Museum Core
เพลิดเพลินไปกับโลกใต้น้ำ ณ บึงฉวาก สุพรรณบุรี
Museum Core
21 มี.ค. 66 3K
ประเทศไทย

ผู้เขียน : โสมรวี สมเพชร

               ผู้เขียนชอบโลกใต้น้ำมาก ชอบความรู้สึกเวลาที่ได้ดำดิ่งลงไปใต้น้ำ ทั้งเงียบสงบ เย็นสบาย
ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ทำให้รู้สึกว่าโลกใต้น้ำช่างลึกลับน่าค้นหามีฝูงปลาและปะการังเป็นเพื่อน เมื่อได้อยู่ในโลกใต้น้ำจึงมีความสุขมาก รู้สึกว่านี่คือโลกของผู้เขียน ซึ่งสามารถสัมผัสความรู้สึกนั้นได้ที่ ‘พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ’ หรือ อควาเรียม (Aquarium) ที่จำลองโลกใต้น้ำให้ได้ศึกษาเรียนรู้พันธุ์สัตว์น้ำและบรรยากาศของโลกใต้น้ำแบบใกล้ชิดกับฝูงปลาได้โดยไม่ต้องลงไปในน้ำด้วยตนเอง

               “สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ” จังหวัดสุพรรณบุรี (ต่อไปขอเรียกว่า บึงฉวาก) เป็นหนึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในดวงใจที่ชอบมาก และเป็นสถานที่ที่ผู้เขียนเลือกให้พี่ชายพาไปเที่ยวฉลองวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว เหตุที่อยากไปสถานที่แห่งนี้เพราะเคยอ่านเจอในหนังสือเรียนว่า บึงฉวากมีการรวบรวมพันธุ์ปลาไว้เป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่สนใจพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ และมีหลายสิ่งที่ดึงดูดใจให้เข้าไปเยี่ยมชม ได้แก่ อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของเมืองไทย อุโมงค์ปลาแนวเฉียงที่ลึกที่สุดในประเทศไทย ตู้ปลาทรงกระบอกสูงที่สุดในประเทศไทย อุโมงค์ปลาฉลามกว้างที่สุดในเอเชีย รวมถึงที่นี่มีปลาฉลามเลมอนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอีกด้วย สถิติเหล่านี้กระตุ้นให้อยากไปเห็นของจริงด้วยตาตัวเองว่าจะยิ่งใหญ่อลังการสวยงามมากเพียงใด  

               ในวันที่ผู้เขียนได้มาเยี่ยมชมบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ มีคนมาเยี่ยมชมก็หลากหลายวัย ทั้งเด็กที่มาทัศนศึกษากับโรงเรียน เด็กเล็กที่มากับพ่อแม่ ผู้สูงอายุที่มากับบุตรหลาน วัยรุ่น วัยทำงาน ทั้งนี้ บึงฉวากเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบนอกจากมีอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว ยังมีบ่อจระเข้น้ำจืด สวนสัตว์ รวมถึงอุทยานผักพื้นบ้าน จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจหลากหลายแขนงให้มาศึกษาเรียนรู้หรือพักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย

                บึงฉวาก มีอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมด 3 อาคาร โดยอาคารหลังที่ 1 และ 2 เป็นอาคารแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาน้ำเค็ม ปลาสวยงาม และปลาหายาก ทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ โดยมีจุดเด่นเป็น อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของเมืองไทย อาคารทั้งสองหลังนี้เก็บค่าเข้าชมรวมกัน คนละ 30 บาท ส่วนอาคารหลังที่ 3 เป็นอาคารแสดงพันธุ์ปลาทะเลและสัตว์ทะเลต่าง ๆ ซึ่งมีถึง 3 จุดไฮไลท์ ได้แก่ อุโมงค์ปลาฉลามกว้างที่สุดในเอเชีย  อุโมงค์ปลาแนวเฉียงที่ลึกที่สุดในประเทศไทย และตู้ปลาทรงกระบอกสูงที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้ หากใครเข้าชมอาคารหลังที่ 3 จะต้องจ่ายค่าเข้าชม คนละ 150 บาท หรือเลือกจ่ายค่าเข้าชมแบบรวม คนละ 180 บาทก็สามารถชมปลาได้ทั้งปลาน้ำจืด ปลาน้ำเค็ม และสัตว์น้ำต่าง ๆ ได้ครบทั้งหมด จึงนับว่าเป็นค่าเข้าชมที่คุ้มค่าและน่าประทับใจมาก

 

ภาพที่ 1 ภาพถ่ายภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หลังที่ 1

 

               ผู้เขียนขออาสาพาไปเยี่ยมชมอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทีละอาคาร เริ่มจากอาคารหลังที่ 1 เป็นอาคารแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม มีปลาหลากหลายสายพันธุ์มาก ๆ เช่น ปลาเทโพ ปลาเทพาสั้น ปลาการ์ตูนส้มขาว (หรือ ปลานีโม) ปลาโนรี ปลากระรอกลายแดง ฯลฯ และมี ‘ปลากดหางแดงอเมซอน’ ซึ่งเป็นปลาพระราชทานและปลาทรงเลี้ยงในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ โดยด้านในอาคารนี้จะมีตู้ปลาเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก แต่ละตู้มีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับปลาแต่ละสายพันธุ์ไว้ด้วย นอกจากได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจไปกับปลาแต่ละสายพันธุ์แล้ว ยังได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับพันธุ์ปลาต่าง ๆ อีกด้วย

                จากนั้นก็เดินผ่านทางเชื่อมอาคารไปยังอาคารหลังที่ 2 ระหว่างทางก็มีตู้ปลาให้ชมเป็นระยะ และมีมุมการเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของจระเข้ ตั้งแต่ยังเป็นไข่จนฟักออกมาเป็นตัว และตัวโตเต็มวัย รวมถึงมีจระเข้สตัฟฟ์ด้วย จุดเด่นของอาคารหลังที่ 2 คือ อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของเมืองไทย ปลาเยอะมากและน่าตื่นตาตื่นใจ มีปลาบึกน้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัมด้วย มีการแสดงของนักประดาน้ำในวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ บริเวณทางเดินโดยรอบอุโมงค์ปลาก็ยังมีตู้ปลาน้ำจืดและตู้ปลาทะเลสวยงามให้ชมอย่างเพลิดเพลินอีกกว่า 30 ตู้ เช่น ปลาหมอมาลาวีน้ำเงิน ปลาหมอนกแก้ว ปลากดกลับหัว ปลากดทองคำ ปลาบู่ทราย ปลาอะโรวานา ฯลฯ สำหรับอาคารนี้ สิ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบมากคือการเดินลอดใต้อุโมงค์ปลาที่ได้ใกล้ชิดกับปลามาก ๆ ขณะที่อยู่ใต้อุโมงค์ปลาและมีเหล่าปลามากมายแหวกว่ายอยู่เหนือตัวเรานั้นให้อารมณ์ความรู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ใต้น้ำจริง ๆ เป็นโลกใต้น้ำที่มีเพียงตัวเราและหมู่ปลา นอกจากนี้บริเวณอุโมงค์ปลายังมีลำโพงให้ได้ฟังเสียงปลาใต้น้ำด้วย เป็นเสียง “บุ๋ง ๆๆๆ” ฟังเพลินมาก คล้ายกับว่าปลากำลังพูดคุยด้วยภาษาลับเฉพาะกับเรา

 

ภาพที่ 2 ภาพถ่าย “อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของเมืองไทย”
ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หลังที่ 2

               ในที่สุดก็มาถึงอาคารหลังที่ 3 เต็มไปด้วยพันธุ์ปลาทะเลและสัตว์ทะเล เช่น ปลาฉลาม ปลาหมอทะเล ปลากะมงพร้าว ปลาค้างคาว ปลาเฉี่ยว เต่าตนุ เต่ากระ ดาวทะเล ฯลฯ เป็นเหมือน ‘สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล’ ยิ่งเมื่อเข้าสู่ในส่วนของโลกใต้ทะเลแล้ว ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด โดยเริ่มจากอุโมงค์ปลาแนวเฉียงที่บันไดเลื่อนที่พาเราเคลื่อนลงไปพร้อมกับลอดใต้อุโมงค์แนวเฉียงชมพันธุ์สัตว์ทะเล มองเห็นทั้งปลาทะเลและเต่าทะเลที่ตัวใหญ่มาก จากนั้นจึงเป็นทางเลื่อนค่อย ๆ พาชมพันธุ์ปลาอย่างใกล้ชิดที่งดงามอลังการ การจัดแสงไฟก็ทำได้ดีมากเป็นแสงสีฟ้าอ่อนราวกับว่ากำลังดำดิ่งเงียบๆ สู่โลกใต้ทะเลจริง อีกทั้งน้ำก็ใสมาก มองเห็นปลาได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่ามีระบบการจัดการน้ำที่ดี

               นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงปลาเป็นโซนต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาก ทั้งโซน ‘โอกินาวา’ และโซน ‘สิมิลัน’ ราวกับได้แหวกว่ายไปยังโลกใต้น้ำในประเทศต่าง ๆ เมื่อมาถึงอุโมงค์ปลาฉลามกว้างที่สุดในเอเชียที่ผู้เขียนรอคอย อุโมงค์นี้มีปลาฉลาม 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ฉลามพยาบาล ฉลามเสือดาว ฉลามเสือทราย และฉลามเลมอน (Lemon Shark) ในทุกวัน เวลา 14.00 น. จะมีการแสดงโชว์ให้อาหารปลาฉลาม ซึ่งมีข้อควรระวังว่างดใช้แฟลชขณะถ่ายภาพ และมีพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้มือสัมผัสกับดาวทะเล รวมถึงมีร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับไปอีกด้วย

 

ภาพที่ 3 อุโมงค์ปลาฉลามกว้างที่สุดในเอเชีย ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 3

 

                การได้มาเยี่ยมชมบึงฉวากทำให้ผู้เขียนมีความสุขมาก ทั้งได้ความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และได้ผ่อนคลายจากความเครียดต่าง ๆ ทำให้จิตใจรู้สึกสงบ อารมณ์ปลอดโปร่ง รวมทั้งยังได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพร่วมกับพี่ชาย ทั้งศึกษาเรียนรู้พันธุ์ปลาต่าง ๆ และถ่ายรูปร่วมกัน เพลิดเพลินไปด้วยกัน ถือเป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่ามาก

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ