Museum Core
ใครวาดเส้นรุ้งที่ขอบฟ้า National Maritime Museum - UK
Museum Core
25 ม.ค. 65 1K
ประเทศอังกฤษ

ผู้เขียน : STAROORT

          รุ้งตะแคงแวงตั้ง คำที่เราๆ มักจะท่องกันก่อนสอบในสมัยมัธยมเพื่อที่จะเข้าใจความหมายของมัน ในที่นี้ทั้งสองเส้นจะหมายถึง เส้นที่ใช้บอกตำแหน่งจากทิศเหนือจรดใต้ และตะวันออกไปตะวันตก ซึ่งมีส่วนสำคัญมากสำหรับนักเดินทาง แต่ในยุคที่เรามีดิจิทัลติดมือเหมือนในปัจจุบัน อาจจะมองว่าในสมัยนี้เรายังต้องท่องคำเหล่านี้อีกหรือในเมื่อเรามีสิ่งที่เรียกว่าจีพีเอส (GPS) มาทดแทนแล้ว

 

           บทความฉบับนี้จะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์ หอดูดาว สำนักราชบัณฑิตของอังกฤษที่ยังเก็บรักษาห้องทำงานของราชบัณฑิตคนแรกที่ทำงานให้กับราชสำนักอังกฤษยาวนานถึง 42 ปี รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยราชนาวีแห่งแรกอีกด้วย ที่ๆ ว่านี้อยู่ห่างจากใจกลางลอนดอนไปทางตะวันออก หรือหากเดินทางๆ น้ำ ล่องแม่น้ำเธมส์ (Thames) ไปเรื่อยๆ ทางตะวันออก คุณจะเห็นอาคารสีขาวตั้งอยู่บนเนินหญ้าทางด้านขวามือ และหากมีกล้องส่องทางไกลส่องออกไปบนหลังคาของอาคารบนยอดตึกแล้วละก็ จะพบกับลูกตุ้มสีแดงอยู่บนหลังคา สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า National Maritime Museum หรือพิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติ ในบทความนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า “มารีนไทม์มิวเซียม” แล้วกัน

 

 

ภาพที่ 1 ทางเข้าด้านหน้าของมารีนไทม์มิวเซียม

 

          การเดินทางไปที่มารีนไทม์มิวเซียมแห่งนี้ หากตั้งต้นจากใจกลางลอนดอน (Tower of London) จะต้องนั่งรถใต้ดิน (Underground) ไปลงที่สถานีคัตตี้ ซาร์ค (Cutty Sark) แล้วเดินเท้าไปอีกเล็กน้อยเรียกเหงื่อให้พอซึมๆ ซึ่งมีป้ายบอกทางไปโดยตลอด หรือหากสังเกตง่ายๆ คือ เดินมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า กรีนนิช พาร์ค (Greenwich Park) ซึ่งสวนแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาติ (Royal Observatory) พิพิธภัณฑ์ทางทะเล (Maritime museum) และ มหาวิทยาลัยกรีนนิชนั่นเอง

 

ภาพที่ 2 กรีนนิช พาร์ค สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มองเห็นพิพิธภัณฑ์ที่มีลูกตุ้มสีแดงเป็นจุดสังเกต

 

         สวนแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นเนิน และ Maritime museum นั้นจะตั้งอยู่บนเนินเขา หากเดินขึ้นไปถึงยอดเนินแล้วมองลงมา จะเห็นวิวของแม่น้ำเธมส์และวิวเมืองของกรุงลอนดอนที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีความแตกต่างกับฝั่งกรีนนิช (Greenwich) อย่างสิ้นเชิง ที่มารีนไทม์มิวเซียมแห่งนี้นอกจากจะเป็นที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือของอังกฤษแล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ๆ เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งเวลาโลกอีกด้วย

 

          เมื่อคุณเดินลัดเลาะไปตามทางเดิน บนเนินหญ้าสีเขียวไปเรื่อยๆ ตรงสุดทางเดินทางด้านขวามือคุณจะพบกับอาคารสีแดง หน้าต่างสีขาว และบนหอสูงสุดของตัวอาคารด้านหนึ่งจะปรากฏลูกตุ้มเหล็กสีแดงลูกใหญ่ตั้งอยู่ ลูกตุ้มสีแดงอันนี้ มีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักเดินเรือในสมัยก่อนมาก ก่อนที่โลกของเรานี้จะรู้จักกับคำว่า เวลา (Time) เสียอีก เพราะในสมัยก่อนที่โลกเราจะมีนาฬิกาเพื่อไว้ใช้บอกเวลานั้น มนุษย์มักจะพึ่งพาการดูเวลาจากพระอาทิตย์ ซึ่งไม่ค่อยมีความเที่ยงตรงมากนัก หากต้องการความเที่ยงตรงมากขึ้นก็อาศัยเครื่องมืออย่างนาฬิกาแดด (Sundial) ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมายสำหรับคนที่อยู่บนพื้นดิน หรือเดินทางบนพื้นดิน ความเสียหายอย่างมากก็แค่ “ไปสาย” แต่สำหรับคนเดินทะเล หรือนักเดินเรือแล้วนั้น การบอกเวลากลับกลายเป็นส่วนสำคัญทั้งกับชีวิตและทรัพย์สินของพวกเค้าอย่างมหาศาล เพราะเพียงแค่พวกนักเดินเรือไม่สามารถรู้หรือระบุตำแหน่งของเรือตอนเดินทางบนทะเลได้ นั่นก็หมายความว่านักเดินเรือเหล่านั้นอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาบ้านเกิดได้อีกเลย ดั่งเช่นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่ถึงแม้ว่าอังกฤษที่มีชื่อเสียงในการเดินเรือเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ทหารเรือในสมัยก่อนก็ยังคงประสบกับปัญหาที่ “ไม่รู้ตำแหน่งเรือ” ตัวเอง ว่าออกเดินทางห่างจากชายฝั่งเป็นระยะทางเท่าไหร่ และนานเท่าไหร่แล้วนั้นเอง

 

ภาพที่ 3 นาฬิกาแดด ทำให้มนุษย์รู้จักกับ “เวลา”

 

          ดังนั้นพระเจ้าชาล์สที่ 2 (Charles II of England) จึงได้สร้างหอสังเกตการณ์แห่งนี้ขึ้นมา พร้อมกับให้เงินรางวัลสำหรับคนที่สามารถคิดค้นวิธีการหาตำแหน่งของตัวเองในทะเลได้ แน่นอนว่าสำหรับในเรื่องการบอกเวลานี้ มนุษย์อาศัยการบอกเวลาจากวิถีของดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้า ทั้งในเวลามืดหรือสว่าง เพราะฉะนั้นที่มารีนไทม์มิวเซียมแห่งนี้ นอกจากจะมีเครื่องมือสำหรับการเดินเรือแล้ว ยังมีอุปกรณ์ต่างๆ หรือเครื่องมือต่างๆ ที่คนในสมัยก่อนไว้ใช้ในการคำนวณเวลาอีกด้วย รวมถึงลูกตุ้มแดงที่อยู่บนตัวอาคารหอดูดาวหลวง (Royal Observatory) โดยบริเวณหอดูดาวแห่งนี้ ประกอบไปด้วยอาคารหลักที่เป็นห้อง 8 เหลี่ยม (Octagon Room) และภายในห้องจะเป็นที่ตั้งของห้องดูดาว รวมไปถึงเครื่องมือในการคำนวณวิถีของดวงดาว เพื่อนำมาประกอบการคำนวณในการบอกเวลาให้กับเหล่านักเดินเรือ ผ่านลูกตุ้มสีแดง

 

ภาพที่ 4 ลูกตุ้มสีแดง สัญลักษณ์สำคัญสำหรับเหล่านักเดินเรือ

 

 

ภาพที่ 5 เครื่องมือในการคำนวณวิถีของดวงดาว

 

          ในอดีตนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1833 ลูกตุ้มสีแดงจะถูกยกขึ้นไปครึ่งเสา ณ.เวลา 12.55 น. โดยประมาณ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้กับเหล่านักเดินเรือ ที่จอดเรือรอการเดินทางออกสู่ทะเลที่ท่าเรือด้านหน้าของกรีนนิช และเมื่อถึงเวลา 13.00 น.ตรง ลูกตุ้มสีแดงก็จะตกลง เพื่อเป็นการบอกเวลาให้เหล่ากัปตันเรือถอนสมอ และเริ่มเดินทางออกจากท่าได้ เพื่อเป็นมาตรฐานให้พวกเค้าสามารถใช้เป็นเวลาอ้างอิงและคำนวณตำแหน่งของตัวเองขณะเดินทางอยู่ในท้องทะเล


          ส่วนในปัจจุบันนั้นที่ตำแหน่งอาคารแห่งนี้ ถูกจัดตั้งให้เป็นเส้นบอกเวลาหลักของโลกหรือที่เราเรียกว่า Prime Meridian (GMT 00) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการบอกเวลาทั่วโลก (Time Zone) อย่างเช่นกรุงเทพฯ จะมีเวลาที่เร็วกว่าที่ GMT, Greenwich Mean Time ประมาณ +7 ชม. ในฤดูหนาว หรือ +6 ในฤดูร้อนของอังกฤษ

 

 

ภาพที่ 6 เส้นบอกเวลาหลักของโลกที่แบ่งออกเป็น 2 ซีก ตะวันออกกับตะวันตก

 

          นอกเหนือไปจากความสำคัญในการบอกเวลาทั้งในอดีตและปัจจุบันของหอดูดาวแห่งชาติ และมารีนไทม์มิวเซียมแห่งนี้แล้ว ในพิพิธภัณฑ์เองยังจัดแสดงอุปกรณ์หรือวิธี การคำนวณวิถีที่เกี่ยวข้องระหว่างโลกกับดวงดาวต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเก็บเวลา (Time Keeper) หรือต้นกำเนิดของคำว่า น็อต (Knot) ซึ่งเป็นหน่วยที่ยังคงใช้อยู่ในถึงปัจจุบันนี้ หรือเรือเดินทะเลในศตวรรษก่อนๆ ที่ใช้ในการทางค้า ทางทหาร หรือแม้กระทั่งเรือของโจรสลัดในสมัยก่อนอีกด้วย นอกเหนือไปจากการสำรวจทางด้านทะเลที่มีการแข่งขันกันในศตวรรษก่อนๆ แล้ว มารีนไทม์มิวเซียมยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมความรู้ทางด้านดวงดาวที่ดีแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย เรียกได้ว่าความรู้ที่ใช้มานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จวบจนมาถึงปัจจุบันนี้ ยังคงมีความขลังมายาวนานถึง 4 ศตวรรษเลยทีเดียว


          หรือถ้าหากเต็มอิ่มกับความรู้ที่อยู่บนเนินเขาสีเขียวแล้ว ขาเดินกลับลงมา ลองเผื่อเวลาสำหรับการนั่งพักบนผืนหญ้าสุดลูกหูลูกตา มองไปเบื้องหน้าเป็นแม่น้ำเธมส์ก็นับว่าเป็นทริปการพักผ่อนที่ได้ทั้งความรู้ เป็นทั้งอาหารสมองและอาหารตาที่ดีในวันหยุดพักผ่อนแบบง่ายๆ สไตล์ลอนดอน ก็เก๋ไม่เบาเลย

 

STAROORT

 

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ