Museum Core
สหรัฐอเมริกากับสงครามจิตวิทยาในไทย
Museum Core
22 ก.ย. 63 1K

ผู้เขียน : รัชนก พุทธสุขา

สหรัฐอเมริกากับสงครามจิตวิทยาในไทย

 



ในช่วงต้นทศวรรษ 2490 เมื่อกองทัพจีนคณะชาติ (ก๊กมินตั๋ง) ต้องล่าถอยจากการรุกของกองทัพแดงนั้น สหรัฐอเมริกาซึ่งวิตกกับการขยายอิทธิพลของคอมมิวนิสต์ได้ผลักดันโวหารต่อต้านคอมมิวนิสต์ให้ขยายตัวมากขึ้น เพื่อให้คนเกิดความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เรียกว่า “ภัยคอมมิวนิสต์”


ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรูแมนได้เริ่มปฏิบัติการต่อต้านคอมมิวนิสต์แบบที่สาธารณชนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสล่วงรู้ เนื่องจากเป็นปฏิบัติการลับ สหรัฐอเมริกาเริ่มต้นโครงการค้นคว้าเทคโนโลยีในการควบคุมจิตใจมนุษย์ โดยหน่วยข่าวกรองหรือซีไอเอ สนับสนุนให้นักจิตวิทยาค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ในการรบที่จะใช้เป็นอาวุธควบคุมจิตใจของมนุษย์ โดยในขณะนั้นสหภาพโซเวียตก็ทำการวิจัยเกี่ยวกับจิตสำนึกของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ซีไอเอได้เริ่มต้นโครงการวิจัยสังคมศาสตร์ขนาดใหญ่คือ “ศาสตร์แห่งการบีบบังคับ” ที่ศึกษาอำนาจการครอบงำมนุษย์ และนี่คือที่มาของสังคมศาสตร์เชิงพฤติกรรมศาสตร์


ซีไอเอเข้ามาเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาด้วยการให้เงินทุนสนับสนุนการวิจัยลับจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อควบคุมจิตสำนึกของมนุษย์ ซึ่งทำให้การควบคุมทางกายภาพไม่จำเป็นต่อไป นับจากนั้นซีไอเอ กระทรวงกลาโหม และสำนักข่าวสารสหรัฐอเมริกาหรือยูซิส ได้ร่วมมือกันสร้างสงครามจิตวิทยา ซึ่งจะมีผลในการล้างสมอง เช่นให้ทุนสนับสนุนนักเขียนในการผลิตวรรณกรรมโฆษณาชวนเชื่อทางอุดมการณ์


เมื่อสหรัฐอเมริกาไม่สามารถรักษาประเทศจีนให้รอดพ้นจากการยึดครองของกองทัพแดงได้ (จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ในปี 2492) ประธานาธิบดีทรูแมนจึงตัดสินใจทำสงครามต้านคอมมิวนิสต์ในรูปแบบใหม่ ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านจิตวิทยาขึ้นในปี 2494 หน่วยงานนี้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการซีไอเอ มีหน้าที่ประสานงาน วางแผน และจัดทำข่าวโฆษณาชวนเชื่อให้แก่รัฐบาล หลังจากนั้นแผนสงครามจิตวิทยาต่อต้านคอมมิวนิสต์ของสหรัฐอเมริกาก็เริ่มต้นขึ้น ซีไอเอได้จัดอบรมนักจิตวิทยาจำนวน 200 คน และส่งออกไปปฏิบัติการในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อสร้างความหวาดกลัวต่อภัยคอมมิวนิสต์ขึ้น โดยใช้วิธีการหลักคือ การสื่อสารผ่านวัตถุทางอุดมการณ์ เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ แผ่นพับ ใบปลิว


สหรัฐอเมริกาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้านคอมมิวนิสต์ในไทยอย่างเงียบ ๆ ในปี 2491 ด้วยการให้ผู้ช่วยทูตทหารชื่อ บูลล์วิท (Bullwit) สวมรอยคอมมิวนิสต์นำหนังสือภาษาอังกฤษบางเล่มเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้ในการสร้างผีคอมมิวนิสต์ จากนั้นในช่วงปลายปี 2492 ซีไอเอได้รายงานความเคลื่อนไหวในทางลับของพวกคอมมิวนิสต์ในไทยที่พยายามเผยแพร่ความคิดผ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ปัญญาชนไทยหลายกลุ่ม และเริ่มหาสมาชิกในกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งขยายแนวร่วมในกระทรวงการต่างประเทศและกรมอัยการ แม้กระทั่งพระภิกษุในวัดบวรนิเวศฯ ก็ได้ร่วมเขียนบทความสนับสนุนคอมมิวนิสต์ลงในสิ่งพิมพ์ภาษาไทยของพวกเขาด้วย ในช่วงต้นปี 2493 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์เริ่มจัดตั้ง “องค์กรไทยกู้ชาติ” หรือองค์การแนวร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้น ซีไอเอรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้รับความเห็นจากครู นักศึกษา นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “โลกใหม่การเมืองรายสัปดาห์” และ “มหาชน” เป็นต้น และเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ไทยมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ซีไอเอก็รายงานรายชื่อคนไทยที่เกี่ยวข้องกับคอมมิวนิสต์จำนวนมากกลับไปยังวอชิงตัน ดี.ซี.


การทำสงครามจิตวิทยาต่อต้านคอมมิวนิสต์ของสหรัฐอเมริกาในไทยในช่วงแรกนี้ดำเนินการตามหลักการกว้าง ๆ ยังไม่มีการสร้างประเด็นภัยคอมมิวนิสต์เฉพาะของไทยอย่างชัดเจน รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำเนินการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในไทยคล้ายคลึงกับนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์ของสหรัฐอเมริกาที่กระทำในส่วนอื่น ๆ ของโลก เช่น รัฐบาลได้แจกจ่ายหนังสือเล่มเล็กที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์เล่มหนึ่ง ซึ่งสำนักงานข่าวสารสหรัฐอเมริกาหรือยูซิสมอบให้รัฐบาลไทยจำนวน 75,000 เล่ม เพื่อมอบให้แก่นักเรียนมัธยม และหนังสือต่อต้านอีกชุดหนึ่งให้แก่ครูทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการแนะนำความเลวร้ายของคอมมิวนิสต์


หนังสือต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยเองในช่วงนี้ก็มีลักษณะเป็นการกล่าวถึงหลักการทั่วไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าภัยคอมมิวนิสต์จะคุกคามต่อประเทศไทยอย่างเฉพาะเจาะจงอย่างไร


ต่อมายูซิสสนับสนุนให้รัฐบาลไทยสร้างภาพยนตร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์ขึ้นด้วยการให้งบประมาณจำนวน 5 ล้านบาท และส่งผู้เชี่ยวชาญในการสร้างภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อเข้ามาช่วย ภาพยนตร์เหล่านี้ฉายให้ประชาชนในระหว่างการอบรมต่อต้านคอมมิวนิสต์เวลากลางคืน นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนให้จัดตั้งโรงเรียนการข่าวและการจารกรรมขึ้นในไทย ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรอบรมความรู้เรื่องการทำสงครามจิตวิทยาให้แก่กองทัพไทย อีกทั้งในโรงเรียนการข่าวทหารมีการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับสงครามจิตวิทยาและยุทธศาสตร์สงครามจิตวิทยาด้วย

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง


ณัฐพล ใจจริง. (2556). ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ. 2475-2500). นนทบุรี : ฟ้าเดียวกัน

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ