ถ้าจะพูดถึงอาชีพที่ผูกติดกับความบันเทิงของผู้คน เชื่อว่าทุกคนล้วนแต่พบเจอกับความท้าทายต่างๆ อยู่เสมอ ตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยี ช่องทางการสื่อสาร ไปจนถึงการหมุนเวียนเปลี่ยนผันของความนิยม
แต่แน่นอนว่าอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของสายอาชีพนี้คือช่วงเวลาที่โควิด 19 ระบาดไปทั่วโลก เมื่อผู้คนต้องอยู่กับบ้านและต้องการความบันเทิงอย่างยิ่งยวด ทุกคนโถมเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตและกลายเป็นทั้งข้อจำกัดและโอกาสใหม่ๆ ซึ่งนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์มากมายให้เราได้เห็นกัน นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ทั้งแบบที่ชัดเจน วูบวาบ และที่ค่อยๆ พัฒนา ปรับเปลี่ยนไปอย่างกลมกลืนกับความเปลี่ยนแปลง

ส้ม มารี หรือ มารี เออเจนี เลอเลย์ (Marie Eugenie Le Lay) เป็นอีกคนหนึ่งที่กระโดดเข้าหาความเปลี่ยนแปลงและสู้กับมันมาตลอด ทั้งในฐานะศิลปินนักดนตรี และยูทูบเบอร์จากช่อง Zommarie ที่ไม่ว่าจะกับความท้าทายไหนๆ เธอก็พาให้งานของตัวเองผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ไปได้ พร้อมทั้งยืนระยะกับงานทั้งสองด้านที่ทำอยู่อย่างน่าประทับใจ เราลองไปอ่านเรื่องราวของเธอตั้งแต่ช่วงโควิด รวมถึงก่อนหน้าและหลังจากนั้นกัน
หาโอกาสในวิกฤต และชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป
ในช่วงโควิดทุกคนก็ได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับชีวิต เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป ส้มเองทำสองหน้าที่ในเวลาเดียวกันมาตั้งแต่แรก ทั้งงานยูทูบและงานเพลง ส้มก็ยังคงทำต่อ และพยายามมองหาด้านดีๆ ท่ามกลางสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่รู้สึกได้อย่างหนึ่งเลยคือเรามีทางเลือกมากขึ้นในการทำงาน อย่างเช่นการเข้ามาทำงานกับค่ายเพลง (Spicydisc) ก่อนหน้านี้พอเรายึดติดอยู่กับการออกมาประชุมโดยเจอหน้ากัน บางงานที่ไม่เสร็จก็จะต้องเร่งรีบไปหมดทุกอย่าง แต่พอโควิดบังคับให้เราต้องประชุมทางซูม กลายเป็นว่ามันทลายข้อจำกัดที่เราต้องรีบบึ่งรถ ฝ่ารถติดมาเพื่อประชุม แล้วก็ได้ผลออกมาแบบเดียวกัน
ส้มเลยมองว่า ความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ทำให้คนเราได้ปรับตัวเพื่อจะอยู่รอด และกลายเป็นว่าเราได้เจอทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
แต่ถามว่าเราเจอแต่ด้านดีทั้งหมดไหมจากวิกฤตครั้งนี้ ก็ไม่หรอกค่ะ เราก็สูญเสียรายได้จากการไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต งานยูทูบเราก็เจอข้อจำกัดในด้านการถ่ายทำ เพียงแต่เราพยายามปรับตัวภายใต้ขอบเขตที่เราทำบางอย่างไม่ได้ ก็ต้องมาดูกันว่าในเวลาแบบนี้เราทำอะไรได้บ้างเพื่อจะใช้ชีวิตได้ต่อไป พยายามเอาตัวรอด และมองด้านดีของมันเพื่อที่สภาพจิตใจจะได้ไม่ย่ำแย่จนเกินไป

งานเพลงที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด
เพลง “กล่องสุ่ม” เป็นเพลงที่เกิดขึ้นมาในช่วงโควิดเลย คือก่อนหน้านั้นส้มปล่อยเพลง “หรือฉันคิดไปเอง” ซึ่งมันทำงานดีมากๆ ในช่วงโควิด ดังนั้นเราเลยคิดว่าในช่วงก่อนที่คนจะกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเดิม เราอยากจะปล่อยอีกสักเพลงหนึ่ง แล้วก็หยิบไอเดียเรื่องนี้ขึ้นมา จากที่ผ่านมาส้มก็ทำคอนเทนต์เปิดกล่องสุ่มทางยูทูบอยู่แล้ว เลยแจกจ่ายงานให้นักแต่งเพลงและคนทำเพลงได้ไปทำงานในช่วงนั้น ก็เกิดเป็นเพลงนี้ขึ้นมา
จริงๆ ไอเดียนี้เป็นสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่ปี 2019 แล้ว แต่ไม่ได้ทำสักทีเพราะไม่มีเวลาบ้าง อะไรบ้าง แต่เหมือนช่วงโควิดทำให้เรามีเวลามากขึ้น ก็เลยหยิบเอาสิ่งนี้ขึ้นมาทำซะเลย
บทบาทยูทูบเบอร์ผู้มาก่อนกาล
ส้มเพิ่งตั้งบริษัทเพื่อมาทำยูทูบอย่างจริงจังเมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าย้อนไปจุดเริ่มต้น ส้มทำสิ่งนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่บ้านเราจะมีคำว่ายูทูบเบอร์โผล่ขึ้นมาในกระแสหลัก ซึ่งส้มเริ่มทำมันแค่เพราะอยากร้องเพลง ก็เลยร้องเพลงคัฟเวอร์ลงยูทูบ ตอนนั้นส้มยังอยู่แกรมมี่แล้วยังไม่มีโปรเจกต์ร้องเพลง แต่เราอยากร้องเพลง แล้วก็ฝึกเล่นกีตาร์อยู่ด้วย ก็เลยตั้งกล่องถ่ายตัวเอง
แรกๆ ก็ทำแบบง่ายๆ ไม่ได้คิดหรือวางแผนอะไร พอนึกได้ว่าอยากร้องเพลงอะไรก็เอามาทำ เดือนหนึ่งลงทีหนึ่ง สามเดือนลงอีกทีหนึ่ง สักพักก็เริ่มมีกระแส คนเริ่มชอบ เริ่มมาขอเพลง ซึ่งเราก็สนุกที่ได้ทำ ก็เลยร้องคัฟเวอร์ลงยูทูบเป็นงานอดิเรก เรื่อยมาสักประมาณ 2-3 ปี ทำควบคู่กับการทำเพลงของตัวเองไปด้วย ช่วงนั้นส้มออกจากแกรมมี่พอดี ก็ทำอัลบั้มอินดี้ของตัวเอง แล้วจากนั้นก็ค่อยมาอยู่กับสไปซี่ดิสก์

ไปได้ดี แต่เลือกไม่ทำต่อ
ตอนนั้นการคัฟเวอร์มันไปได้ดีประมาณหนึ่งเลยนะ แต่วันหนึ่งส้มก็หักดิบ ไม่ทำมันอีกเลย เพราะเราอยากโฟกัสกับงานเพลงของตัวเองมากขึ้น แล้วอิ่มตัวพอดีกับการคัฟเวอร์เพลงคนอื่น ก็เลยเปลี่ยนมาทำไลฟ์สไตล์แทน
ช่วงแรกไม่มีคนดูเลยค่ะ เพราะคนที่เขากดซับสไครบ์ช่องเราเขาอยากฟังเราร้องเพลง แล้วอยู่มาวันหนึ่งเราไม่ร้องเพลงให้เขาฟังเลยแต่ไปทำอย่างอื่นแทน เราจะใช้ชีวิตให้เธอดู เราจะไปทำโน่น ไปทำนี่ แรกๆ มันก็ยากมากๆ แต่เราเป็นคนไม่ยอมแพ้ คนยังไม่ดูก็ไม่เป็นไร เราทำอีก ทำไปเรื่อยๆ จนมันค่อยๆ เริ่มมีแฟนๆ ที่ชอบและอินในสิ่งที่เราทำ
ปีที่แล้วโชคดีที่ส้มเริ่มทำคลิปกล่องสุ่ม นั่นก็คือการซื้อของมือสองหรืออื่นๆ แบบที่เขารวมมาขายเป็นกล่องๆ ซึ่งเราต้องสุ่มซื้อมาแล้วค่อยมาลุ้นว่าข้างในจะมีอะไรบ้าง แล้วคอนเทนต์นี้มามากๆ ในปีที่แล้ว เลยเป็นอีกจุดเปลี่ยนของช่องที่ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขยายฐานคนดูให้กว้างขึ้น ก่อนหน้านี้คนดูจะเป็นวัยใกล้ๆ ส้มก็คือ 25-30 ปี แต่พอเราทำคลิปกล่องสุ่ม พบว่าคนดูมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนถึงวัยผู้ใหญ่ บางคนแก่กว่าแม่เราก็มี
การคิดคอนเทนต์จากเรื่องรอบตัว
ทุกอย่างในช่องของส้มก็มีที่มาจากชีวิตส้มนี่แหละค่ะ ว่าเราอยากทำอะไรหรืออินอะไร เพราะถ้าเราทำสิ่งที่เราไม่ได้อินจริงๆ คนดูเขาก็จะรู้อยู่แล้วว่าเราฝืน
ตอนนี้รายการเด่นๆ ในช่องส้มจะมีสองรายการคือ “กล่องสุ่ม” เพราะเราชอบลุ้น ชอบจับฉลาก จับกาชา อีกรายการหนึ่งคือรายการ “ครัวอิชั้น” ซึ่งเป็นรายการทำอาหารของคนทำอาหารไม่เป็น ส้มก็จะมาลองทำให้คนดู มันก็จะมีความเละเทะ เพราะเราทำไม่เป็นจริงๆ แต่เราสนุกที่จะได้อยู่ในห้องครัว แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะยังไม่ได้ดีมาก แต่เชื่อว่าคนดูก็คงสนุกไปกับเราค่ะ
นอกจากนั้นก็จะมีพาไปกินบ้าง เล่นตามกระแสบ้าง หรืออย่างส้มเองชอบน้องๆ BNK48 มากๆ เราก็อยากแชร์ประสบการณ์ เช่นการไปงานจับมือครั้งแรกอะไรอย่างนี้ แล้วเราเป็น Blink ด้วย ตอนไปดูคอนเสิร์ต Blackpink ครั้งแรกเราก็เอามาแชร์ มันคือการแบ่งปันสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเองออกไปให้คนอื่นรับรู้ร่วมกันน่ะค่ะ เหมือนได้ร่วมใช้ชีวิตไปด้วยกัน

คอนเทนต์ใหม่ภายใต้ข้อจำกัด
พอโควิดมาถึง เรามีข้อจำกัดในการทำงาน ออกไปข้างนอกไม่ได้ ไปเที่ยวยิ่งไม่ได้ เลยพยายามคิดคอนเทนต์ที่อยู่แต่ในบ้าน ก็พยายามคิดกันอย่างหนักกับทีมงานว่าเราจะทำอะไรกันดีให้เป็นสิ่งใหม่ๆ ในช่วงนี้
จึงเกิดเป็นคอนเทนต์ใหม่นั่นคือ “ลอกการบ้าน” คือการที่ช่องอื่นเขาทำอะไรกัน เราก็ลองจับฉลากดูแล้วเราก็ทำคอนเทนต์แบบเขาแต่เป็นในแบบของเรา เช่น จับฉลากได้เมอา (MayyR) ซึ่งเป็นสายบิวตี้และไลฟ์สไตล์ เราก็ลองแต่งหน้าให้ดู ซึ่งก็จะไม่เหมือนสไตล์ที่เมอาทำ อีกครั้งหนึ่งก็จับได้น้องฟ้า ษริกา (Fah sarika) น้องฟ้าจะเป็นสายบิวตี้และแฟชั่น เราก็เลยลองทำคอนเทนต์แฟชั่น นั่นก็คือลองแต่ง 5 ลุค 5 สไตล์ ผลตอบรับก็ดีมากๆ ค่ะ คนดูเองก็จะได้ดูคอนเทนต์รสชาติใหม่ๆ จากเราด้วย
แล้วมีอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการดูสถิติทางหลังบ้าน ก็คือบางคลิปที่เราปล่อยเมื่อนานมากแล้วที่มันไม่มีคนดู แต่ในช่วงโควิดกลับพุ่งขึ้นมามาก นั่นก็คือคลิปท่องเที่ยว นั่นทำให้เรารู้เลยว่าคนคิดถึงการท่องเที่ยวมากๆ พอผ่านช่วงล็อกดาวน์ไปเราก็เลยหันมาทำคลิปท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะเที่ยวในไทย เช่นไปพัทยา ไปถ่ายรูปเล่น ทางหนึ่งก็ชวนให้คนออกไปเที่ยวกันมากขึ้นด้วย ค่อยๆ ฟื้นฟูกันไปค่ะ
collaboration การจับมือไปด้วยกันของยูทูบเบอร์
ในช่วงโควิด เราเห็นความลำบากและการพยายามดิ้นรนของทุกคนจริงๆ ซึ่งอย่างหนึ่งที่ส้มชอบมากคือการพยายาม collab ที่ไม่ collab คือยูทูบเบอร์เราจะเชื่อในการมาจอยกันของแต่ละช่อง เพื่อแชร์กลุ่มคนดูกัน ช่วงโควิดเราได้เห็นไอเดียของยูทูบเบอร์ท่านต่างๆ ผ่านทางวิดีโอคอล เช่น พี่บี้เดอะสกา (Bie The Ska) ที่เขาจะให้ยูทูบเบอร์คนอื่นสั่งให้ทำอะไรก็ได้สามอย่างทางวิดีโอคอล และเขาก็พยายามทำภารกิจนั้นให้ได้ ซึ่งก็สนุกดีนะกับการเห็นอะไรแบบนี้
ถือว่านี่เป็นวิธีการใหม่ๆ ของยูทูบเบอร์ค่ะ ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่ายูทูบเบอร์จะเป็นคู่แข่งกัน แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เพราะคนคนเดียวไม่จำเป็นต้องซับสไครบ์ช่องแค่ช่องเดียว เราเหมือนจับมือไปด้วยกันมากกว่า
คนเราเป็น “เป็ดที่ดี” ได้
การที่ส้มทั้งทำเพลงและทำช่องยูทูบก็จะมีหลายคนที่มาบอกว่าอยากให้เราชัดแค่ด้านใดด้านเดียว ตอนนี้ภาพยูทูบเบอร์มันใหญ่กว่าภาพนักร้องของเธอแล้วนะ แต่ส้มคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องมีแค่ชื่อเดียวหรือทำแค่หน้าที่เดียว ทุกคนสามารถทำหลายๆ อย่างให้มันดีเหมือนๆ กันได้ เราสามารถเป็นเป็ดที่ดีได้
เมื่อก่อนส้มเคยหนีนะ ไม่ชอบให้คนเรียกเราว่าเน็ตไอดอล หรือยูทูบเบอร์ เราอยากเป็นศิลปิน เคยหนีแบบจริงจัง คือเราทำเพลงมาก่อนยูทูบอีกนะ ทำไมคนมองเราแค่ด้านนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วก็แค่รู้สึกว่า ถ้าเขาจะรู้จักเราในฐานะใดๆ ก็ตามแต่ นั่นก็คือเขารู้จักเราไง ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม มันก็คือเราทั้งหมดนี่นา เราจะหนีจากมันไปทำไมในเมื่อเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ จากนั้นก็ปลดล็อกเลย
ดังนั้นถ้าใครอยากจะร้องเพลงด้วย ทำยูทูบด้วย ทำอาหารด้วย ทำเสื้อผ้าขายด้วย หรืออะไรใดๆ ส้มว่าการทำเลยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ หลายคนบอกว่าอยากทำมากเลย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ส้มก็จะบอกว่าเริ่มจากสมัครก่อน แล้วอยากทำอะไรก็ทำเลย วันหนึ่งเราจะรู้ได้เองว่าที่ทำอยู่มันถูกทางหรือผิดทาง แล้วควรจะต้องปรับยังไง คือแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับใครเลย แต่ที่สำคัญต้องเริ่มให้ได้ก่อนค่ะ

Tiktok กับการมาอย่างถล่มทลายของเพลง “หรือฉันคิดไปเอง”
ส้มพบว่าช่องทางออนไลน์มีส่วนสนับสนุนงานเพลงมากๆ ซึ่งเห็นได้ชัดจากเพลง “หรือฉันคิดไปเอง” ที่ก่อนหน้านั้นเราก็โปรโมตตามปกติ คนก็ยังไม่ค่อยได้มาฟัง จนกระทั่งที่ติ๊กต่อกเริ่มมามากๆ ในช่วงโควิด ส้มก็ลองเอาคลิปร้องสดไปลงในติ๊กต่อก คลิปนั้นคลิปเดียวทำให้เพลงมาเลย ยอดวิวพุ่งมาก เห็นได้ชัดเลยว่าโซเชียลมีเดียช่วยให้เพลงเราไปสู่วงกว้างได้มากขึ้น ถ้ามันถูกที่ถูกเวลา จากที่โปรโมตในไอจีเราก็จะเจอคนกลุ่มหนึ่ง พอไปในติ๊กต่อกก็ได้เจอกลุ่มคนที่กว้างขึ้นอีก
ตอนนี้ส้มก็ค่อนข้างจะยกให้ติ๊กต่อกเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มหลักในการโปรโมตเพลงเลยค่ะ อย่างเพลงถัดไปที่กำลังจะปล่อยก็จะมีการชวนทำชาเลนจ์ในติ๊กต่อกด้วย ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเราได้
เพลงสากลเพลงแรกในชีวิต “Bubble”
เพลงล่าสุดที่ส้มปล่อยออกมาก็คือเพลง Bubble ค่ะ เป็นเพลงสากลเพลงแรกในชีวิตเลย ถือว่าเป็นก้าวสำคัญมากๆ ของเรา เพลงนี้ส้มได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ฝรั่งอย่างริชาร์ด เครเกอร์ (Richard Craker) แล้วก็สตีฟ โจนส์ (Steve Jones) ที่เป็นคู่หูของเขา เราก็แต่งเพลงร่วมกันทั้งสามคนค่ะ
เพลงก็จะพูดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เราได้มีความสุขอยู่ในบับเบิ้ลหนึ่งกับใครสักคนที่เราชอบ และอยากให้โมเมนต์นี้อยู่ไปนานๆ ใช้ช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน ไม่อยากให้ความสุขนี้หายไป คือเราอยากเริ่มชิมลางเพลงสากลในด้านสดใสๆ น่ารักๆ ก่อนค่ะ จริงๆ ชอบเพลงฝรั่งที่บางทีก็เป็นเรื่องบนเตียงเลยนะ แต่ภาษาเขาสวยมาก ไม่ได้พูดโต้งๆ แต่เซ็กซี่กำลังดี แต่สำหรับเรารู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ประมาณนี้กำลังน่ารัก ต่อมาก็ค่อยๆ โตขึ้นก็ยังได้
ส้มว่าคนเราค่อยๆ พัฒนาไป หรือเปลี่ยนไปได้ทุกวัน เราค้นหาตัวเองและเจอสิ่งใหม่ๆ ไปได้เรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะเจออะไรในวันหน้าก็ตาม งานยูทูบก็เช่นกัน วันหนึ่งมันอาจถึงจุดอิ่มตัว หรือเราอาจจะเจอแพลตฟอร์มอื่นๆ ให้ลองไปลุย ส้มก็พร้อมจะเปิดโอกาสให้ตัวเองอยู่ตลอดค่ะ