ณ หาดทรายบริเวณบ้านชายทะเล ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่จอดเรือและมีการสร้างขนำ หรือทับ (เพิงที่พักชั่วคราว) ของชาวบ้านที่หาอยู่หากินในวิถีประมงทะเลอ่าวไทย มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานในอดีตที่เล่าต่อกันว่า บริเวณนี้เรียกว่า “บ้านเล” หรือ “ทับบังหลี” ตามชื่อของบังหลีที่เป็นคนแขกคนแรกที่มาตั้งทับบริเวณนี้ ต่อมามีคนแขกจากเขตตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ย้ายมาตั้งถิ่นฐานจนเกิดเป็นหมู่บ้านคนแขก (คำเรียกตนเองของคนมุสลิมที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้ผสมผสานกับคำชวา มลายูบ้างในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา)
จากคำบอกเล่าของคุณยายช่อง (นางช่อง จุลพงศ์) อายุ 85 ปี เล่าว่า เมื่อเจ็ดสิบปีที่แล้ว มีโจรหนีตำรวจเข้าไปในหมู่บ้านแล้วเกิดการยิงต่อสู้กัน ฝ่ายตำรวจถูกโจรยิงเสียชีวิต ชาวบ้านรู้สึกหวาดกลัวจึงอพยพครัวเรือนย้ายถิ่นฐานกลับไปยังตำบลหัวเขา ทำให้หมู่บ้านหายไป ปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของบ่อน้ำโบราณและเขตหมู่บ้าน ซึ่งบ้านแต่ละหลังมีแนวของต้นกระบอกเพชรแสดงอาณาเขต คนในพื้นที่ออกเสียงเรียกต้นกระบองเพชรว่า “พวงเเพ็ชร”
ผู้เขียนลงพื้นที่เดินสำรวจภาคสนามพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านจากบ้านชุมพลชายทะเล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร โดยนางกีฉ๊ะ วงษ์อุทัย (“วะฉ๊ะ”) และนายรอหมีด วงษ์อุทัย (วะรอหมีด) (วะ ภาษาถิ่นใต้ ใช้เรียกผู้ที่มีอายุมากกว่าในลักษณะญาติผู้ใหญ่ เช่นป้า หรือลุง) เป็นผู้นำสำรวจ ทั้งนี้ ระหว่างการสำรวจ ผู้เขียนพบว่าบริเวณนี้มีการปลูกต้นกระบองเพชรที่มีลักษณะลำต้นชะลูดสูงเป็นแนวกั้นอาณาเขตของบ้านและหมู่บ้าน ซึ่งวะฉ๊ะและวะรอหมีดเล่าว่า ในอดีตชาวบ้านที่อยู่ริมทะเลอ่าวไทยมักปลูกต้นกระบองเพชรใช้เป็นรั้วป้องกันโจรผู้ร้าย ทำให้ผู้เขียนรำลึกความทรงจำในวัยเด็กถึงบ้านเกิดของตนเองที่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งตั้งอยู่ในวิถีทะเลสาบสงขลาตอนล่างก็มีการปลูกต้นเตยหัวขาวแทนรั้วบ้านเช่นเดียวกัน เพราะทั้งกระบองเพชรและเตยหัวขาวเป็นพืชที่มีหนาม ช่วยป้องกันบ้านเรือนและหมู่บ้านได้
ต้นกระบองเพชร “กินได้”?
วะฉ๊ะ ได้รื้อฟื้นเมนู “แกงพวงแพ็ชร” อาหารพื้นถิ่นที่นำต้นกระบองเพชรมาแกง ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของครอบครัวที่วะฉ๊ะเรียนรู้มาจากคุณแม่ของท่าน และมีเพียงบางครอบครัวเท่านั้นที่มีองค์ความรู้เรื่องการทำแกงจากต้นกระบองเพชร นับเป็นสูตรเฉพาะที่หาทานได้ยากมาก อีกทั้งต้นกระบองเพชรที่หมู่บ้านชุมพลชายทะเลก็หายากด้วยเช่นกัน ทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูพิเศษที่ใครที่ได้ยินชื่อ หรือได้ชิมต่างต้องประหลาดใจที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าต้นกระบองเพชรสามารถนำมาปรุงอาหารได้
เริ่มต้นด้วยการเลือกต้นกระบองเพชรที่ยังมีลักษณะลำต้นอ่อน หากต้นไหนโตสูงมากก็จะเลือกเก็บเฉพาะส่วนบนของต้น แล้วตัดเป็นท่อนตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นตัดหนามบริเวณแฉกทั้งสี่ออกเพื่อให้ง่ายแก่การนำกลับบ้านไปทำอาหาร ซึ่งสามารถปรุงเป็นอาหารได้ทั้งแกงส้มและแกงคั่ว โดยวะฉ๊ะเล่าย้อนอดีตฟังว่าครั้งแรกที่ได้ทานแกงกระบองเพชร คุณแม่ปรุงสูตรเป็นแกงส้มกระบองเพชรกับปลาหมอ แต่ครั้งนี้ท่านจะทำเมนูแกงคั่วกระบองเพชรกับไก่ให้ผู้เขียนได้ลองชิม

ภาพที่ 1 “วะฉ๊ะ” และลูกกำลังช่วยกันตัดต้นกระบองเพชร
ต้นกระบองเพชร มีลำต้นสูงแตกออกเป็นสี่แฉก บางต้นออกดอกสีขาวพานสะพรั่ง ทั้งนี้ วะฉ๊ะได้ให้ข้อมูลว่า ดอกตูมสามารถนำมาต้มกับน้ำเปล่าทานกับน้ำพริกได้ บางต้นมีผลเมื่อสุกมีสีแดงอมชมพูมีรสชาติคล้ายแก้วมังกร ผู้เขียนมีโอกาสได้ชิมแล้วก็เห็นด้วยว่าเนื้อข้างในรสชาติคล้ายแก้วมังกรร ต่างกันแค่ขนาดผลเล็กกว่ามาก

ภาพที่ 2 ดอกต้นกระบองเพชร และลูกกระบองเพชรสีแดงอมชมพูคล้ายลูกแก้วมังกร
วิธีการทำ
1. เริ่มจากนำต้นกระบองเพชรที่ตัดหนามออกเรียบร้อยแล้วนำมาปลอกเปลือกออก และจัดการผ่าออกเป็นสี่แฉก ใช้เฉพาะเนื้อส่วนที่เป็นแฉก (ไส้ตรงกลางมีรสเปรี้ยวและแข็งไม่นำมาใช้) จากนั้นหั่นกระบองเพชรเป็นชิ้นเล็กๆ ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปลวกในน้ำร้อนจนสุก (ระดับความสุก กระบองเพชรสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีออกเหลือง) ต่อด้วยการล้างน้ำอุณหภูมิปกติ และบีบให้ความขมที่อยู่ข้างในออกมา ล้างน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วพึ่งให้สะเด็ดน้ำ

ภาพที่ 3 ขั้นตอนการเตรียมกระบองเพชร (จากซ้ายไปขวา)
2. เตรียมน้ำกะทิสด คั้นน้ำกะทิเพียงรอบเดียว
3. สับไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ล้างให้สะอาดและพึ่งให้สะเด็ดน้ำ
4. เตรียมเครื่องแกงคั่ว ประกอบไปด้วย พริกแห้ง พริกไทย (ใส่น้อยกว่าพริกแห้ง) หอมแดง กระเทียม ขมิ้น เกลือ ตะไคร้ และกะปิ นำเครื่องแกงมาตำรวมกันให้ละเอียด
5. นำน้ำกะทิใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือดแล้วตักน้ำกะทิใส่ในครก ละลายเครื่องแกงแล้วตักใส่หม้อ จากนั้นเมื่อน้ำเดือดอีกครั้งใส่เนื้อไก่ แล้วรอจนไก่สุกปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำตาลทราย และใส่เนื้อกระบองเพชรที่ลวกสุกแล้วลงไป
6. รอจนน้ำแกงเดือดอีกสักครู่ ให้น้ำแกงซึมเข้าเนื้อกระบองเพชรก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เมื่อผู้เขียนได้ลองชิมรสชาติแกงกระบองเพชร รับรสสัมผัสได้ว่าแกงมีความมันจากกะทิ เนื้อกระบองเพชรซึมซับน้ำแกงจนอ่อนนิ่มละมุนลิ้น ไร้กลิ่นเหม็นเขียว ไม่มีอาการคันลิ้น นับเป็นประสบการณ์ด้านอาหารที่แปลกใหม่และประทับใจผู้เขียนมาก จนเมื่อผู้เขียนมีโอกาสได้นำเสนอข้อมูลความรู้เรื่องอาหารที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นที่หากินยากของคนแขกสงขลา จึงได้ร้องขอให้วะฉ๊ะปรุงแกงส้มกระบองเพชรกับปลาหม้อให้ผู้ที่สนใจที่เป็นชาวต่างชาติได้ทดลองทาน ซึ่งสร้างทั้งความประหลาดใจผ่านประสบการณ์ และความรู้ใหม่

ภาพที่ 4 แกงพวงแพช็รคั่วไก่ รสมือวะที่บ้านชุมพลชายทะเล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
จากต้นกระบองเพชรที่ผู้คนบนคาบสมทุรสทิงพระในอดีตนิยมปลูกไว้เป็นรั้วป้องกันบ้าน และหมู่บ้าน ที่มีจำนวนลดน้อยลงในปัจจุบัน นำมาสู่องค์ความรู้ที่เป็นมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาที่คนรุ่นปัจจุบันอาจลืมเลือน หรือคาดไม่ถึงว่าต้นกระบองเพชรสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ รวมถึงเรื่องเล่าของหมู่บ้านคนแขกริมทะเล และแนวต้นกระบองเพชรที่คงเหลือไว้ ตลอดจนร่องรอยในความทรงจำของผู้สูงอายุ
ผู้ให้ข้อมูลสัมภาษณ์
1. คุณช่อง จุลพงศ์ อายุ 85 ปี บ้านชายทะเล (บ้านเล) ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา สัมภาษณ์ข้อมูลเมื่อวันที่10/12/2565
2. คุณกีฉ๊ะ วงษ์อุทัย อายุ 59 ปี บ้านชุมพลชายทะเล ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา สัมภาษณ์ข้อมูลเมื่อวันที่10/12/2565
3. คุณรอหมีด วงษ์อุทัย อายุ 58 ปี บ้านชุมพลชายทะเล ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา สัมภาษณ์ข้อมูลเมื่อวันที่10/12/2565