ชื่อของห้างสันธาโภชน์ หรือสันธโภชน์ (บางแหล่งก็เขียนว่า สันตโภชน์) ในปัจจุบันคงไม่เป็นที่รู้จักเสียแล้ว เนื่องจากห้างแห่งนี้ได้เลิกกิจการไปเป็นเวลานานกว่าศตวรรษแล้ว บทความนี้ ผู้เขียนตั้งใจนำเสนอข้อมูลให้
ผู้อ่านได้รู้จักห้างสันธาโภชน์ อดีตห้างของคนไทยที่เคยมีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงต้นสมัยรัชกาลที่ 6
ภายหลังการเปิดเมืองท่าการค้าเสรีกับนานาชาติในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ตามความเปลี่ยนแปลง ทำให้มีธุรกิจแบบใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ผู้ที่มีบทบาททางธุรกิจในประเทศสยามช่วงเวลานั้นมีทั้งชาวจีน อินเดีย ชาวตะวันตก และต่อมาคนไทยก็เข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดอันมหาศาลจากธุรกิจเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 มีห้างร้านของคนไทยเกิดขึ้นหลายแห่ง เช่น วิรัตน์จันทร์ดิสเปนซารี ห้างขายยาอมรศาสตร์ตราหงส์ โรงพิมพ์
อักษรนิติ์ โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ บริษัทหลวงสุวรรณกิจชำนาญ รวมถึง “ห้างสันธาโภชน์” ตามที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น

ภาพที่ 1 : ห้างสันธาโภชน์ และภาพนายถ้วย หุ้นส่วนผู้จัดการห้าง
แหล่งที่มาภาพ : Wright, Arnold. Twentieth century impressions of Siam: its history, people, commerce, industries, and resources, with which is incorporated an abridged edition of Twentieth century impressions of British Malaya. London Lloyds Greater Britain Publishing Company, Ltd. (1908). P.257
ตามประวัติของห้างสันธาโภชน์หุ้นจำกัดที่ระบุไว้ในหนังสือชื่อ Twentieth Century Impression Of Siam ซึ่งตีพิมพ์ในอังกฤษเมื่อปีพ.ศ. 2451 ( ค.ศ.1908 ) ได้กล่าวถึงการเกิดขึ้นของห้างนี้ไว้ว่า เกิดจากการเข้าหุ้นส่วนกันของบุคคล ได้แก่ เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ภรรยา นายถ้วย และน้องชายของนายถ้วย รวมกันสี่คนเป็นผู้ก่อตั้งห้างขึ้นในช่วงก่อนปีพ.ศ. 2451 (ราวทศวรรษที่ 2430-2440 ) ทั้งนี้ แต่เดิมกิจการของห้างเป็นโรงงานผลิตผลไม้ที่แปรรูปด้วยการถนอมอาหารและอาหารแห้งเพื่อการส่งออก โรงงานตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดสำคัญ
กิจการผลไม้แปรรูปส่งออกสร้างชื่อเสียงให้กับห้างสันธาโภชน์เป็นอย่างมาก เมื่อปีพ.ศ. 2447 มีการจัดนิทรรศการในมหกรรมโลกเซนต์หลุยส์ (St. Louis World Fair) เพื่อฉลองเนื่องในโอกาสที่สหรัฐอเมริกาได้ซื้อรัฐลุยเซียนามาจากฝรั่งเศสครบ 1 ศตวรรษ (Louisiana Purchase Exhibition) โดยมีห้างสันธาโภชน์เป็นตัวแทนในนามรัฐบาลสยามเข้าร่วม นำผลไม้และอาหารแห้งจัดแสดงในงานนิทรรศการ แล้วได้รับรางวัลเหรียญทองในการจัดแสดงสินค้าครั้งนั้นด้วย
จากความสำเร็จในการได้รับรางวัลจากนิทรรศการแสดงสินค้าเซนต์หลุยส์ ในปีพ.ศ. 2451
ห้างสันธาโภชน์ได้ขยายธุรกิจด้วยการเปิดหน้าร้านของห้างขึ้นในย่านการค้าแถวถนนเจริญกรุงใกล้กับบ้านหม้อถึงสองแห่ง รวมทั้งได้ขยายกิจการในการเปิดบาร์ เลานจ์ (Lounge) ภัตตาคารขึ้นในห้าง พร้อมกับกิจการจำหน่ายเวชภัณฑ์และเครื่องแต่งกายสตรีขึ้นด้วย ควบคู่กับการจำหน่ายอาหารและผลไม้แห้ง ทำให้ชื่อเสียงของห้างโด่งดังมากยิ่งขึ้น กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มวงสังคมชั้นสูงของกรุงเทพฯ สมัยนั้น มีเจ้าขุนมูลนายหลายคนเป็นลูกค้าประจำ
โดยเฉพาะท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ผู้ที่สมควรกล่าวถึง เนื่องด้วยเป็นทั้งหุ้นส่วนและเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กิจการของห้างนี้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ท่านผู้หญิงเป็นผู้มีฝีมืออย่างมากในการทำงานฝีมือ หลากหลายชนิด ทั้งนี้ หนังสือ Twentieth Century Impression Of Siam ได้เขียนกล่าวชมว่าท่านมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยอย่างไทยมาก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่ทำให้กิจการแขนงนี้มีชื่อเสียงและสร้างผลกำไรจากการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย อนึ่ง ท่านผู้หญิงมีความชำนาญด้านคหกรรมเป็นอย่างสูง และได้เรียบเรียงตำราทำอาหารชื่อ “แม่ครัวหัวป่าก์” เป็นผลงานเชิงประจักษ์แก่สังคม จึงอนุมานได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเจริญก้าวหน้าเรื่องอาหารของห้างแห่งนี้ด้วย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในเดือนตุลาคม ปีพ.ศ.2453 หรือช่วงต้นปีพ.ศ.2454 (ตามปฏิทินปัจจุบัน) ห้างสันธโภชน์ก็ได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ เปิดจำหน่ายสินค้าเครื่องบูชาพระบรมศพและเครื่องไว้ทุกข์ต่างๆ ทั้งขาวและดำตามธรรมเนียม นอกจากนี้ ห้างยังได้ริเริ่มเปิดการจำหน่ายพวงหรีดแบบต่างๆ มีทั้งพวงหรีดดอกกระเบื้องที่สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และยังรับทำพวงหรีดดอกไม้สดฝีมือดีด้วยเช่นเดียวกัน โดยห้างได้ตระเตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อมแล้ว นับเป็นข้อมูลหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านอกจากกิจการด้านการจำหน่ายอาหารแล้ว ห้างนี้ยังจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมอื่นด้วยเช่นกัน

ภาพที่ 2 : แจ้งความห้างสันธาโภชน์ ว่าด้วยเรื่องการจำหน่ายพวงหรีดและเครื่องทุกข์อื่นๆ
แหล่งที่มาภาพ : แจ้งความสันธาโภชน. จีนโนสยามวารศัพท์ วันจันทร์ที่ 9 มกราคม รัตนโกสินทรศก 129 , น.1
ภายหลังการอสัญกรรมของท่านผู้หญิงเปลี่ยนในปีพ.ศ.2454 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ห้างสันธาโภชน์เข้าไปพัวพันกับประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือไทย ในกรณีเหตุวิวาทระหว่างทหารเรือกับทหารมหาดเล็กที่ห้างสันธาโภชน์ ซึ่งมีการเล่าถึงเหตุการณ์และสาเหตุไว้หลายกระแส ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว เนื่องจากปัญหาดังกล่าวนี้ร่วมกับปัญหาอื่นๆ เป็นเหตุให้พลตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และเจ้ากรมยุทธศึกษาเป็นกองหนุนในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2454 โดยสันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนปีดังกล่าว
ห้างสันธาโภชน์ยังคงดำเนินกิจการต่อมา แต่เริ่มประสบปัญหาในการบริหารงานที่อาจมีหนี้สินเป็นสำคัญ จนกระทั่งในวันที่ 16 ธันวาคม ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2455) ศาลคดีต่างประเทศได้มีคำสั่งให้ห้างสันธาโภชน์เป็นผู้ล้มละลาย โดยกองเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ได้ตั้งหลวงจินดาภิรมย์เป็นเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ของผู้ล้มละลายในกรณีนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ของห้างสันธาโภชน์ให้นำหลักฐานมาภายในสองเดือน เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดอวสานของห้างสันธาโภชน์ แต่ได้เกิดเป็นคดีความอย่างอื่นตามมา

ภาพที่ 3 : คำพิพากษาคดีล้มละลายหลังจากห้างสันธาโภชน์
ภาพจาก : ศรีบุบพรรณเขตร์ , ขุน. ฎีกาบัญญัติ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรนิติ , (2457). น.175
กล่าวคือหลังจากห้างสันธาโภชน์ได้ล้มละลายแล้ว มิสเตอร์เอม.เอม.สมัธ คนในบังคับฝรั่งเศสซึ่งเป็น
เจ้าหนี้ของห้างสันธาโภชน์ได้ยื่นฟ้องเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ในศาลต่างประเทศให้เป็นคนล้มละลายจากการเป็นหุ้นส่วนในห้างนั้น และต้องรับผิดชอบหนี้สินในการล้มละลายของห้าง แต่เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ปฏิเสธ และร้องว่าหนี้สินของห้างนั้นเป็นคนละส่วนกับหนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์มิสเตอร์สมัธชนะคดี สั่งให้เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ใช้หนี้ 2,324 บาท กับค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาใหม่เห็นว่าหนี้นั้นเป็นหนี้ส่วนตัวระหว่างโจทก์กับอำแดงจ่าง และคำร้องขอให้ห้างละลายการทอดโฉนดบัตรยังไม่สมบูรณ์
ต่อมามิสเตอร์สมัธ โจทก์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ใช้หนี้หรือเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ในชั้นที่สุดศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาโจทก์เนื่องจากการกระทำของโจทก์ขัดต่อสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ซึ่งคนในบังคับจะถวายฎีกาได้ในกรณีที่เป็นข้อพิพาททางกฎหมายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หนี้สินที่โจทก์อ้างไม่ใช่หนี้สินหุ้นส่วนตามกฎหมาย เพราะอำแดงจ่างได้พิจารณารับแล้ว จึงให้ยกฎีกาและให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมรวมทั้งค่าทนาย 200 บาทแก่จำเลย สรุปได้ว่าเจ้าพระยาภาสกรวงษ์ชนะคดีในที่สุด แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีการฟื้นฟูกิจการห้างสันธาโภชน์ขึ้นใหม่แต่อย่างใด จึงถือว่ากิจการห้างสันธาโภชน์ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
เรื่องราวของห้างสันธาโภชน์นับเป็นหนึ่งในพัฒนาการของห้างแรกเริ่มโดยคนไทยที่ประกอบกิจการทางด้านคหกรรมและหัตถกรรมจนมีชื่อเสียงในระดับสากล ทั้งยังขยายธุรกิจด้านสถานที่กินดื่มยามราตรีแบบสมัยใหม่เป็นแห่งแรกๆ นับจากเริ่มมีสถานกินดื่มแบบนี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 รวมถึงเป็นสถานที่เปิดโอกาสให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ได้แสดงความสามารถของสตรีรุ่นบุกเบิกวงการคหกรรมและการเรือนไทยเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้เป็นที่ประจักษ์
บรรณานุกรม
คุณาธิป แสงฉาย. การขยายตัวของร้านค้าปลีกสมัยใหม่และผลกระทบต่อร้านขายของชำดั้งเดิม. กรุงเทพฯ :
วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, (2544).
ประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง ห้าง สันธาโภชนย์ ผู้ล้มละลาย. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 29 ง หน้า 2228.
28 ธันวาคม รัตนโกสินทรศก 131
แจ้งความสันธาโภชน. จีนโนสยามวารศัพท์ วันจันทร์ที่ 9 มกราคม รัตนโกสินทรศก 129, น.1
เปลี่ยน ภาสกรวงศ์ , ท่านผู้หญิง, แม่ครัวหัวป่าก์. กรุงเทพฯ : ผดุงศึกษา, (2495).
วีระยุทธ ปีสาลี. กรุงเทพฯ ยามราตรี. กรุงเทพฯ : มติชน, (2557).
ศรัณย์ ทองปาน. ให้โลกทั้งหลายเขาลือ : “ เสด็จเตี่ย ” กรมหลวงชุมพรฯ. กรุงเทพฯ : สารคดี, (2563).
ศรีบุบพรรณเขตร์ , ขุน. ฎีกาบัญญัติ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรนิติ, (2457).
อเนก นาวิกมูล. ธงช้างในต่างแดน. กรุงเทพฯ : แสงดาว, (2549).
Wright, Arnold. Twentieth century impressions of Siam: its history, people, commerce, industries,
and resources, with which is incorporated an abridged edition of Twentieth century
impressions of British Malaya. London Lloyds Greater Britain Publishing Company, Ltd. (1908).