“ที่นี้เป็นที่ที่เก็บของอาถรรพ์จากทั่วทุกมุมโลก สิ่งของที่มีเรื่องเล่า ตำนาน ความรู้สึก
ขอต้อนรับเข้าสู่พิพิธภัณฑ์รัตติกาล”
- คุณคทา พิพิธภัณฑ์รัตติกาล -
เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่อง “พิพิธภัณฑ์รัตติกาล” หรือ “Midnight Museum” ซีรีส์บอยเลิฟหรือที่มักคุ้นกันในนามซีรีส์วายเรื่องหนึ่งได้ออกฉายสู่สายตาผู้ชมผ่านช่อง GMM25 โดยมีเนื้อเรื่องเล่าเรื่องราวถึงตัวละครและเหตุการณ์ผ่านฉากสำคัญที่เป็นพิพิธภัณฑ์ กล่าวคือ พิพิธภัณฑ์รัตติกาล เป็นพิพิธภัณฑ์ลึกลับที่เปิดให้บริการเฉพาะเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งเก็บรวบรวมวัตถุอาถรรพ์จากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซน 16 ซึ่งเป็นโซนต้องห้ามของพิพิธภัณฑ์
วัตถุอาถรรพ์ในโซน 16 ซึ่งมีมากมายและหลากหลาย โดยวัตถุแต่ละชิ้นต่างมีเรื่องเล่า ตำนานและความรู้สึกเฉพาะเป็นของตนเองแล้วนำไปสู่การร้อยเรียงเรื่องเล่าในแต่ละช่วงตอนของซีรีส์ผ่านการสร้างปริศนาวัตถุในพิพิธภัณฑ์และความสัมพันธ์ที่ผูกโยงเชื่อมกันระหว่างพิพิธภัณฑ์ วัตถุ ตัวละครและเหตุการณ์ ทำให้ตลอดเรื่องราวของซีรีส์จึงเต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยปริศนาและความน่าสนใจ เชิญชวนให้ผู้ชมได้ร่วมค้นหาและรู้สึกประดุจว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวนั้น

ภาพที่ 1 ซีรีส์เรื่อง “พิพิธภัณฑ์รัตติกาล”
แหล่งที่มาภาพ: https://www.facebook.com/gmmtvofficial/photos/a.332014076223/10160360280026224/
ความประจวบเหมาะของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ซีรีส์มีเพียง 10 ตอน และตอนจบสุดท้ายได้ออกอากาศในวันที่ 4 เมษายน ห้วงเวลาเดียวกันกับที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 2 - 8 เมษายน และหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ “Night at the Museum” หรือการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน สุนทรียารมณ์ที่ได้จากซีรีส์ได้ชักชวนให้ผู้เขียนไปเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยามค่ำคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินประหนึ่งเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์รัตติกาลในซีรีส์ที่เพิ่งลาจอไป

ภาพที่ 2 Night at the Museum ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
บรรยากาศยามค่ำคืนภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ดูแปลกตาไปจากช่วงให้บริการปกติในยามกลางวัน หมู่ปราสาทบวรราชวังและอาคารต่าง ๆ ประดับประดาไปด้วยแสงไฟสว่างวับจับตาต้องใจ เสียงบรรเลงจากเวทีกลางแจ้งขับบทโขนละครพร้อมประโคมดนตรีไทย สร้างบรรยากาศให้ชวนหลงไหลและสร้างบรรยากาศแห่งความน่าค้นหาให้กับพิพิธภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แน่นอนว่า เมื่อการมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครในครั้งนี้เกิดจากซีรีส์เรื่องดังกล่าว ทำให้โซน 16 จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในค่ำคืนที่ต้องค้นหาและเข้าไปเยือนให้ได้ ทว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ไม่มีโซน 16
เฉกเช่นในพิพิธภัณฑ์รัตติกาล อาคารจัดแสดงอย่างอาคารมหาสุรสิงหนาทก็มีห้องจัดแสดง 6 โซน อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ก็มีห้องจัดแสดง 5 โซน และหมู่พระวิมารก็มีห้องจัดแสดง 14 โซน รวมถึงอาคารอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีอาคารไหนที่มีถึงโซน 16
อย่างไรก็ตาม แม้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่มีโซน 16 ให้ได้ค้นหา แต่การมาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนเช่นนี้ก็ได้รับบรรยากาศของการชมพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้มีความน่าค้นหายิ่งขึ้น การเดิมชมโบราณวัตถุจำนวนมากในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครยามค่ำคืนประกอบกับความเงียบเนื่องจากมีผู้คนเดินชมไม่มากนักและเสียงขับร้องบรรเลงดนตรีจากเวทีกลางได้ช่วยสร้างบรรยากาศให้การชมของเก่าอันทรงคุณค่าเหล่านั้นดูเสมือนมีชีวิต กลายเป็นของที่มีเรื่องเล่า ตำนาน และความรู้สึกดังคำกล่าวที่คุณคทาได้เชิญชวนเข้าสู่พิพิธภัณฑ์รัตติกาล
เมื่อไม่สามารถค้นหาโซน 16 ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครได้ แต่ด้วยบรรยากาศและวัตถุจัดแสดงที่ยังคงชี้ชวนให้เดินชมอย่างน่าอภิรมย์ในห้วงราตรีนี้ ผู้เขียนจึงอยากจะขอแนะนำวัตถุจัดแสดงชิ้นหนึ่งที่อาจมีความคล้ายคลึงกับของอาถรรพ์ชิ้นหนึ่งในโซน 16 ของพิพิธภัณฑ์รัตติกาล นั่นคือ “เครื่องพิมพ์ดีด”
เครื่องพิมพ์ดีดในพิพิธภัณฑ์รัตติกาล คือ “เครื่องพิมพ์ดีดอาถรรพ์” ซึ่งเป็นสิ่งของอาถรรพ์ในโซน 16 ตามเนื้อเรื่องตอนแรกของซีรีส์ที่เป็นเครื่องพิมพ์ดีดที่สามารถพิมพ์ได้เอง โดยเรื่องราวที่พิมพ์ออกมาจะเป็นบทละครที่มีเรื่องราวที่คอยควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์ ทำให้จำเป็นต้องหาวิธีควบคุมให้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ตอนจบของเรื่องให้ผลออกมาดีและจบความวุ่นวายในเรื่องลงให้ได้
ส่วนเครื่องพิมพ์ดีดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครที่อยากแนะนำ แม้ไม่ได้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดอาถรรพ์อย่างในซีรีส์ แต่ก็มีเรื่องเล่าเป็นของตนเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมล้านนาไม่มากก็น้อย “เครื่องพิมพ์ดีดอักษรธรรมล้านนา” จัดแสดงอยู่ ณ ห้อง 501 สมัยล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ เครื่องพิมพ์ดีดนี้มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 - 26 เป็นเครื่องพิมพ์ดีดนิวเซ็นจูรี่ เบอร์ 6 (New Century) ที่แป้นพิมพ์ปรากฏอักษรธรรมล้านนาทั้งหมด 7 แถว เดิมเป็นสมบัติของคณะมิชชันนารีอเมริกันซึ่งได้มอบให้กับพิพิธภัณฑ์เมื่อปีพ.ศ. 2470
อักษรธรรมล้านนาเป็นอักษรเก่าแก่ที่พบได้ในอาณาบริเวณอาณาจักรล้านนาในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นอักษรเก่าแก่โบราณที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่การจารหรือเขียนลงบนแผ่นหินเพื่อจารึกเรื่องราวแห่งยุคสมัย ตลอดจนการบันทึกลงบทแผ่นเงิน แผ่นทอง คัมภีร์ และตำราต่าง ๆ ของชาวล้านนา กระทั่งถึงยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงในด้านการพิมพ์เกิดขึ้น การพิมพ์อักษรลงบนแผ่นกระดาษโดยการใช้เครื่องพิมพ์ดีดก็ได้ส่งอิทธิพลต่อสังคมล้านนาและส่งผลให้อักษรธรรมล้านนาอันเป็นอักษรเก่าแก่ได้ปรากฏมาอยู่บนเครื่องพิมพ์ดีดที่ใช้พิมพ์อักษรดั้งเดิมนั้นลงแผ่นบนกระดาษแทนการเขียนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน

ภาพที่ 3 เครื่องพิมพ์ดีดอักษรธรรมล้านนา
ดังจะเห็นได้ว่าวัตถุแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องเล่า ตำนาน และความรู้สึกเป็นของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเท่านั้น แต่วัตถุพิพิธภัณฑ์ทุกชิ้นแม้ไม่ได้มีเรื่องราวอาถรรพ์สร้างความดึงดูดใจ แต่วัตถุเหล่านี้ต่างก็พร้อมให้ผู้ชมได้ค้นหาเรื่องเล่า ตำนาน และความรู้สึก
ทว่า ผู้ที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในยามค่ำคืน และพลาดการเข้าชมในห้วงของสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทยก็ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนได้ในช่วงเวลาที่มีการจัดงาน “Night at the Museum Festival” เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์เข้าร่วมเทศกาลมากกว่า 40 พิพิธภัณฑ์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงยังมีอีกหลายพิพิธภัณฑ์ในโซนปริมณฑลและต่างจังหวัดที่ได้เข้าร่วมจัดงานเทศกาลเช่นกัน
ในเทศกาลนี้ไม่ได้มีเพียงกิจกรรมการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนเท่านั้น แต่พิพิธภัณฑ์ที่เข้าร่วมยังได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเวิร์คช็อป การเสวนา การจัดนิทรรศการพิเศษ การออกร้านค้าร้านอาหาร ตลอดจนการแสดงดนตรี รวมถึงกิจกรรมลุ้นรับรางวัลต่าง ๆ ด้วย โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธันวาคมทุกปี ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนรับความสุขท่ามกลางลมหนาวในช่วงแห่งแสงสีส่งท้ายปี
ขอเชิญชวนผู้อ่าน ผู้สนใจ และแฟนซีรีส์พิพิธภัณฑ์รัตติกาลไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนเพื่อตามรอยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์รัตติกาลที่เปิดให้บริการหลังพระอาทิตย์ตกดินและร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ยามค่ำคืนที่คุณอาจไม่คุ้นเคยไปกับ Night at the Museum Festival ที่อาจทำให้คุณได้พบกับเรื่องราวที่ตื่นเต้นยิ่งไปกว่าปริศนาในซีรีส์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานเทศกาลในแต่ละปีได้ที่ Facebook Fanpage: Museum Thailand (https://www.facebook.com/museumthaiiand)
"Make your own Night Museum experiences."
ร่วมสัมผัสประสบการณ์เที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนด้วยตัวคุณเอง