Museum Core
คุก...มีไว้ ทำไม หาคำตอบได้ที่ “พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์”
Museum Core
16 มิ.ย. 68 811
ประเทศไทย

ผู้เขียน : จตุพร ธิราภรณ์

               “คุก” สถานที่บังคับคุมขังผู้กระทำความผิดตามกฎหมายให้อยู่ใต้การควบคุมดูแลที่ไร้อิสรภาพ ทว่าคุกมีบทบาทหน้าที่รับใช้สังคมเพียงเท่านี้หรือ? ใครที่ต้องการค้นหาคำตอบสามารถไปศึกษาเรียนรู้ได้ที่ “พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์”  สถานที่ที่ชวนให้สร้างประสบการณ์ ค้นหาและเข้าถึงความรู้ด้วยตนเอง

               พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์เป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งที่มีต้นกำเนิดมายาวนาน มีการจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2482 ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยพันตำรวจโทขุนศรีศรากร (ชลอ ศรีศรากร) อธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ขณะนั้น) ได้ดำเนินการรวบรวมจัดเก็บอุปกรณ์การลงทัณฑ์ และโบราณวัตถุที่พบในเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 40 ชิ้น และจัดแสดงไว้ ณ เรือนจำกลางบางขวาง ภายใต้แนวคิดเรื่องวิวัฒนาการด้านการราชทัณฑ์ของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการริเริ่มส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับงานของกรมราชทัณฑ์ออกสู่สังคม

               ต่อมาในปี พ.ศ.2515 มีการก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการราชทัณฑ์แทนโรงเรียนข้าราชการฝ่ายราชทัณฑ์ (ปัจจุบัน คือ สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ฝึกอบรมบุคลากรข้าราชการทุกระดับเฉพาะภายในกรมราชทัณฑ์ให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายประดิษฐ์  พานิชการ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  (ขณะนั้น) ได้ให้ขนย้ายวัตถุจัดแสดงที่เรือนจำกลางบางขวางมาจัดแสดง ณ ชั้น 1 อาคารศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการราชทัณฑ์ในนาม “พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์” และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ฟรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2515 ทั้งนี้ ในการจัดแสดงได้มีการจัดหาวัตถุมาจัดแสดงเพิ่มอีกจำนวนกว่า 300 รายการ อาทิ เครื่องลงทัณฑ์ตามปรากฏในจารีตนครบาล ดาบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประหารชีวิต อาวุธปืนโบราณ ภาพวาดสีน้ำมันการลงโทษทวะดึงษกรรมกรณ์ 32 ประการ หุ่นปั้นนักโทษกับเครื่องพันธนาการ เป็นต้น

               หลังจากนั้นวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2530 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ย้ายเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนมหาไชย แขวงสําราญราษฎร์ เขตพระนคร ไปยังทัณฑสถานวัยหนุ่มบางเขน ถนนงามวงศ์วาน แขวงจตุจักร เขตลาดยาว (ปัจจุบันทัณฑสถานวัยหนุ่มบางเขนย้ายไปที่จังหวัดปทุมธานีและเปลี่ยนชื่อเป็นทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง) เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ ทั้งนี้ อาคารดั้งเดิม 4 หลังเป็นอาคารเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานจึงปรับเปลี่ยนเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของกิจการราชทัณฑ์ และมีการเคลื่อนย้ายวัตถุจัดแสดงจากศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี มาจัดแสดงที่นี่ด้วย

               เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2542 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ได้เสด็จพระราชดำเนินในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์และสวนสาธารณะ “สวนรมณีนาถ” จากนั้นในปีพ.ศ.2558 พิพิธภัณฑ์ได้ปิดทำการแล้วย้ายที่ทำการกลับมาที่สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง โดยมีการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ จำนวน 3 หลัง และบูรณะซ่อมแซมวัตถุจัดแสดง ทั้งยังระดมความคิดเห็น คำแนะนำจากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อปรับปรุงรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2566

 

ภาพที่ 1 บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ริมถนนนนทบุรี 1

 

               อาคารหลังแรก บริเวณชั้น 1 เป็นห้องต้อนรับผู้เข้าชม และจุดเริ่มต้นการเล่าเรื่องราวของงานราชทัณฑ์ที่ดำเนินคู่กับจังหวัดนนทบุรีมาช้านาน รวมถึงคุณูปการของแรงงานนักโทษจากราชทัณฑ์ในการตัดถนนสายหลักสำคัญ ถัดมาเป็นอาคารหลังที่ 2 ชั้น 1 เป็นพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับรูปแบบการลงทัณฑ์ในสมัยโบราณที่มุ่งเน้นการลงโทษด้วยเครื่องมือที่รุนแรงเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว ข่มขวัญให้เข็ดหลาบ เริ่มจากห้องจัดแสดงวิธีการลงทัณฑ์ตามจารีตนครบาล วิวัฒนาการของการบังคับโทษประหารชีวิตในยุคสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่กระบวนการประหารชีวิตด้วยดาบ ประหารชีวิตด้วยอาวุธปืน ตลอดจนวิธีการประหารชีวิตด้วยการใช้วิธีการฉีดสารพิษเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงตัวอย่างเครื่องพันธนาการโบราณ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการบังคับลงโทษต่อเนื้อตัวร่างกาย ซึ่งมีทั้งสิ่งที่เคยใช้งานจริงและสิ่งจำลองที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อการเรียนรู้

 

ภาพที่ 2 อาคารพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ อาคาร 1 และ อาคาร 2

 

               ส่วนบริเวณชั้นที่ 2 จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการคุก ตะรางในอดีต ด้วยการทำจำลองภาพประตูคุก ป้อมรักษาการณ์ ห้องทำงาน และจำลองสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของนักโทษในเรือนจำ โรงเลี้ยง โรงครัว การฝึกวิชาชีพ เรือนนอน ห้องขังเดี่ยว ห้องขังรวม สถานพยาบาล รวมทั้งการจัดแสดงเอกสารสำคัญที่มีลายพระหัตถ์ในหมายปล่อยตัวนักโทษ ภาพถ่ายเหตุการณ์สำคัญในอดีต อาวุธปืนประจำการควบคุมรักษาการณ์แบบต่าง ๆ เครื่องแบบและเครื่องหมายแสดงความสามารถของข้าราชการราชทัณฑ์ตามวิวัฒนาการในแต่ละยุคสมัย อีกทั้งนิทรรศการยังเล่าเรื่องการขับเคลื่อนโครงการสำคัญในภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ด้านการควบคุมและการพัฒนาพฤตินิสัยผู้กระทำผิด ตามแนวคิดการตัดช่องโอกาสในการกระทำความผิดและแก้ไขฟื้นฟูเพื่อคืนคนดีมีคุณค่ากลับเข้าสู่สังคม

 

ภาพที่ 3 นิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์จำลองการประหารชีวิตด้วยอาวุธปืน

 

 

               อาคารหลังที่ 3 เป็นอาคารอเนกประสงค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือ
ผู้ต้องขัง เปลี่ยนแปลงการลงโทษเป็นการส่งเสริมการพัฒนาแก้ไข มุ่งเน้นการฝึกวิชาชีพ การให้โอกาสกลับสู่สังคมในรูปแบบศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ชื่อร้าน “หับเผย: ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยให้โอกาส” สาธิตและส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมในเรือนจำ เช่น การท่องเที่ยว การประกอบอาหาร การชงเครื่องดื่ม การแสดงทักษะความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี ศิลปะ การแสดงร่วมสมัยของผู้ต้องขัง รวมถึงการสาธิตกิจกรรมอื่น ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ และเปิดพื้นที่ให้เรือนจำทั่วประเทศได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาใช้พื้นที่ดำเนินกิจกรรมดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากสังคมวงกว้าง

               ในความเห็นของผู้เขียน การเปิดบริการอีกครั้งของพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์นับเป็นโอกาสสําคัญหลายประการ นอกจากเป็นการย้ายกลับมายังพื้นที่เดิมของพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ตั้งแต่แรกก่อตั้งในรอบ 50 ปี และในวาระครบรอบ 84 ปีกําเนิดพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์แล้ว พิพิธภัณฑ์ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งให้ความรู้ด้านอาชญาวิทยา ทัณฑวิทยาและงานราชทัณฑ์ไทย ซึ่งเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทย แสดงให้เห็นว่ากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการความรู้แก่ประชาชนอย่างเป็นทางการในฐานะเป็นทั้ง พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัย

 

พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์

ตั้งอยู่ในพื้นที่กรมราชทัณฑ์ ถนนนนทบุรี 1 ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี       

เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.30 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ