหลีกหนีไม่พ้นเทคโนโลยี มันไม่ใช่เรื่อง disruption แต่เป็นเรื่องของการเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้กลมกลืนสอดประสานไปกับชีวิตประจำวันของเรา


            ต่อจากนี้ไปหลายๆ ธุรกิจต้องมีกระบวนการในการคิดเพิ่มมากขึ้น ทั้งวงการการศึกษา การทำงานทางไกล การใช้กล้อง VR ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยย่นระยะเวลาและทำให้ชีวิตง่ายขึ้น  

 


            ขอฝากถึงมิวเซียมสยาม ในฐานะที่เป็นสถาบันที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการเรียนรู้ และฝากถึงคุณพ่อคุณแม่เปิดใจว่า โลกต่อจากนี้คือโลกเทคโนโลยีแล้ว เด็กๆ ทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้จากสิ่งที่อ่านหรือศึกษามา ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หรือซีรีส์หนังซอมบี้ วันหนึ่งเราอาจจะเห็นไม้ตรวจจับไวรัสส่งสัญญาณเตือนว่านี่คือไวรัส อยากให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนให้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นมามากๆ ในบ้านเรา อยากเห็นเด็กรุ่นใหม่เป็นฮีโร่ได้จากสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจ ขอแค่ไม่หยุดคิด ไม่หยุดพัฒนา

 
ขอบคุณภาพประกอบจาก ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ