Muse Around The World
เสียงที่หลากหลายหรือสภาวะไร้ความคิดเห็น : งานวิจัยปฏิกิริยาของผู้ชมพิพิธภัณฑ์ในนิทรรศการ เรื่อง เบอร์ลิน โกรบัล ณ ฮัมโบลต์ ฟอรัม นครเบอร์ลิน เยอรมนี
Muse Around The World
23 มี.ค. 66 1K
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

In Focus

  • พหุวัจน์ (multivocality) และพหุทัศน์ (multipersectivities) เป็นแกนสำคัญในการสร้างนิทรรศการ เรื่อง Berlin Global ณ ฮุมโปลต์ ฟอรัม นครเบอร์ลิน เยอรมนี เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นโลกนครแห่งความหลากหลาย 
  • ภัณฑารักษ์อาศัยความร่วมมือและการกำกับ “เสียง” ต่าง ๆ นานา ให้สามารถนำเสนอเรื่องราวในนิทรรศการ 7 ประเด็น โดยใช้ประสบการณ์ส่วนบุคคล มุมมอง และจุดยืนทางการเมืองเป็นฐานในการพัฒนาชุดนิทรรศการ
  • งานศึกษาการรับรู้ของผู้ชมกับนิทรรศการ เรื่อง Berlin Global ชี้ให้เห็นวิถีการรับรู้ใน 3 ลักษณะ ได้แก่
    ความตระหนัก หรือการรับรู้แก่นสารของความแตกต่างและหลากหลาย ความรู้สึกร่วม หรือการรับรู้นิทรรศการทั้งเชิงบวกหรือลบ แต่ยังผลต่อความรู้สึกภายในของผู้ชม และการปฏิเสธ หรือการรับรู้ที่ไม่ยอมรับนิทรรศการที่แสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน และเห็นว่า พิพิธภัณฑ์ควรธำรงความเป็นกลางมากกว่าการเป็นนักรณรงค์ทางการเมืองให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

In Content

บทความนี้เป็นการเรียบเรียงการบรรยาย เรื่อง “Variety of Voices, Lack of Opinions? Visitor Reactions to the Multivocality at the Humboldt Forum’s ‘Berlin Global’” โดย ดร.ไอริน ฮิลเดน (Dr. Irene Hilden)
นักวิจัยประจำศูนย์วิจัยมานุษยวิทยาพิพิธภัณฑ์และมรดกวัฒนธรรม (Centre for Anthropological Research on Museums and Heritage: CARMAH) มหาวิทยาลัยฮุมโบลต์แห่งเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

การบรรยายนี้จัดโดยพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ห้องประชุมชั้น 4 ตึกคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2566

ภาพที่ 1 การบรรยายเรื่อง Variety of Voices, Lack of Opinions? Visitor Reactions to the Multivocality at the Humboldt Forum’s ‘Berlin Global’ โดย ดร.ไอริน ฮิลเดน

เนื้อหาในการบรรยายเป็นส่วนหนึ่งของงานศึกษาผู้ชมนิทรรศการ เรื่อง Berlin Global ณ ฮุมโบลต์ ฟอรัม (Humboldt Forum)  งานวิจัยย่อย โดย ดร.ฮิลเดน และ ดร.อองเดร ซาวัตสกี (Dr. Andrei Zavadski) เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานวิจัย “Making Differences. Transforming Museums and Heritage in the 21st Century” ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็ได้จัดพิมพ์เป็นบทความหนึ่งในหนังสืออิเลกทรอนิกส์ เรื่อง Doing Diversity in Museums and Heritage. A Berlin Ethnography โดยมี ดร.ชารอน แม็คโดนัลด์ (Dr. Sharon Macdonald) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมานุษยวิทยาพิพิธภัณฑ์และมรดกวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยฮุมโบลต์ เบอร์ลิน (Humboldt-Universität zu Berlin, Germany) เป็นบรรณาธิการ

ฮุมโบลต์ ฟอรัมและนิทรรศการ Berlin Global

ฮุมโบลต์ ฟอรัมเปิดเมื่อช่วงกลาง ค.ศ. 2021 ตลอดระยะเวลาสามทศวรรษในการเตรียมการจัดตั้งสถาบัน
ฮุมโบลต์ ฟอรัมผ่านการวางแผน การต่อรอง การอภิปรายสาธารณะในแวดวงทางการเมืองและในภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมเบอร์ลินและเยอรมัน อาจกล่าวได้ว่า ฮุมโบลต์ ฟอรัม เป็นพื้นที่เปิดให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมอภิปรายมากที่สุดโครงการหนึ่ง

แนวคิดของนิทรรศการ Berlin Global ได้รับการพัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรในนามโครงการ Culture Projects Berlin และมูลนิธิพิพิธภัณฑ์นครเบอร์ลิน (Berlin City Museum Foundation) จุดประสงค์คือการนำเสนอเบอร์ลินร่วมสมัย ซึ่งใน “ความร่วมสมัย” ของเบอร์ลินนั้น  สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นขั้วตรงข้าม (binary opposition) ไม่ได้อยู่อย่างแยกขาดจากกัน เช่น ท้องถิ่นกับโลกาภิวัตน์ นิทรรศการจึงไม่ต้องการนำเสนอภาพลักษณ์และเรื่องราวของเบอร์ลินแบบดั้งเดิม กล่าวได้ว่าหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องด้วยพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ 

ด้วยเหตุนี้ คณะทำงานภัณฑารักษ์จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกหลายภาคส่วนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกเนื้อหา และกำหนดแนวทางการนำเสนอนิทรรศการในแบบฉบับของตนเอง กระนั้น การมีส่วนร่วมดังกล่าวอาศัยการเลือกสรรบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง โดยเชื่อว่านิทรรศการเป็นพื้นที่ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของ “คนนอกกระแส” เพื่อต่อรองกับอคติทางสังคมและการเมืองได้

ดร.ฮิลเดน เปรียบเทียบการทำงานของภัณฑารักษ์ ประหนึ่งวาทยากรที่กำกับการร้องผสานเสียง
ในที่นี้ คือมุมมองของผู้ร่วมจัดนิทรรศการจากหลายภาคส่วน จึงสะท้อนลักษณะพหุวัจน์ (multivocality)
และพหุทัศน์ (multiperscpectives) ในนิทรรศการที่ผสานกันอย่างกลมกลืน

นิทรรศการประกอบด้วยห้องแนะนำนิทรรศการ จำนวน 2 ห้อง และส่วนกิจกรรมเสริมศึกษา ภายในนิทรรศการประกอบด้วย 7 ประเด็น “ปฏิวัติ” “พื้นที่เสรี” (Free Space) “เขตแดนที่หลากหลาย” “ความบันเทิง” “สงคราม” “แฟชั่น” และ “ความเชื่อมโยง” (Interconnection) ในแต่ละประเด็น มีรูปแบบการจัดแสดงที่เป็นเอกลักษณ์
เพราะเป็นการทำงานของภัณฑารักษ์และภาคส่วนที่แตกต่างในแต่ละส่วนนิทรรศการ

ดร.ฮิลเดน ยกตัวอย่างส่วนจัดแสดง “Free Space” ที่อาศัยความร่วมมือ และเปิดกว้างให้กับมุมมองของบุคคลและกลุ่มบุคคลในการคัดสรรเนื้อหาและออกแบบการจัดแสดง

ภาพที่ 2 หัวข้อในนิทรรศการและรูปแบบการจัดแสดงในนิทรรศที่สะท้อนพหุวัจน์และพหุทัศน์ของภัณฑารักษ์และผู้ร่วมกระบวนการพัฒนานิทรรศการ เรื่อง Berlin Global

ในส่วนจัดแสดง “Free Space” มีการแบ่งเป็นพื้นที่ย่อย เช่น พื้นที่บอกเล่าความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของนครหลวงเบอร์ลิน ยกตัวอย่างกรณีที่ดิน ในปัจจุบัน ที่ดินในเบอร์ลินมีมูลค่าสูงในระดับต้น ๆ ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการเก็งกำไรของนักลุงทุนชาวต่างชาติ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อการไล่รื้อพื้นที่ของผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายซ้ายที่ได้รับผลกระทบจำต้องออกจากพื้นที่ จึงแสวงหาความร่วมมือกับภัณฑารักษ์ในการสร้างสรรค์งานจัดแสดงที่ต่อกรกับอำนาจรัฐ

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ศิลปะการจัดวางวีดิทัศน์ (VDO installation) เนื้อหาถ่ายทอดบทสนทนาของหญิงชาวเบอร์ลิน
ทั้งสามมีภูมิหลังทางศาสนาที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยอิสลาม คริสเตียน และยิว การพัฒนานิทรรศการเช่นนี้เรียกว่า แนวทางสรรพเสียง (polyphonic approach)

การศึกษาความคิดเห็นของผู้ชม

โดยทั่วไป พิพิธภัณฑ์และสถาบันทางวัฒนธรรมต่างสำรวจแบบแผนของผู้ชม รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เข้ามาใช้บริการพิพิธภัณฑ์ (non-visiting audience) ด้วยแบบสอบถามที่เน้นการพิจารณาลักษณะเชิงประชากรหรือรูปแบบการใช้บริการ แต่ในการศึกษาครั้งนี้ ดร.ฮีลเดล และคณะ ไม่ได้เน้นการสำรวจจากลักษณะเชิงประชากรเพื่อเป็นภาพแทนของผู้เข้าชมทุกกลุ่ม

คณะผู้ศึกษาต้องการทำความเข้าใจการรับรู้และความรู้สึกของผู้ชม จึงใช้วิธีทางชาติพันธุ์วรรณนา ด้วยการสำรวจ สังเกตการณ์ การใช้คำถามปลายเปิดเพื่อฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย การคัดสรรผู้ชมจำนวน 16 คน เพื่อทำการสัมภาษณ์เชิงลึก งานศึกษาครั้งนี้ ได้ใช้การสัมภาษณ์ทางออนไลน์ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อันเป็นบริบทสำคัญของงานวิจัยในขณะนั้น

ภาพที่ 3 ตัวอย่างการจัดแสดงในส่วน Free Space ในภาพ แสดงให้เห็นพหุวัจน์ของผู้หญิงต่างความเชื่อและศรัทธา

ในกลุ่มผู้ชม 16 คนที่คณะวิจัยสัมภาษณ์เชิงลึก มีผู้ที่สูงวัยที่สุดเกิดเมื่อ ค.ศ. 1941 และผู้ที่อ่อนวัยที่สุดเกิดเมื่อ ค.ศ. 1998 การสัมภาษณ์ด้วยระบบประชุมออนไลน์ เกิดขึ้นหลังจากการชมนิทรรศการแล้วเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ขึ้นไป คำถามเปิดโอกาสให้ผู้ชมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึก ทำให้คณะวิจัยเห็นปฏิกิริยาและท่าทางของผู้ให้ข้อมูล และเป็นส่วนหนึ่งในการจำแนกมุมมองของผู้ชม ที่สะท้อนพหุวัจน์และพหุทัศน์

ทบทวนแนวคิดพหุวัจน์และพหุทัศน์

วิทยากรกล่าวถึงแนวคิด พิพิธภัณฑ์วิทยาใหม่ (New Museology) โดยปีเตอร์ เวอร์โก (Peter Vergo) สาระสำคัญคือ การลดทอนอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ และการจัดแสดงที่เน้นวัตถุจัดแสดง มาสู่ปฏิบัติการในการรวมความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และการแบ่งปันอำนาจ

พหุทัศน์เป็นยุทธศาสตร์หลักของพิพิธภัณฑ์วิทยาใหม่ โดยมีเป้าหมายของการจัดแสดงมุมมองต่าง ๆ นานา เรียกได้ว่าเป็นการปรับกระบวนทัศน์ จากการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญสู่สาธารณะ มาสู่การนำเสนอจุดยืนที่แตกต่างกัน

แนวคิดพหุทัศน์จึงสะท้อนให้เห็นการเปิดกว้างที่รวมความแตกต่าง (inclusivity) ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) และกระบวนการประชาธิปไตย สำหรับนักพิพิธภัณฑ์วิทยาอย่างเฮเลนา โรบินสัน (Helena Robinson) เรียกพัฒนาการในระยะที่สองของพิพิธภัณฑ์วิทยาใหม่ คือแนวคิดความเท่าเทียมทางสังคมในพิพิธภัณฑ์ (socially just museum)

สำหรับริชาร์ด แซนเดลล์ (Richard Sandell) เห็นว่าพิพิธภัณฑ์ต้องมีความชัดเจนทางการเมือง ในการเรียกร้องความเท่าเทียมสิทธิมนุษยชน สำหรับโรบินสัน ทิศทางพิพิธภัณฑ์วิทยาใหม่มีลักษณะแบบทวิลักษณ์ คือทางหนึ่งส่งเสริมประชาธิปไตยวัฒนธรรมและความยุติธรรมทางสังคม อีกทางหนึ่ง พิพิธภัณฑ์คืออาณาบริเวณของปะทะและประสานมุมมอง และไม่หวาดหวั่นในการแสดงท่าทีหรือจุดยืนทางการเมืองที่ตนยึดมั่น

ภาพที่ 4 แนวคิดพหุวัจน์ในนิทรรศการ Berlin Global

แม้แนวคิดพหุวัจน์ในนิทรรศการเผยให้เสียงต่าง ๆ สะท้อนมุมมองที่แตกต่าง แต่เสียงเหล่านั้นได้รับการคัดสรร เสียงใดที่ไม่เหมาะสม จึง “ถูกคัดออก” เพื่อให้ภัณฑารักษ์ปรับเสียงให้ลงจังหวะพอดี 

สามวิถีวิสาสะกับนิทรรศการ

ความคิดเห็นของผู้ชมในหลายช่วงวัยสะท้อนการยอมรับนิทรรศการ และเห็นว่าการชมนิทรรศการเป็นประสบการณ์พิพิธภัณฑ์ในเชิงบวก  ผู้ชมรับรู้นิทรรศการใน 3 ลักษณะ ประกอบด้วย ความตระหนัก (acknowledging) ความรู้สึกร่วม (engaging) และการปฏิเสธ (rejecting)

วิถีรับรู้แบบ “ความตระหนัก” ผู้ชมจำนวนมากเข้าใจสาระสำคัญของนิทรรศการ โดยระบุถึงความหลากหลาย
ของชุดประสบการณ์และความคิดเห็นที่ไม่รู้จบของผู้คนและสังคมเบอร์ลิน 

วิถีรับรู้แบบ “ความรู้สึกร่วม” คำตอบของผู้ชมสะท้อนประสบการณ์เปลี่ยนผ่าน (transformative experience) 
ดังเช่น ผู้ชมที่เกิดและเติบโตในอดีตเบอร์ลินตะวันตก กล่าวถึงความรู้สึกแปลกแยกจากการชมนิทรรศการ
ความรู้สึกร่วมจึงไม่ใช่เห็นพ้องกับสารของนิทรรศการแต่เพียงถ่ายเดียว ผู้ชมอาจรู้สึกทั้งในเชิงบวกหรือลบต่อนิทรรศการ

วิถีรับรู้แบบ “การปฏิเสธ” วิถีการรับรู้นี้เกิดจากความรู้สึกของผู้ชมที่ “ถูกผลักออก” จากนิทรรศการ และวิพากษ์วิจารณ์ถึงวาระทางการเมืองของนิทรรศการที่ “เอียงซ้าย” มากเกินไป ชี้ให้เห็นถึงการไม่ยอมรับบทบาททางการเมืองของพิพิธภัณฑ์ 

ภาพที่ 5 วิถีการรับรู้นิทรรศการใน 3 ลักษณะ ที่เป็นข้อค้นพบจากงานวิจัยผู้ชมนิทรรศการ Berlin Global

Berlin Global บอกอะไร?

แม้นิทรรศการได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกทางการเมือง ผู้ชมบางส่วนกลับรู้สึกแปลกแยกจากนิทรรศการ บางส่วนมองเห็นอคติของนิทรรศการในการเลือกจุดยืนทางการเมือง กล่าวได้ว่านิทรรศการไม่สามารถตอบโจทย์กับผู้ชมทุกประเภท

ดังที่แซนเดลล์กล่าวถึงการชมนิทรรศการนั้น “ไม่ใช่เพียงการยอมรับหรือปฏิเสธสารในนิทรรศการ หากแต่เป็นพื้นเพและต้นทุนทางสังคมของผู้ชมแต่ละคนในการปฏิสังสรรค์กับนิทรรศการ” หรือความเป็นผู้ปฏิบัติการ (agency) ของผู้ชมในการ ใช้ และ ฉวยใช้ นิทรรศการด้วยตนเอง

หมายเหตุ     ผู้เรียบเรียงเนื้อหาขอขอบคุณ ดร.ไอริน ฮิลเดน ในการอนุเคราะห์ให้ใช้ภาพจากไฟล์นำเสนอในการบรรยายสาธารณะ เพื่อประกอบบทความ, ดร.ศิริพร ศรีสินธุ์อุไร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการจัดกิจกรรมและชวนให้ผู้เรียบเรียงข้อเขียนร่วมฟังบรรยาย และฆัสรา มุกดาวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาองค์ความรู้พิพิธภัณฑ์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ในการทบทวนและแก้ไขเพิ่มเติมข้อเขียนจากการประมวลเนื้อหาการบรรยายสู่บทความ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Macdonald, Sharon Jeannette, ed. 2023. Doing Diversity in Museums and Heritage: A Berlin Ethnography. Cultural Heritage Studies, volume 1. Bielefeld: transcript.

Robinson, Helena. 2020. “Curating Good Participants? Audiences, Democracy and Authority in the Contemporary Museum.” Museum Management and Curatorship 35 (5): 470–87. https://doi.org/10.1080/09647775.2020.1803117.

Sandell, Richard. 2007. Museums, Prejudice, and the Reframing of Difference. 0 ed. Routledge. https://doi.org/10.4324/9780203020036.

———. 2017. Museums, Moralities and Human Rights. Museum Meanings. London; New York: Routledge Taylor & Francis Group.

Vergo, Peter, ed. 1989. The New Museology. London: Reaktion Books.

Photo Credit

ภาพปก       ภาพจาก https://entwicklungsstadt.de/weltstadt-berlin-die-ausstellung-berlin-global-im-
                  humboldt-forum/

ภาพ 1 – 5   ภาพจากไฟล์นำเสนอ (presentation file) ของ ดร.ไอริน ฮิลเดน

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ