Museum Core
Phyllis Schlafly สตรี (ไม่) แหวกขนบ
Museum Core
16 มี.ค. 69 119

ผู้เขียน : ชุมสาย ศักดิ์สงวนวงศ์

               ปกติแล้วในวันที่ 8 มีนาคม หรือวันสตรีสากล เรื่องราวของเหล่าสตรีผู้เป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อสิทธิ และความเป็นอยู่ของเพื่อนสตรีด้วยกัน เช่น กลอเรีย สไตน์เนม (Gloria Steinem) แองเจลา เดวิส (Angela Davis) และมาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) มักวนเวียนกลับมาให้ได้ยินกัน แต่ยังมีสตรีอีกนางหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพที่ต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตรงกันข้ามในนามของ “คุณค่าของครอบครัว” ผู้เขียนอยากแนะนำให้รู้จักกับ ฟิลลิส ชลาฟลี (Phyllis Schlafly) แม่บ้าน มารดา ภรรยา นักเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยม นักวิจารณ์การเมือง นักเขียน และแอนไทเฟมินิสต์ (Anti-feminism)

               ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1924 ฟิลลิส แมคอัลปิน สจ๊วต (Phyllis McAlpin Stewart) ลืมตาดูโลกที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอเติบโตขึ้นมาในยุคที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ทำให้พ่อของเธอตกงาน แม่ที่เคยเป็นครูและบรรณารักษ์ต้องกลับไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและส่งเสียให้เธอเรียนจบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนคาทอลิก ต่อมาเธอได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยระหว่างที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัย เธอต้องทำงานในโรงงานผลิตดินระเบิด เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอมในส่วนที่อยู่นอกเหนือจากทุนการศึกษาด้วย แม้จะได้เห็นตัวอย่างจากแม่ที่ต้องทำงาน รวมถึงประสบกับตัวเอง แต่ฟิลลิสยังคงยึดถือคุณค่าความเป็นอนุรักษ์นิยมที่อาจได้อิทธิพลจากการใช้ชีวิตในรัฐทางใต้อย่างมิสซูรีและการเข้าเรียนที่โรงเรียนคาทอลิกไปตลอดชีวิต

 

ภาพที่ 1: งานวิวาห์ของเฟร็ด และฟิลลิส

แหล่งที่มาภาพ: The Real Mrs. America. Fred and Phyllis Schlafly’s wedding. n.d. [Online]. Accessed 2025 December 29. Available from: https://www.realmrsamerica.com/photo-of-the-day-60/

 

               เมื่อเรียนจบเว้นวรรคฟิลลิสเข้าทำงานในสถาบันวิจัยเชิงนโยบายของกลุ่มอนุรักษ์นิยม ต่อมาเธอได้แต่งงานกับ ทนายความชื่อ เฟร็ด ชลาฟลี (Fred Schlafly) ซึ่งหากฟิลลิสเป็นหญิงสาวที่มีความคิดแบบอนุรักษ์นิยมทั่วไป ชีวิตนอกชายคาบ้านก็อาจจบลงแค่นี้ ดังที่ตัวเธอเองเคยกล่าวไว้ “เหตุผลที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัดสินใจแต่งงาน คือ การได้รับเงินสนับสนุนจากสามีในขณะที่เธอเลี้ยงดูลูกอยู่ที่บ้าน ตราบเท่าที่สามีของเธอมีรายได้ที่ดี เธอก็ไม่ต้องสนใจว่าหารายเงินได้น้อยกว่า” แต่ฟิลลิสยังทำหน้าที่นอกบ้านเป็นอาสาสมัครที่เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องคุณค่าอนุรักษ์นิยม ซึ่งจุดยืนนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของสตรีชาวอเมริกันยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

 

              ภาพที่ 2: การเดินขบวนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเท่าเทียมในรัฐฟลอริดา                                           แหล่งที่มาภาพ: State Archives of Florida. ERA demonstration. n.d. [Online]. Accessed 2025 December 29. Available from: https://www.floridamemory.com/items/show/2702

 

               ในช่วงยุคทศวรรษ 1970 การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีกำลังเป็นกระแสในสังคมอเมริกัน มีการผลักดันการแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยสิทธิที่เท่าเทียมกัน (Equal Rights Amendment หรือ ERA) ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1923 ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยอีอาร์เอเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการรับรองสิทธิภายใต้กฎหมายสำหรับประชาชนทุกคนไม่ว่าจะมีเพศสภาพใด หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การกำหนดไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติทางเพศนั่นเอง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีและเฟมินิสต์ต่างมองว่า กฎหมายนี้จะยกระดับความเป็นอยู่ของสตรีชาวอเมริกันให้ดีขึ้น เช่น ลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งช่วยให้สตรีมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น ทว่าฟิลลิสกลับมองว่ากฎหมายเดียวกันนี้อาจต้องอาศัยการตีความจากศาล ซึ่งอาจพราก “สิทธิพิเศษ” ที่เคยได้รับในฐานะสตรีออกไป เช่น งดเว้นการถูกเกณฑ์ทหาร การได้รับเงินสนับสนุนจากสามี และการได้รับสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรกรณีหย่าร้าง ดังนั้นฟิลลิสจึงตัดสินใจจัดตั้งขบวนการชื่อว่า STOP ERA (หยุดพรากสิทธิพิเศษไปจากเรา) ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในแต่ละรัฐกว่า 20,000 คน

 

ภาพที่ 3: ฟิลลิส ชลาฟลี ขณะนำกุล่มเคลื่อนไหวต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ     

แหล่งที่มาภาพ:  Library of Congress. Phyllis Schlafly at a STOP ERA demonstration. (1977). [Online]. Accessed 2025 December 29. Available from: https://archives.whitehousehistory.org/fotoweb/archives/5017-Digital-Archives/Main%20Index/Events/1129250.tif.info

 

               นอกจากนั้น ฟิลลิสยังใช้ประเด็นสตรีนิยมอย่างสิทธิในการทำแท้งและสมรสเท่าเทียม ซึ่งถูกนิยามว่าเป็นการต่อต้านคุณค่าของครอบครัว มาใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกนักการเมืองที่เธอและผู้สนับสนุนคนอื่นๆ จะให้การสนับสนุนอีกด้วย ในท้ายที่สุดจากการโน้มน้าวและเคลื่อนไหวกดดันสภาท้องถิ่นของแต่ละรัฐจากขบวนการ STOP ERA ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกถ่วงเวลาจนเลยกรอบเวลาที่รัฐจำนวนสามในสี่จะต้องลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการแก้ไข แต่อีอาร์เอก็ถูกนำเสนอในสภาอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ.1982 และมีการต่อสู้เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปีค.ศ. 2020 รัฐเวอร์จิเนียลงนามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นรัฐที่ 38 ทำให้การเคลื่อนไหวมุ่งเป้าไปที่สภาคองเกรสว่าจะกำจัดกรอบเวลาในการลงนามออกไป แล้วประกาศว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เสร็จสิ้นลง หรือเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขใหม่ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่ผลักดัน STOP ERA ฟิลลิสก่อตั้งกลุ่มอีเกิล ฟอรัม (Eagle Forum) ซึ่งเป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่เคลื่อนไหวในประเด็นอนุรักษ์นิยมซึ่งมีอิทธิพลต่อพรรครีพับลิกันและการเมืองอเมริกัน และดูแลกลุ่มผลประโยชน์นี้จนกระทั่งเธอถึงแก่กรรมเมื่อปีค.ศ. 2016

 

ภาพที่ 4: แอนดี้ ชลาฟลีนำที่ประชุมในการปฏิญาณตนต่อธงชาติสหรัฐอเมริกาในงานรำลึกของฟิลลิส ชลาฟลี     

                   แหล่งที่มาภาพ: IP Watchdog. Andy Schlafly at Phyllis Schlafly’s Remembrance. (2017). [Online].

Accessed 2025 December 29. Available from: https://ipwatchdog.com

 

               ทั้งนี้ อาจอนุมานได้ว่าการกระทำของฟิลลิสนั้นโจมตีกระบวนการเรียกร้องสิทธิสตรี ทำให้สิทธิและความเป็นอยู่ของสตรีอเมริกันถดถอยลงอย่างมาก หากมองอีกด้านหนึ่ง เธอเป็นตัวแทนของสตรีอีกกลุ่มที่มีความกังวลว่าความเท่าเทียมทางเพศจะทำให้คุณค่าของ “ครอบครัว” ถูกลดความสำคัญลง รวมถึงทำให้สิทธิพิเศษในฐานะสตรีหมดไป ดังนั้น การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นก็สามารถสะท้อนกลับไปสู่การทบทวนแนวคิด จุดยืนของการต่อสู้ และทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นได้ การถกเถียงและขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิและความเป็นอยู่ของสตรีและสตรีข้ามเพศควรคงอยู่ต่อไปจนกว่าพวกเธอจะสามารถเลือกทางเดินชีวิตได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ สตรีไม่ได้ต้องการมีสิทธิเหนือกว่าบุรุษ พวกเธอต้องการสิทธิที่จะ “เลือก” และใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีดังที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมีเช่นเดียวกับพวกเขา

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Johnson, A. (2022). Phyllis Schlafly. Retrieved from https://www.womenshistory.org/education-resources/biographies/phyllis-schlafly

Alice Paul Institute. (2018). History of the Equal Rights Amendment. Retrieved from https://www.equalrightsamendment.org/the-equal-rights-amendment

Kennedy, L. (2023). How Phyllis Schlafly Derailed the Equal Rights Amendment. Retrieved from https://www.history.com/news/equal-rights-amendment-failure-phyllis-schlafly

Muaddi, N. (2016). 10 quotes that define Phyllis Schlafly’s life as an anti-feminist. Retrieved from https://edition.cnn.com/2016/09/06/politics/phyllis-schlafly-quotes/index.html

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ