Museum Core
ลึงคบรรพต “ศิวลึงค์ธรรมชาติ” ที่ปราสาทวัดพู
Museum Core
04 ส.ค. 66 3K

ผู้เขียน : ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

               เมื่อราวพ.ศ. 1100 บันทึกจีนโบราณฉบับหนึ่งที่ชื่อ ‘สุยสู่' (Sui-shu, คือ พงศาวดารฉบับราชวงศ์สุย) ได้อ้างถึงข้อความของชาวจีนที่ชื่อ ‘หม่าตวนหลิน' (Ma Tuan-Lin) ซึ่งกล่าวถึง 'เจนละ' (ชื่อรัฐของพวกขอม ตามสำเนียงในเอกสารจีนโบราณ) เอาไว้ว่า

               “บริเวณใกล้เมืองหลวง มีภูเขาที่ชื่อว่า ‘ลิงเกียโปโป’ มีทางขึ้นไปสู่วิหารของ ‘โปโตลิ’ บนยอดเขา ที่ซึ่งมนุษย์ได้ถูกนำขึ้นไปบูชายัญ โดยมีนายทหารเฝ้าอยู่หนึ่งพันนาย”

               ยอร์ช เซเดส์ (Goerge Cœdès, พ.ศ. 2429-2512) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการอ่านจารึกอุษาคเนย์ ชาวฝรั่งเศส ได้ทำการถ่ายถอดเสียงในเอกสารจีนโบราณดังกล่าว และได้เสนอให้ 'ลิงเกียโปโป' ตรงกับคำว่า
'ลึงคบรรพต' ส่วน 'โปโตลิ' มาจากคำว่า 'ภัทเรศวร'

               ผู้เขียนไม่ทราบแน่ชัดว่าเซเดส์มีเกณฑ์มาตรฐานในการถ่ายถอดเสียงเหล่านี้อย่างไร แต่เซเดส์ยังได้สันนิษฐานต่อไปอีกด้วยว่า ลิงเกียโปโป ที่เอกสารจีนฉบับนี้หมายถึง วัดพู อยู่ที่แคว้นจำปาสักทางตอนใต้ของประเทศลาวในปัจจุบัน

               ไม่ว่าข้อสันนิษฐานของเซเดส์จะถูกต้องหรือไม่ก็ตาม แต่นักวิชาการส่วนใหญ่ก็ดูคล้อยตามอย่างที่ไม่ได้ตั้งข้อสงสัย ด้วยเหตุที่มีภูเขาเป็นส่วนสำคัญ ภูเขาอันเป็นที่ตั้งของ 'วัดพู' ก็ถูกนับถือว่าเป็น 'ลึงคบรรพต' ตามอย่างที่เซเดส์ถ่ายถอดคำออกมา

 

 

ภาพที่ 1: ปราสาทประธานของปราสาทวัดพู ที่ประดิษฐาน ‘ภัทเรศวร’

แหล่งที่มาภาพจาก: https://en.wikipedia.org/wiki/Vat_Phou

 

               ‘ลึงคบรรพต' แปลตรงตัวว่า 'ภูเขายอดลึงค์' คำว่า 'ลึงค์' นั้นหมายถึง 'อวัยวะเพศชาย' ซึ่งไม่จำเป็นต้องอธิบายความให้มากนัก

               ภูเขาแบบนี้มียอด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภูเขาที่เป็นแท่ง (หิน) โล้น ดูเด่นเป็นสง่า และเป็นจุดสังเกตเห็นได้ง่ายมาแต่ไกล ซึ่งมักเชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงมักถูกสักการะ และเคารพบูชาอยู่เนืองๆ มีศัพท์ของพวกพราหมณ์เรียกเป็นการเฉพาะว่า 'สวยัมภูลึงค์' คือ 'ลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ' ซึ่งพวกพราหมณ์เชื่อถือว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าลึงค์ทำมือของมนุษย์

               'ปราสาท' ของพวกขอม (ไม่ได้หมายถึงพระราชวัง แต่เป็นศาสนสถาน ไม่ว่าจะเป็น เทวาลัยของเทพเจ้าพราหมณ์-ฮินดู หรือวัดในพระพุทธศาสนา) ที่สร้างขึ้นภูเขาหลายแห่ง แต่เดิมก่อนที่มีการสร้างปราสาทก็ถูกถือว่าเป็น ‘ลึงคบรรพต’ และมี ‘สวยัมภูวลึงค์’ อยู่บนนั้นเหมือนกันอยู่หลายแห่งเลยทีเดียว

               ปราสาทตาเมือนธม ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ประชิดกับเส้นพรมแดนกัมพูชา-ไทย ในเขตจังหวัดสุรินทร์ มีรูปเคารพประธานเป็นศิวลึงค์ที่สลักขึ้นจากหินบนพื้นลานที่สร้างปราสาทครอบทับไว้ โดยองค์ศิวลึงค์อยู่ติดเป็นเนื้อเดียวกันกับลานหิน

               เช่นเดียวกับที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ก็มีรูปเคารพประธานเป็นศิวลึงค์และสร้างขึ้นบนลานหินเหมือนกัน เพียงแต่หินบนลานนั้นไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันกับองค์ศิวลึงค์ประธาน ทว่าเป็นเนื้อเดียวกับองค์ปราสาทเลยต่างหาก

               กล่าวคือ ส่วนฐานล่างสุดของปราสาทประธานที่ปราสาทพนมรุ้งเป็นหินบนลานที่สร้างปราสาทพนมรุ้งขึ้นมา และถูกนำมาสลักลวดลายกลายเป็นชุดฐานบัวชั้นล่างสุดของปราสาทแห่งนี้ ลานหินจึงกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับองค์ปราสาทและมีความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน

               ดังนั้นพวกขอมในยุคโบราณเลือกพื้นที่เพื่อสร้างปราสาทตาเมือนธม หรือปราสาทพนมรุ้ง ก็เพราะสถานที่นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคก่อนสร้างปราสาท นับถือว่าเป็นลึงคบรรพต และสวยัมภูวลึงค์

               เพียงแต่อาจเป็น ‘ลึงค์’ ในศาสนาผีพื้นเมืองสุวรรณภูมิที่ยังเหลือคำศัพท์เรียกค้างมาจนกระทั่งปัจจุบันว่า ‘ปลัดขิก’ ต่อมาพวกพราหมณ์จึงค่อยอนุมานว่าเป็น ‘ศิวลึงค์’ คือลึงค์ของพระอิศวร (หรือพระศิวะ) ในภายหลัง

               แต่ไม่ว่าจะเป็นลึงค์ในลัทธิความเชื่อไหนก็ยังถือว่าเป็นลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ และก็นับเป็น ‘ลึงคบรรพต’ เหมือนกัน

 

 

ภาพที่ 2: เส้นทางเดินขึ้นสู่ปราสาทวัดพูจะเห็นยอดของภูเก้าที่ถูกนับถือว่าเป็น

ศิวลึงค์ธรรมชาติ ตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านหลัง

แหล่งที่มาภาพจาก: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Main_path_lined_with_stone_pillars_to_the_ruined_Khmer_Hindu_temple_of_Wat_Phou,_Champasak,_Laos.jpg

 

 

 

ภาพที่ 3: ภาพลายเส้นแสดงโครงสร้างของปราสาทวัดพู

แหล่งที่มาภาพจาก: http://www.vatphou-champassak.com/

 

               'วัดพู' ก็เป็น 'ลึงคบรรพต' ปัจจุบันชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเรียกภูเขาที่ตั้งของวัดพูว่า 'ภูเก้า' ด้วยเห็นว่ามียอดหนึ่งบนเขาเป็นโขดหินเด่นขึ้นมาเหมือนเส้นผมที่ถูก 'เกล้า' ขึ้นเป็นมวย (ภาษาลาวไม่ใช้คำควบกล้ำ ซึ่งเป็นแบบแผนที่ไทยไปรับจากเขมรมาอีกทอดหนึ่งจนทำให้ภาษาไทยต่างออกจากภาษาลาวไปอีกขั้น)

               ยอดเขานั้นถูกถือว่าเป็น 'ลึงค์ธรรมชาติ' มาตั้งแต่อดีตต้องมีการสร้าง 'ปราสาทวัดพู' ขึ้น โดยนับถือว่า
ภูเก้าเป็น 'ลึงคบรรพต' อันศักดิ์สิทธิ์ และสร้างปราสาทอยู่ที่เชิงเขาทางด้านหน้า

               'ภัทเรศวร' หรือในเอกสารจีนที่กล่าวถึงตั้งแต่ตอนต้นนั้นเรียกว่า 'โปโตลิ' จึงได้ถูกสถาปนาขึ้นให้เป็นประธานของปราสาทวัดพู ซึ่งเป็นสถานที่จำลองความศักดิ์สิทธิ์ของ 'ลึงคบรรพต' บนภูเก้ามารวบรวมไว้ที่นั่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ‘โปโตลิ' หรือ 'ภัทเรศวร' จะเป็น 'ศิวลึงค์' แต่ 'ภัทเรศวร' ไม่ใช่ชื่อของ 'ศิวลึงค์’ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงตัวภูเขาคือ 'ลึงคบรรพต' ที่ถูกจำลองความศักดิ์สิทธิ์ลงมาเป็นองค์ศิวลึงค์นี้ด้วย ดังเห็นได้ว่าในจารึกขอมหลายหลักมีการอ้างอิงถึงปราสาท 'วัดพู' ในชื่อลึงคบรรพต และที่สำคัญอีกอย่างคือ ชื่อ 'ภัทเรศวร' นั้นไม่ใช่พวกขอมคิดตั้งขึ้นเองแต่เป็นชื่อศิวลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกจามมาก่อน

              ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 850-950 พระเจ้าภัทรวรมัน ได้ประดิษฐานศิวลึงค์ที่ชื่อ 'ภัทเรศวร' ไว้ที่เทวาลัย (ซึ่งน่าจะสร้างขึ้นจากไม้) บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชื่อ เขาวุกวาน (Vugvan) ในเมืองหมี่เซิ่น ทางตอนกลางของประเทศเวียดนามปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของพวกจามในสมัยโบราณ (หลังจากที่พระเจ้าภัทรวรมัน สถาปนาศิวลึงค์องค์นี้ ก็เกิดธรรมเนียมการสถาปนา 'ศิวลึงค์' ด้วยพระนามของกษัตริย์ผู้สร้าง โดยสมาสกับคำว่า 'อิศวร' ซึ่งแปลได้ทั้ง พระศิวะหรือผู้เป็นใหญ่ต่อท้าย เช่น ภัทรวรมัน ก็เป็น 'ภัทร' บวกด้วย 'อิศวร' กลายเป็น 'ภัทเรศวร' เป็นต้น ธรรมเนียมนี้ได้ส่งต่อไปให้กับพวกขอม และมีบทบาทอย่างมากในลัทธิเทวราชา)

               มีหลักฐานว่า ภูเขาวุกวานแห่งนี้ก็ถูกชาวจามเรียกว่า ลึงคบรรพต เหมือนกับที่วัดพูด้วย ชื่อภัทเรศวรนี้จึงเป็นชื่อของศิวลึงค์ศักดิ์สิทธิ์มาแต่เดิม นอกจากพวกขอมจะจำลองเอาความศักดิ์สิทธิ์ของลึงคบรรพตที่ภูเก้ามาใส่ไว้ในรูปศิวลึงค์ทำมือโดยมนุษย์ที่วัดพูแล้ว ยังได้จำลองเอาความศักดิ์สิทธิ์ของลึงคบรรพต ที่เมืองหมี่เซิ่นของพวกจามมาไว้พร้อมกันนี้ด้วย

               หลังจากนั้นเป็นต้นมาการจำลองเอาภัทเรศวร ที่วัดพู ไปประดิษฐานเอาไว้ในที่อื่นด้วย เช่นเดียวกับการจำลองพระแก้วมรกต พระพุทธชินราช หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ แม้ว่าปัจจุบัน ศิวลึงค์ภัทเรศวร ที่วัดพู จะถูกคนในยุคสมัยปัจจุบันนำเอาพระพุทธรูปมาตั้งไว้แทนที่แล้วก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 'ภัทเรศวร' ที่ภูเก้า วัดพู คือศิวลึงค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียงที่สุดในอุษาคเนย์ยุคโบราณ

 

 

ภาพที่ 4: กลุ่มอาคารในปราสาทวัดพู เมื่อมองจากลานด้านหน้าของปราสาทประธานลงมา

แหล่งที่มาภาพจาก: https://whc.unesco.org/en/documents/110153

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ