The Lost Cities Series: นิทรรศการที่ชวนคุณสำรวจการออกแบบอย่างยั่งยืน

Muse Around The World

08 ธ.ค. 66
2K

สิงคโปร์

In focus
- “The Lost Cities Series: Kampong Port Cities of Pre-Colonial Era” ในงานเทศกาลสิงคโปร์ไนต์ 2023 นำเสนอความรุ่มรวยของมรดกวัฒนธรรมในมะละกาและเทมาเซ็ก เมืองประวัติศาสตร์บนเส้นทางการค้าขายทางทะเล
- นิทรรศการโดยกลุ่มดิโอวัลพาร์ตเนอร์ชิปกล่าวถึงหลักสำคัญในการออกแบบเมืองบนรากฐานจิตวิญญาณหมู่บ้านหรือกัมปงในภาษามาเลย์ เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และเปรียบเทียบแนวปฏิบัติดั้งเดิมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
- สำหรับการออกแบบนิทรรศการ นับเป็นตัวอย่างรูปธรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น วัสดุใช้ซ้ำ และความร่วมมือกับบริษัทและองค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่
- “The Lost Cities Series” อาจเป็นแรงบันดาลใจในการพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างพื้นที่เมืองในวันข้างหน้ากับความดั้งเดิม เพื่อส่งเสริมเมืองน่าอยู่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
In content
นิทรรศการเรื่อง "The Lost Cities Series: Kampong Port Cities of Pre-Colonial Era" ในสิงคโปร์ ในงานเทศกาลสิงคโปร์ไนต์ 2023 ไม่เพียงบอกเล่าภูมิปัญญาดั้งเดิมของเมืองท่ากัมปงแบบดั้งเดิม ที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของมะละกาและเทมาเซ็กหรือชื่อเดิมของสิงคโปร์ แต่ชวนผู้ชมพินิจความเป็นไปได้ในการออกแบบอย่างยั่งยืนบนฐานทุนวัฒนธรรม
กลุ่มดิโอวัลพาร์เนอร์ชิป (The Oval Partnership) ซึ่งเป็นกลุ่มนักออกแบบและสถาปนิกที่ทำงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับพันธมิตร ปลุกจิตวิญญาณเมืองท่ากัมปง ที่สร้างขึ้นตามหลักการออกแบบในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล และเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของวัสดุจากกระบวนการผลิตที่สะสมคาร์บอนในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

นิทรรศการ: ภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการออกแบบร่วมสมัย
- อดีต (โซน 1): การฟื้นฟูมรดกกัมปง ในส่วนนิทรรศการ “กัมปงกัวลากันติก” ผู้ชมย้อนกลับไปในยุคก่อนอาณานิคมเพื่อรู้จักกับที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านดั้งเดิม ได้เข้าใจถึงการปรับตัวและการใช้ทรัพยากรของชุมชนเมื่อครั้งอดีตที่เคยเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ นอกจากนี้ กล่าวถึงความสำคัญของเมืองท่าต่าง ๆ ที่เป็นจุดเชื่อมโยงโลกเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเส้นทางการค้าและแหล่งทรัพยากรที่มีอย่างมากมาย นิทรรศการฉายให้ภาพวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นอย่างมีชีวิตชีวา
- ปัจจุบัน (โซน 2): จิตวิญญาณกัมปงในเมืองร่วมสมัย จากนั้น “กัมปงทุกวันนี้” กล่าวถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่คงหลงเหลืออยู่ในสิงคโปร์บนเกาะอูบิน (Pulau Ubin) กัมปงตรอกบวงก๊ก (Kampong Lorong Buangkok) หมู่บ้านทั้งสองเป็นตัวอย่างในการกล่าวถึงหลักการสำคัญของการดำเนินชีวิตในกัมปง การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเชื่อมโยงของชีวิตหมู่บ้านกับธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ชมพินิจถึงชีวิตในปัจจุบัน นอกจากนี้ นิทรรศการชี้ชวนให้ผู้ชมทำความเข้าใจในองค์ประกอบต่าง ๆ ของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่ภายใน วัสดุหรือเทคนิคในการก่อสร้าง ล้วนสะท้อนความผูกพันของชุมชนและการเชื่อมโยงกับธรรมชาติแวดล้อม ไฮไลต์ของการถ่ายทอดเนื้อหา คือรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สะท้อนความผูกพันทางสังคมและวัฒนธรรมไว้ในกายภาพของโครงสร้างอย่างลงตัว
- อนาคต (โซน 3): การประยุกต์หลักการกัมปงในเมืองสมัยใหม่ ในส่วนนิทรรศการ “การตีความด้วยศิลปะ” อาศัยการผสามผสานศิลปะกับบทกวีในการเชิดชูคุณค่ากัมปงในบริบทเมือง โดยใช้การประสานโครงสร้างสถาปัตยกรรมเชิงกายภาพกับองค์ประกอบที่เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นับเป็นการมอบมุมมองใหม่ที่สะท้อนความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูคุณค่าดั้งเดิมที่สอดรับกับชีวิตเมืองสมัยใหม่ อีกส่วนหนึ่ง “การประยุกต์อย่างเป็นรูปธรรม” กล่าวถึงอาคาร เอสดีอี4 ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ เป็นตัวอย่างสำคัญที่อาศัยการออกแบบจากแรงบันดาลใจของจิตวิญญาณกัมปงกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย อาคารนี้มีองค์ประกอบที่สะท้อนความยั่งยืนในหลายลักษณะ เช่น การออกแบบการไหลเวียนของอากาศและการเก็บน้ำฝนเพื่อใช้งานในอาคาร ตัวอย่างดังกล่าวแสดงถึงการประยุกต์ใช้หลักการของหมู่บ้านดั้งเดิมในงานก่อสร้างร่วมสมัย นับเป็นการเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมร่วมสมัย

การสร้างสรรค์นิทรรศการบนพื้นฐานความยั่งยืน
ด้วยความมุ่งหวังให้การทำงานทุกขั้นตอนอยู่บนหลักการความยั่งยืน กลุ่มดิโอวัลพาร์เนอร์ชิปออกแบบนิทรรศการที่ก่อคาร์บอนให้น้อยที่สุด จึงเน้นแหล่งทรัพยากรในท้องถิ่นและวัสดุที่ใช้ซ้ำ โดยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัย บริษัทขนาดกลางและเล็ก และองค์กรไม่แสวงหากำไรในสิงคโปร์ ที่การสรรหาวัสดุและสร้างชิ้นงานเพื่อนิทรรศการนี้
แนวทางสำคัญในการออกแบบนิทรรศการ
- วัสดุใช้ซ้ำ: การเลือกใช้ไม้ที่ร่วงจากต้น นั่งร้านที่ถอดประกอบได้ และแท่นไม้จากวัสดุเหลือที่แปรสภาพ เป็นองค์ประกอบในส่วนต่าง ๆ ของนิทรรศการ เพื่อเป็นการลดขยะและเพิ่มคุณค่าของนิทรรศการดัวยวัตถุดิบและวัสดุดั้งเดิม
- ความร่วมมือกับโครงการท้องถิ่น: ด้วยการร่วมงานกับโรเจอร์แอนด์ซํนส์ (Roger&Sons) ในการจัดหาไม้ในท้องถิ่น วัสดุในการก่อสร้างนิทรรศการจึงมาจากการปรับใช้ไม้เหลือใช้หรือที่ร่วงหล่นจากต้น ทดแทนการใช้วัสดใหม่ที่จะกลายเป็นขยะในอนาคต
- สาระสำคัญในการสื่อสารเศรษฐกิจหมุนเวียน: การใช้วัสดุเช่นนี้สะท้อนบทบาทของไม้ที่วิวัฒนาการตามยุคสมัย ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 14 เคยถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการขยายเมือง แต่ในเวลานี้มีบทบาทอย่างยิ่งยวดในการส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน

บทเรียนเพื่อการพัฒนาเมือง
นิทรรศการชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับจิตวิญญาณของกัมปง ที่เป็นมากกว่าความเข้าใจในโครงสร้างทางกายภาพ แต่หมายถึงสิ่งที่กำกับการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมในการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรม ฉะนั้น การประยุกต์ใช้หลักการข้างต้นในการวางผังเมืองจึงควรนำหลักในการสร้างเสริมชุมชนที่เข้มแข็งและบทบาทในการดูแลสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการเผชิญกับความท้าทายในปัจจุบันอย่างเหมาะสม
นิทรรศการ "The Lost Cities Series" เป็นมากกว่านิทรรศการที่บอกเล่าอดีต แต่ชวนให้คนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยการสร้างแรงบันดาลใจในวิถีหมู่บ้านดั้งเดิมและการประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์นิทรรศการบนหลักการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้สะท้อนโอกาสในการสร้างเมืองที่ยึดโยงกับอนาคต ด้วยมรดกภูมิปัญญาของบรรพชน เพื่อสร้างพื้นที่เมืองที่น่าอยู่และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
แหล่งข้อมูล
เนื้อหาในบทความนี้มาจากข้อมูลหลัก ๆ ในบทความและแหล่งข้อมูลออนไลน์ ดังนี้
"Kampong Port Cities of the Pre-Colonial Era Exhibition" ในเว็บไซต์ The Oval Partnership แหล่งข้อมูลนี้ให้รายละเอียเกี่ยวกับนิทรรศการ หัวข้อต่าง ๆ ที่นำเสนอประวัติศาสตร์เมืองท่า การออกแบบนิทรรศฏาร และความร่วมมือกับพันธมิตรในการทำงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน
"New exhibition on old kampungs offers inspiration for modern architects" โดย Chantal Sajan ในเว็บไซต์ The Straits Times บทความกล่าวถึงรายละเอียดของนิทรรศการ "The Lost Cities Series: Kampong Port Cities Of Pre-Colonial Era" โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการออกแบบสถาปัตยกรรมและเมือง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณกัมปง และนำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
อ้างอิงภาพถ่าย
ภาพปก แบบจำลองเรือนที่สร้างโดยศิลปิน Wilfred Cheah, ©AZMI ATHNI ภาพจาก https://static1.straitstimes.com.sg/s3fs-public/styles/large30x20/public/articles/2023/08/22/2023081660440717azmi-cskampung18-15.jpg?itok=j_1OSzXl