แม้อุณหภูมิในฤดูร้อนของญี่ปุ่น (เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) จะทำให้การเที่ยวเล่นค่อนไปทางเหนียวตัว เนื่องจากความชื้นอบอ้าวในบรรยากาศเหมือนอยู่ในเตาอบ แต่เทศกาลและงานศิลปะในฤดูนี้ที่พากันจัดอย่างครื้นเครงเร้าใจจำนวนมากมายช่วยให้ผู้เขียนสนุกสนานและมองข้ามคลื่นความร้อนแผ่ไพศาลเหล่านี้ไปได้ โดยหนึ่งในนิทรรศการศิลปะฤดูร้อนที่ใครๆ ต่างตั้งตาตารอคอยคงไม่พ้น “เอโดะ เอโดะ นิฮงบาชิ อาร์ต อควาเรียม มิวเซียม” หรืองานแสดงศิลปะที่นำปลาทองและปลาอื่นๆ หลายชนิดนับหมื่นตัวมาจัดแสดงในตู้กระจกหลากรูปแบบพร้อมแสง สี เสียง สุดอลังการ!
ผู้เขียนนั้นเฝ้าติดตามรูปภาพน่าทึ่งของงานนี้มานับปี จนสบโอกาสในฤดูร้อนของปีพ.ศ. 2561 ได้เดินทางไปจ้องตากับปลาทองที่แหวกว่ายร่ายระบำที่นิฮงบาชิจนได้ โชคดีที่ไม่ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า ไม่ต้องรอคิวนาน บริเวณจัดงานไม่ได้กว้างขวางมากแต่ผู้คนคับคั่งในทุกตารางเมตร และปลาทองก็ยึดพื้นที่ในโลกเหนือจินตนาการของเราไปในทันทีที่พบกัน

ภาพที่ 1 : เงยหน้ามองเพดาน จะเห็นปลาทองแหวกว่ายเหนือศีรษะ
เทศกาลศิลปะปลาทองนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน เริ่มเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปีพ.ศ. 2550 โดยช่วงแรกเป็นการจัดแสดงชั่วคราวตามเมืองต่างๆ ในช่วงฤดูร้อน จากนั้นค่อยขยายไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสถานที่ที่สื่อถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั่วญี่ปุ่น อาทิ ปราสาทนิโจ จังหวัดเกียวโต พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 จังหวัดคานาซาวะ โดยมีย่านกินซ่าเป็นฐานหลัก และเขยิบไปจัดแสดงในต่างประเทศ เช่น มิลาน ประเทศอิตาลี ในปีพ.ศ. 2558 และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในปีพ.ศ. 2561 กระทั่งมีผู้เข้าชมทะลุ 100 ล้านคนในปีพ.ศ. 2562
คงมีคำถามว่าทำไมเป็นปลาทอง? ทำไมไม่ใช้ปลาชนิดอื่น? คำอธิบายคือญี่ปุ่นนำเข้าปลาทองจากประเทศจีนเมื่อ ปี พ.ศ. 2045 ซึ่งอยู่ในยุคมุโระมะจิ (ปี พ.ศ. 1879 - 2116) ซามูไรและพ่อค้าที่ร่ำรวยเริ่มเลี้ยงปลาทองในสระน้ำบริเวณบ้านเพื่อเป็นของประดับตกแต่ง หลังจากนั้นผู้คนทั่วไปก็เริ่มนิยมเลี้ยงปลาทองอย่างแพร่หลายตามมา สังเกตความชื่นชอบของผู้คนยุคนั้นได้จากภาพศิลปะยูกิโยะ ลายผ้ากิโมโนและเครื่องเรือนต่างๆ

ภาพที่ 2 : ปลาทองสีสวยในตู้แก้วทรงกลม ไฟที่สาดส่องลงมาดูนุ่มนวลชวนมอง
ความนิยมนี้สืบต่อมาถึงยุคเอโดะ (ปี พ.ศ. 2146-2411) ชาวญี่ปุ่นมีประเพณีชมปลาทองในฤดูร้อน โดยเชื่อกันว่าการดับร้อนไม่เพียงเกิดจากลมเย็นที่สัมผัสผิวกาย แต่การชมปลาทองแหวกว่าย หรือฟังเสียงกระดิ่งลมแกว่งไกว ล้วนเป็นการดับร้อนจากประสาทสัมผัสทางตาและหูผ่านไปจนถึงจิตใจ ชาวญี่ปุ่นจึงยกให้ “ปลาทอง” เป็นสัญลักษณ์การมาถึงของฤดูร้อนนั่นเอง
มาถึงยุคปัจจุบันจึงวิวัฒนาการการชมปลาทองไปอีกขั้น ด้วยการนำปลาทองและปลาอื่นๆ ตามประเพณีและวัฒนธรรมแต่โบราณ มาจัดแสดงเคลื่อนไหวแหวกว่ายในกระจกแก้วหลากหลายรูปแบบ ผสมผสานแสงไฟ ภาพดิจิทัล เสียงดนตรีเก่าแก่อย่างซามิเซ็ง กลิ่นหอมบางเบาแสนสงบใจ ให้เราดื่มด่ำปลาทองแสนสวยที่ยังคงเริงร่าอย่างสง่างาม ในโลกของพื้นที่งดงามมหัศจรรย์ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงความไม่มีที่สิ้นสุด รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปขณะเราเพลิดเพลินกับความเปล่งประกายรอบตัวด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ล้วนลวงตาให้เราลืมเลือนเรื่องเร่งรีบว้าวุ่นในชีวิตประจำวัน ปล่อยใจไปกับสีสันสดใสกระเพื่อมไหวในโลกที่คล้ายจริงและไม่จริง

ภาพที่ 3 : จุดเด่นของนิทรรศการปลาทองคือการจัดวางตู้ปลามหึมาซับซ้อนแบบ ฮานะมาชิ (Hanamachi)
หรือการเดินขบวนของเหล่าโออิรันอันอลังการ
ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถนำเสนอวิถีความเชื่อดั้งเดิมรวมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัวไม่ประดักประเดิด ทั้งความสวยงามขององค์ประกอบต่างๆ และความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ขอยกบางตัวอย่างที่เป็นความคิดสุดล้ำอย่าง Ceiling Kingyo หรือเพดานแก้วใสหลากสีที่ภายในมีเหล่าปลาทองอยู่ เราต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเหนือศีรษะระหว่างทางเดินเข้าสู่ภายใน ช่างตื่นเต้นจริงๆ ที่ปลาทองมากมายสีสันสวยสดจะมาด้านบนให้เราแหงนมองอย่างตื่นตาตื่นใจ
เมื่อเราเดินเข้าไปใจกลางโลกของปลาทอง จุดเด่นที่เตะสายตาที่สุดย่อมต้องเป็น Hanamachi หรือสถานที่ที่ครึกครื้นที่สุดในยุคเอโดะ จุดเด่นของที่นี่คือการเดินขบวนของเหล่าโออิรัน (Oiran Dochu) ซึ่งพากันมาอยู่ในตู้ปลารูปทรงแปลกตาจำนวนมหาศาล สีแสดแสบตาสาดส่องผ่านดวงไฟพร่าตาสว่างไสวนับเป็นภาพจำที่โดดเด่นตระการตา ถือเป็นไฮไลท์ของนิทรรศการนี้ก็ว่าได้
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ตามรายทางที่เราเดินไปจะมีตู้ปลาทองหลากชนิดไม่มีซ้ำ ทุกตัวมีลักษณะและลวดลายเฉพาะตัว มีตั้งแต่พันธุ์ทั่วไปจนถึงพันธุ์หายาก ช่างจัดวางได้ประณีตบรรจงจนแทบหยุดหายใจ

ภาพที่ 4 : การจัดวางปลาทองกับแสงไฟในบานหน้าต่างลวดลายกิโมโนผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลได้ลงตัว
ถ้าถามผู้เขียนว่าประทับใจอะไรในโลกปลาทอง ขอตอบว่านี่ไม่ใช่แค่นิทรรศการศิลปะ แต่องค์ประกอบทั้งหมดเช่นการพลิ้วไหวของสายน้ำ การร่ายรำเรียบลื่นของปลาหลากสี ทิศทางของแสงไฟ ภาพลวงที่เคลื่อนขยับไป เสียงทำนองเครื่องดนตรีโบราณที่เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดกับความทันสมัยของโลกดิจิทัล ล้วนทำให้เราผ่อนคลายสบายใจ หลุดออกจากความกังวลที่อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ได้หมดจด เหมือนได้รับพลังฟื้นฟูชีวิตไร้รูปจากสิ่งรอบตัวอย่างช้าๆ
ดังนั้น แม้จะเป็นฤดูร้อนที่ร้อนแรงยิ่ง ทว่าการชมปลาทองแหวกว่าย ล้วนเป็นการดับร้อนจากประสาทสัมผัสทางตาและหูผ่านไปจนถึงจิตใจ สมดังที่ชาวญี่ปุ่นยุคเอโดะเชื่อมั่นสืบกันมาเช่นนั้น

ภาพที่ 5 : ระหว่างทางเดินจะจัดวางตู้ใส่ปลาทองหลากพันธุ์ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ สวยงามแปลกตา
ด้วยความที่ใครๆ ก็รักนิทรรศการนี้มายาวนาน การรอคอยเพียงปีละหนึ่งครั้งจะเพียงพอได้อย่างไร ในที่สุดเหล่าปลาทองก็ได้ที่ตั้งจัดแสดงนิทรรศการถาวรในชื่อ Art Aquarium Museum Ginza Mitzukoshi ณ ชั้น 9 ห้างมิตสึโคชิ ในย่านกินซ่า โตเกียว เปิดให้เข้าชมตลอดปีแล้วเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565
ผู้สนใจสามารถอ่านายละเอียดเพิ่มเติม การเดินทาง และจองบัตรเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ https://artaquarium.jp/en/
ทัศนีย์ ยาวะประภาษ