Museum Core
A Trip to the Moon ภาพยนตร์บันลือโลกของจอร์จ เมลิแยร์ในพิธีเปิดโอลิมปิก ปารีส 2024
Museum Core
04 มิ.ย. 68 274

ผู้เขียน : นุศรา นภาวัฒนากูล

               1900 และ 1924 คือปีคริสต์ศักราชที่ปารีสเคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก แม้ทั้งสองปีจะเจออุปสรรคและพบสภาวะขาดทุน แต่ทุกครั้งที่จัดงานก็เรียกได้ว่าสร้างภาพจำใหม่ให้กับคนทั่วโลกได้เสมอ อีกทั้งโอลิมปิกปารีสยังสร้างระบบใหม่ในงานโอลิมปิกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การอนุญาตให้นักกีฬาหญิงลงแข่งขัน การกำเนิดหมู่บ้านโอลิมปิก และการอัญเชิญธงโอลิมปิก

               ในปี ค.ศ. 2024 นับเป็นครั้งที่ 3 ของกรุงปารีสที่ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬา ซึ่งใครที่ได้ชมพิธีเปิดในครั้งนี้แล้วย่อมสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ตั้งแต่ขบวนพาเหรดที่จัดให้นักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ ล่องเรือแม่น้ำแซน การเล่าเรื่องที่ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส แฟชั่น ศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ การชูประเด็นความหลากหลายทางเพศ โชว์สุดพิเศษของบทเพลง Mon Truc en Plumes จากเลดี้ กาก้า ก่อนปิดท้ายด้วยการขับร้องบทเพลง Hymne A L'Amour บนหอไอเฟลของเซลีน ดิออน

               ในพิธีเปิดผู้ชมได้เห็นฉากบุรุษนิรนามนั่งบอลลูนเพื่อเข้าไปในอวกาศ บอลลูนลูกนี้ได้ลอยผ่าน ‘ดวงจันทร์ที่มีจรวดปักอยู่บนหน้า’ จากภาพยนตร์ไซไฟอันโด่งดังชื่อ ‘A Trip to the Moon’ (หรือ Le Voyage dans la Lune ชื่อในฝรั่งเศส) ผลงานของ จอร์จ เมลิแยร์ (Georges Méliès) นักมายากลและผู้สร้างภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘บิดาแห่งสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์’

               บทความนี้ผู้เขียนขอนำเสนอข้อมูลเบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์ชั้นครูที่เป็นต้นแบบของสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ และมีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก

 

ภาพที่ 1 : ฉากจรวดปักหน้าดวงจันทร์ จากเรื่อง A Trip to the Moon (Le Voyage dans la Lune)

แหล่งที่มาภาพ:  Wikipedia. (2024). Georges Méliès. [Online]. Accessed 2024 July 31. Available from: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/04/Le_Voyage_dans_la_lune.jpg

 

 

เรื่องย่อของภาพยนตร์ในตำนาน

               A Trip to the Moon เริ่มเรื่องด้วยสมาคมดาราศาสตร์กำลังประชุมเกี่ยวกับแผนการเดินทางไปยัง
ดวงจันทร์ของศาสตราจารย์บาร์เบนฟุยยี แม้ว่ามีคนในที่ประชุมไม่เห็นด้วย แต่แผนของศาสตราจารย์ได้รับการอนุมัติ โดยมีนักวิทยาศาสตร์จำนวน 6 คน เป็นตัวแทนไปสำรวจบนดวงจันทร์ และสมาคมเริ่มดำเนินการสร้างจรวดพร้อมด้วยแท่นปล่อยจรวดซึ่งมีลักษณะคล้ายลูกกระสุนกับปืนใหญ่ขนาดมหึมา เพื่อเดินทางไปดวงจันทร์

               เมื่อจรวดพุ่งมาถึงดวงจันทร์แล้ว ทั้งหกก็ค้นพบกับความแปลกตาบนดวงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม พืชพันธุ์ และกลุ่มชาวดวงจันทร์ที่ออกไล่ล่าชาวโลก นักวิทยาศาสตร์จึงหนีเอาชีวิตรอดไปที่จรวดเพื่อกลับโลก ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็กลับมายังพื้นโลกได้อย่างปลอดภัยและร่วมกันเฉลิมฉลองกับความสำเร็จของการสำรวจครั้งนี้

 

 

(A Trip to the Moon ความยาว 14 นาที กำกับ เขียนบท และแสดงนำโดย จอร์จ เมลิแยร์)

 

จินตนาการ ผู้บุกเบิก และความสำเร็จ

               ปัจจุบันคนทั่วไปรู้กันดีว่ามนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์ได้อย่างไรหลังจากนีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) มนุษย์คนแรกเหยียบบนดวงจันทร์ในปีค.ศ. 1969 ทว่าในสมัยนั้นยังไม่มีใครรู้ว่า มนุษย์เดินทางออกนอกโลกด้วยวิธีอะไร ดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์แบบไหน หรือมนุษย์ต่างดาวมีหน้าตายังไง ในมุมความคิดของปีค.ศ. 1902 พล็อตเรื่องแบบนี้อาจยากต่อจินตนาการ

               เมลิแยร์เคยอ่านนิยายของนักเขียนชาวฝรั่งเศสนามว่า จูลส์ เวิร์น 2 เล่ม เรื่อง From the Earth to the Moon (1865) และ Around the Moon (1870) ซึ่งเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ยอดนิยมในเวลานั้น และจุดประกายให้อยากสร้างภาพยนตร์แนวผจญภัย-วิทยาศาสตร์ และเริ่มต้นเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง A Trip to the Moon

 

ภาพที่ 2: สตูดิโอเรือนกระจกของเมลิแยร์ในเมืองมงเทรย (Montreuil) ประเทศฝรั่งเศส

 แหล่งที่มาภาพ: Wikipedia. (2024). Georges Méliès. [Online]. Accessed 2024 August 10. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/File:Melies%27s_Montreuil_studio.jpg

 

 

ภาพที่ 3: ฉากคนงานกำลังสร้างจรวด

 แหล่งที่มาภาพ: Gooden T. (2022). A TRIP TO THE MOON: The First Sci-Film Ever Is a Journey, Indeed. [Online]. Nerdist. Accessed 2024 August 1. Available from: https://legendary-digital-network-assets.s3.amazonaws.com/wp-content/uploads/2022/11/01111148/Trip_to_the_Moon_Workshop.png

 

 

               เมลิแยร์ถ่ายทำในสตูดิโอเรือนกระจกที่เมืองมงเทรย เพราะต้องการใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายทำ ซึ่งฉากที่คนงานกำลังสร้างจรวดจะเห็นส่วนหนึ่งของเพดานเรือนกระจกโผล่เข้ามา อนึ่ง เขาเป็นนักมายากลและเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ศิลปะสร้างภาพลวงตาในการแสดงโชว์ เขาจึงใช้จินตนาการและแสดงฝีมือในการออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉากให้มีสีสันสวยงาม มีลูกเล่นตลอดทั้งเรื่อง อาทิ ฉากใต้พิภพของดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยเห็ดประหลาด ด้านหลังมีลักษณะคล้ายผาสูง มีทางลาดชันอยู่เบื้องหน้าของจอ เมลิแยร์ใช้เทคนิคการวางซ้อนฉากหลายชั้นเพื่อสร้างมิติลวงตาให้คนดูเห็นรู้สึกถึงระยะใกล้-ไกลของฉากได้สมจริง

               นอกจากนี้ การกำกับภาพ (Cinematography) เพื่อสร้างให้วัตถุที่หยุดนิ่งสามารถเคลื่อนไหวได้โดยใช้เทคนิคที่อาศัยการขยับตัวละคร ฉาก หรืออุปกรณ์ประกอบทีละเล็กน้อยแล้วหยุดถ่ายภาพทีละเฟรมหรือที่เรียกว่า สต็อปโมชัน (Stop Motion) จากนั้นจึงนำภาพแต่ละเฟรมมาตัดต่อกันเพื่อให้เห็นภาพว่าวัตถุนั้นค่อย ๆ ขยับตามบท ซึ่งนับเป็นเทคนิคแอนิเมชันรูปแบบหนึ่งที่เมลิแยร์ตั้งใจสร้างขึ้น และกลายเป็นมรดกให้วงการภาพยนตร์ต่อมา รวมถึงอีกหลายเทคนิคที่ถือว่าก้าวหน้ามากในยุคที่ภาพยนตร์ถ่ายทำด้วยกล้องเพียงตัวเดียวเท่านั้น และเมลิแยร์เป็นคนแรกที่นำมาใช้ ทำให้การถ่ายทำภาพยนตร์มีชั้นเชิงมากขึ้น อาทิ การเปลี่ยนฉาก (Transitions) ภาพจาง (Fade-Out) ภาพซ้อน (Mutiple Exposure) ภาพช้า (Slow Motion)

               ในช่วงที่ภาพยนตร์ฉายแรกๆ ภาพยังเป็นสีขาว-ดำ ต่อมาเมลิแยร์ได้ลงสีย้อมบนฟิล์มด้วยตัวเอง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ราวกับสร้างด้วยเวทมนตร์ ยิ่งดูมีชีวิตชีวา ช่วยเพิ่มอรรถรสการชม และดูเหนือชั้นกว่าภาพยนตร์เรื่องไหน แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ ผู้ชมที่ซื้อตั๋วเข้าไปดูต่างตกตะลึงกับบรรดาตัวละคร ฉาก อุปกรณ์ ทั้งกับเนื้อเรื่องที่แหวกแนวที่สุดในเวลานั้น สิ่งเหล่านี้สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและรายได้มหาศาล หรือเรียกกันติดปากว่า ‘หนังบล็อกบัสเตอร์’ นั่นเอง

               น่าเสียดายว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้พรากความงดงามและความฝันของเมลิแยร์ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ไป ทว่า ภาพยนตร์ A Trip to the Moon ได้กลายเป็นผลงานคลาสสิกชิ้นโบว์แดงที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก รวมถึงเมลิแยร์ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในแวดวงภาพยนตร์ด้วยความสามารถพิเศษและโดดเด่น เขาเป็นผู้ยกระดับศาสตร์ภาพยนตร์ให้มีแบบแผนและมาตรฐานมากขึ้น ตั้งแต่การเริ่มเขียนบท การทำสตอรีบอร์ดก่อนถ่ายทำซึ่งเขาเชื่อว่ารูปวาดสามารถสื่อสารเล่าเรื่องให้เข้าใจได้ดี การใช้เทคนิคการถ่ายภาพและนำสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มาใช้ในการถ่ายทำ ซึ่งแบบแผนเหล่านี้ได้กลายมาเป็นบรรทัดฐานของการสร้างภาพยนตร์

 

เบื้องหลังของ A Trip to the Moon บอกอะไรกับเราได้บ้าง

 

ภาพที่ 4: จอร์จ เมลิแยร์ ในปีค.ศ. 1890

 แหล่งที่มาภาพ: Wikipedia. (2024). Georges Méliès. [Online]. Accessed 2024 August 10. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/File:M%C3%A9li%C3%A8s_portrait_(cropped).png

 

               นอกจากได้เรียนรู้เรื่องความสำเร็จของภาพยนตร์ A Trip to the Moon แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้เข้าใจมากขึ้น คือ “ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย” เรื่องราวของจอร์จ เมลิแยร์ แสดงให้เห็นว่ากว่าเขาจะได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จนั้นต้องมีความวิริยะอุตสาหะในงานที่ทำ เช่นเดียวกับเมลิแยร์ที่ใช้ทั้งความตั้งใจ เพียรพยายาม ทุ่มเทลงทุนกับสิ่งที่ตนเองรัก มองเห็นจุดแข็งของตัวเองแล้วนำมาพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายมีความกล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำจะขาดทุนหรือประสบความสำเร็จหรือไม่ และในวันที่ประสบความสำเร็จ ความเหนื่อยล้าทางกายและใจจะหมดไป ถูกห้อมล้อมด้วยความปิติยินดีและเกียรติยศแทน

 

แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิง

Techsauce. (23 กรกฎาคม 2567). ‘ปารีสโอลิมปิก’ 124 ปี ความล้มเหลวในอดีต สู่ 'Luxury Olympics' ที่จะเปลี่ยนภาพจำคนทั้งโลก. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567, จาก https://techsauce.co/tech-and-biz/looking-back-at-the-paris-olympics-124-years-ago

WURKON. (1 กันยายน 2565). 119 ปี มนตร์มายาแห่งจินตนาการของภาพยนตร์ไซไฟเรื่องแรกของโลก A Trip to the Moon. [Status update]. Facebook. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2697460120557889&id=1463047223999191&set=a.1464480120522568

Billi Brass Quintet. (2018, April 18). Le Voyage dans la Lune (1902) - Georges Méliès - (HQ) - Music by David Short - Billi Brass Quintet. [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=ZNAHcMMOHE8

Gooden T. (2022, November 1). A TRIP TO THE MOON: The First Sci-Film Ever Is a Journey, Indeed. Nerdist. Retrieved August 1, 2024, from https://nerdist.com/article/a-trip-to-the-moon-the-first-sci-film-ever-history-georges-meiles-thomas-edison-controversy-influence-on-genre/

The Kirby Foundation. (2023, February 15). Inspiring Innovations Spotlight: Georges Méliès, the Father of Modern Cinema. Retrieved August 1, 2024, from  https://thefusioneer.com/blog/inspiring-innovations-spotlight-georges-melies-the-father-of-modern-cinema/#anchor

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ