Museum Core
ชุมชนมัสยิดมหานาค: ประวัติศาสตร์พื้นที่ อาหาร และความทรงจำ
Museum Core
07 ต.ค. 67 2K

ผู้เขียน : ธีรวัสส์ พลภักดี

               แต่ละชุมชนในกรุงเทพฯ ล้วนมีเรื่องราว ความเป็นมา และพัฒนาการของชุมชนที่ต่างกันไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นจุดเล็กๆ บนเส้นเวลาทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ทว่าบางครั้งก็ไม่อาจมีการบันทึกข้อมูลไว้มากนัก ฉะนั้น ผู้เขียนจึงอยากชวนมาทำความรู้จักกับ “ชุมชนมัสยิดมหานาค” ชุมชนเก่าแก่ในเขตพระนครชั้นใน (กำหนดเขตจากคลองผดุงกรุงเกษมที่ขุดขยายเมืองในสมัยรัชกาลที่ 4) ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

 

ภาพที่ 1 บ้านเรือนชุมชนรอบมัสยิดที่ขนานไปคลองมหานาค

 

               เมื่อกล่าวถึงชุมชนมัสยิดมหานาคจำเป็นต้องเล่าย้อนเท้าความว่า ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูที่ถูกกวาดต้อนเทครัวจากหัวเมืองมลายู-เมืองปัตตานี มาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณย่านบางลำพูมีจำนวนเพิ่มขึ้น บางส่วนจึงอพยพโยกย้ายออกมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนอกเขตกำแพงพระนคร โดยใช้เส้นทางสัญจรทางน้ำเป็นหลัก เริ่มต้นจากคลองรอบกรุง (คลองบางลำพู) จากนั้นเข้าสู่คลองมหานาค และได้ตั้งหลักแหล่งกันบริเวณพื้นที่ริมคลองมหานาค (ฝั่งตรงข้ามอาคารโบ๊เบ๊ ทาวเวอร์) ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

               ในช่วงแรกของการตั้งชุมชน ชาวมุสลิมได้จับจองที่ดินสร้างบ้านเรือนอยู่ร่วมกันเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนและร่วมกันสร้าง มัสยิด (สุเหร่า) ขึ้นภายในชุมชนเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทั้งนี้ จากการค้นคว้าข้อมูลพบว่า มัสยิดหลังแรกของชุมชนสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2350 โดยมีพระเทพ (หมึก) ขุนนางมุสลิมในชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการก่อสร้าง จากนั้นได้มีการปรับปรุงและสร้างมัสยิดขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อราว พ.ศ. 2394 โดยมีลักษณะเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้

 

ภาพที่ 2 บริเวณด้านหน้าทางเข้ามัสยิดมหานาคในปัจจุบัน

 

กุโบร์มหานาค: ความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์พื้นที่ของชุมชน

               มัสยิดมหานาคนอกจากเป็นมัสยิดประจำชุมชนแล้ว อีกทั้งยังเป็นสถานที่เรียนการสอนทางศาสนา ตามคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ในชุมชนกล่าวว่า มัสยิดมหานาคมีโต๊ะครูหลายท่าน ได้แก่ ครูอิน ฮาซานัย สอนด้านดาราศาสตร์ ครูการีม หมุดประเสริฐ สอนภาษายาวี รวมถึงท่านจุฬาราชมนตรีต่วน สุวรรณศาสน์ ก็มีโอกาสมาสอนศาสนาที่มัสยิดมหานาคด้วยเช่นกัน ในช่วงเวลาหนึ่งชุมชนมีบรรยากาศที่คึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนที่พายเรือมาเรียนหนังสือที่ชุมชนแห่งนี้

               นอกจากมัสยิดแล้ว ภายในชุมชนยังมีพื้นที่ของกุโบร์ หรือสถานที่ฝังศพชาวมุสลิมที่เสียชีวิต ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ กุโบร์นอกและกุโบร์ใน ทั้งนี้ หากมีชาวมุสลิมจากชุมชนอื่นเสียชีวิตและที่ไม่มีสถานที่สำหรับฝังศพ เช่น ชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ ชุมชนมัสยิดบ้านตึกดิน ก็สามารถนำศพมาฝั่งที่กุโบร์ของชุมชนมัสยิดมหานาคได้ ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนมุสลิมในเขตกำแพงพระนครกับชุมชนมุสลิมนอกเขตกำแพงพระนครที่มีการใช้สถานที่ฝังศพร่วมกัน

 

 ภาพที่ 3 กุโบร์มหานาค

 

               นอกจากชุมชนมัสยิดมหานาคมีพื้นที่กุโบร์ขนาดใหญ่รองรับการฝังศพชาวมุสลิมที่เสียชีวิตจากทั้งภายในและภายนอกชุมชนแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศด้วย คือ ตนกู ยูซุฟ (พี่ชายของตนกู อับดุล
เราะห์มาน อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศมาเลเซีย) เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยและได้พำนักอยู่ในย่านถนนบำรุงเมือง ในช่วงสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6  ศพของท่านได้นำมาฝังที่กุโบร์ของชุมชนมัสยิดมหานาค และมีการขุดหลุมฝังศพนำกระดูกกลับไปยังประเทศมาเซียเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้ข้อมูลคำบอกเล่าจากความทรงจำในวัยเด็กของคุณหะริน สิริคาดีญา อายุ 81 ปี (พ.ศ. 2566) ผู้อาวุโสของชุมชนมัสยิดมหานาค

อาหารและการค้าขายของชาวชุมชน

               ชุมชนมัสยิดมหานาคเป็นอีกชุมชนหนึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องอาหาร ดังเห็นได้ชัดจากบรรยากาศเมื่อเดินเข้าไปพื้นที่ชุมชนที่มีร้านค้าขายอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น เนื้อสะเต๊ะ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ นอกจากนี้ชุมชนมัสยิดมหานาคยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจาก “ขนมบดินมหานาค” ขนมหวานแบบมุสลิมที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็นไข่ไก่ เนย และแป้ง และโรยหน้าด้วยลูกเกด อัลม่อน ระหว่างขั้นตอนการอบ ขนมจะส่งกลิ่นหอมอบอวลฟุ้งออกจากเตาไปไกลหลายบ้าน ซึ่งปัจจุบันคงเหลือครอบครัว “จันทร์ไทย” เพียงครอบครัวเดียวที่ยังคงสืบทอดการทำขนมชนิดนี้ต่อจากบรรพบุรุษ และนำออกมาวางขายหน้าร้านมาทุกวัน โดยคุณสมบัติ จันทร์ไทย ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า “ครอบครัวทำขนมหวานหลายชนิดเพื่อส่งไปขายที่ตลาดมหานาค โดยตนจะช่วยโม่แป้งทำขนม”

 

 

ภาพที่ 4 ขนมบดินชุมชนมัสยิดมหานาค

 

               จากความโดดเด่นด้านอาหารของชุมชนมัสยิดมหานาค คณะกรรมการชุมชนและพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนจึงร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมให้อัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารของชุมชนมีลักษณะพิเศษ โดยจัดกิจกรรม “ตลาดนัดมัสยิดมหานาค” ขึ้นเป็นประจำทุกวันศุกร์ (เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันสำคัญทางศาสนา) เวลา 16.00 ถึง 21.00 น. ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวชุมชนมัสยิดมหานาคที่ไม่มีหน้าร้านเป็นของตนเองสามารถนำอาหารและสินค้าประเภทของใช้ต่างๆ ออกมาจำหน่ายบริเวณปากทางเข้าชุมชน ตลอดแนวถนนไปจนถึงหน้ามัสยิดมหานาค โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนนอกพื้นที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยมุสลิม ชาวไทยพุทธ หรือแม้แต่ชาวต่างชาติ ได้เข้ามารู้จักชุมชนมัสยิดแห่งนี้มากยิ่งขึ้น

 

ภาพที่ 5 บรรยากาศการค้าขายสินค้าบริเวณใกล้กับปากทางเข้าชุมชนมัสยิดมหานาค

 

               แม้ว่าชุมชนมัสยิดมหานาคจะเป็นชุมชนทางประวัติศาสตร์ที่ถูกรายล้อมไปด้วยอาคารพาณิชย์และย่านการค้าสำคัญอย่างตลาดโบ๊เบ๊ ตามครรลองวิถีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปของสังคมเมือง อย่างไรก็ตาม ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมมุสลิมของผู้คนในชุมชนที่ยังคงเหนียวแน่นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่ให้คงอยู่และถ่ายทอดไปสู่ชนรุ่นหลัง รวมถึงเป็นการเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยแวะเวียนเข้ามาในชุมชน หรือคนต่างวัฒนธรรมได้แวะเข้ามาเที่ยวชมชิมอาหารคาว-หวาน อุดหนุนสินค้า หรือเดินชมบรรยากาศโดยรอบชุมชน ย่อมก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่มากก็น้อย

 

ภาพที่ 6 ภาพมุมสูงของมัสยิดมหานาค

เอื้อเฟื้อภาพโดย: ภูมิ ภูติมหาตมะ

อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

ข้อมูลอ้างอิง

ธีรวัสส์ พลภักดี. “การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชนมัสยิดมหานาค พ.ศ. 2536 - 2566.” รายงานการศึกษา

เฉพาะบุคคลหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัย

ศิลปากร, 2566. (เอกสารอัดสำเนา).

ป. บุนนาค. “มัสยิดมหานาค.” สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ (13 – 19 มกราคม 2549): 49.

_______. “กุโบร์มหานาค.” สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ (20 – 26 มกราคม 2549): 49.

ปราโมทย์ โภคสุวรรณ. วีรบุรุษกู้ชาติอาเซียน. กรุงเทพฯ: ก้าวแรก, 2555.

แวน รอย เอ็ดวาร์ด. ก่อร่างเป็นบางกอก. แปลจาก Siamese Melting Pot. แปลโดย ยุกติ มุกดาวิจิตร.

กรุงเทพฯ: มติชน, 2555.

โอสถ โกสิน. ตนกูอับดุลราห์มาน. ม.ป.ท.: ม.ป.ท., 2523.

 

ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูลการสัมภาษณ์

คุณหะริน สิริคาดีญา คุณสมบัติ จันทร์ไทย คุณฟารีดา จันทร์ไทย และคุณพีรินทร์ จันทร์ไทย ตลอดจนคณะกรรมการชุมชนมัสยิดมหานาคและชาวชุมชนมัสยิดมหานาคทุกท่านที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประกอบการเขียนบทความ

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ