Museum Core
เมื่อเราแต่งงานไม่พร้อมกัน : มนูธรรมศาสตร์และอนาคตของสังคมอินเดีย
Museum Core
23 ก.ค. 68 280

ผู้เขียน : วุฒิวัฒน์ สุวรรณศรีสาคร

*ภาพปกถูกสร้างขึ้นด้วย AI เพื่อประกอบบทความเท่านั้น    

 

               ทำไมการแต่งงานช้าในสังคมอินเดียจึงเป็นปัญหา? คำถามนี้อาจไม่ค่อยเกิดขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากในสังคมปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ทั้งเพศชายและเพศหญิงมักเลือกแต่งงานในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือบางคนอาจไม่แต่งงาน เลือกใช้ชีวิตเป็นโสด ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว สถานการณ์แบบนี้จึงกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย ทว่าในสังคมอินเดียประเด็นนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

               บทความเรื่องนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องเกณฑ์อายุในการแต่งงานของคนอินเดียตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดระบบเกณฑ์อายุยังคงสืบทอดอยู่ในปัจจุบันและและรัฐบาลอินเดียมีวิธีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ทั้งนี้ นิยามความหมายของ “อายุ” ในที่นี้หมายถึง อายุที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถแต่งงานได้ตามค่านิยมทางสังคม แม้ว่าสังคมอินเดียจะเปลี่ยนแปลงเรื่องเกณฑ์อายุ ในการแต่งงานตามกฎหมายอย่างสากล ทว่าในการปฏิบัติกลับยังคงยึดถือกฎเกณฑ์เดิมจนทำให้เกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข

               ในสังคมอินเดียโบราณการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มักกล่าวอ้างถึงในคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ (Manusmriti) หรือมนูสมฤติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคัมภีร์ทางกฎหมายชิ้นสำคัญในศาสนาฮินดูที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อชาวฮินดูในอินเดีย

               เนื้อหาของคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์เป็นการบัญญัติสิ่งที่ควรทำและพึงกระทำให้ถึงพร้อม กรณีเรื่องการแต่งงานในคัมภีร์ได้กล่าวถึง ผู้ชายควรแต่งงานหลังจากเรียนพระเวท (ช่วงอายุที่เหมาะสมนี้มีความผันผวน ตั้งแต่อายุ 12 / 24 / 36 / 48 ปี หรือจนกว่าจะชำนาญด้านหนึ่งในพระเวท) ในคัมภีร์มีกล่าวถึงการแต่งงานของผู้หญิงตั้งแต่อายุน้อย เช่น การแนะนำให้แต่งงานหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก หรือแม้กระทั่งก่อนหน้านั้นในบางกรณี โดยผู้หญิงเหล่านี้เรียกว่า “นาคนิกา” ทั้งนี้ โดยสรุปย่อแล้วผู้ชายสามารถแต่งงานได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปหลังเรียนพระเวทคัมภีร์ใดคัมภีร์หนึ่งจบ และผู้หญิงสามารถแต่งงานได้ตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไป หรือนับตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน

 

ภาพที่ 1 : ภาพการแต่งงานของมหาราชา กฤษณะราชา วาดิยาร์ ที่ 4 (Maharaja Krishnaraja Wadiyar IV)
พระชนมายุ 16 พรรษา และพระนางยุวารานี ปัทมา คุมาริไบ แห่ง กาฐิยาวาร
(Yuvarani Pratapa Kumaribai of Kathiawar) มีพระชนมมายุ 12 พรรษา

แหล่งที่มาภาพ: Sarmaya. (14 February 2019). Fairytale Wedding. Retrieved 8 August 2024 from https://sarmaya.in/spotlight/fairytale-wedding/

 

 

               แม้ว่าในยุคหลังเรื่องเกณฑ์อายุในการแต่งงานมีพัฒนาการมากขึ้น แต่คัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ยังคงมีอิทธิพลในการกำหนดกรอบแนวคิดทางสังคมและศาสนาเรื่อยมาจนถึงช่วงราชวงศ์โมกุลปกครอง ดังเห็นได้จากคัมภีร์สมฤติ มุกตา ปาลัม (Smriti Mukta Phalam) ในปีค.ศ. 1686 ตรงกับรัชสมัยของจักรพรรดิออรังเซพ (Aurangzeb) มีการระบุถึงอายุว่าผู้หญิงควรแต่งงานก่อนมีประจำเดือนและผู้ชายควรแต่งงานหลังเรียนพระเวท เช่นเดียวกับคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์

               จนกระทั่งในช่วงยุคอาณานิคม อินเดียมีการนำรายละเอียดเกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่างๆ จากคัมภีร์
มนูธรรมศาสตร์มาใช้ออกกฎหมายเป็น กฎหมายอังกฤษ-ฮินดู (Anglo-Hindu law) โดยมีวอร์เรน เฮสติงส์ (Warren Hasting) เป็นผู้ริเริ่มร่วมกับสภาบัณฑิตที่เป็นพราหมณ์รวบรวมข้อสรุปเป็นประมวลกฎหมายเรียกว่า A Code of Gentoo Laws (Vivadarnavasetu ในภาษาสันสกฤต) เขียนโดยนาธาเนียล บราสซีย์ ฮาลเฮด (Nathaniel Brassey Halhed) ซึ่งมีการประกาศใช้เบงกอล กฎหมายดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในรัฐบาลอาณานิคม

               ต่อมาเมื่ออังกฤษมีชัยชนะต่อชนพื้นเมืองในสงครามกบฏซีปอย (Sepoy Mutiny) หรือที่รู้จักในชื่อกบฏอินเดีย (Indian Rebellion) เป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งใหญ่ในอินเดียระหว่างปี ค.ศ.1857-1858 อังกฤษได้นำระบบกฎหมายแองโกล-ฮินดู มาบังคับใช้ทั่วอาณาจักร แต่การแต่งงานเร็วก็ยังคงเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลอังกฤษ และนำมาสู่การแก้ไขปัญหาด้วยการออกกฎหมายใหม่เป็น พระราชบัญญัติห้ามการแต่งงานของเด็ก ค.ศ.1929 (The Child Marriage Restraint Act, 1929) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการแต่งงานของเด็กในอินเดีย มีเนื้อหาเพื่อป้องกันและลงโทษการแต่งงานของผู้ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ได้แก่ ผู้ชายต่ำกว่าอายุ 18 ปี และผู้หญิงต่ำกว่าอายุ 14 ปี ซึ่งนับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสังคมอินเดียก่อนการประกาศเอกราชจากเจ้าอาณานิคม

 

ภาพที่ 2 : ภาพมหาตมะ คานธี แต่งงานตอนอายุ 13 ปี และนางกัสตุร์บา คานธี แต่งงานตอนอายุ 14 ปี

แหล่งที่มาภาพ:  

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/2e/Mahatma_and_Kasturba_Gandhi_on_their_return_to_India_from_South_Africa_in_1915.jpg

 

 

               ช่วงประกาศเอกราช สมัยชวาหะร์ลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru) ประธานาธิบดีคนแรกของอินเดีย (ค.ศ.1947-1964) ได้มีการประกาศใช้ชุดกฎหมาย "ร่างประมวลกฎหมายฮินดู" (The Hindu Code Bill) เพื่อแก้ไขและปฏิรูปกฎหมายประเด็นการแต่งงานอายุน้อยในปีค.ศ.1949 โดยแก้ไขให้ผู้ชายแต่งงานได้เมื่ออายุ 20 ปี และผู้หญิงมีอายุ 15 ปี จากนั้นได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งเป็นผู้ชายสามารถแต่งงานได้อายุเมื่อ 21 ปีและผู้หญิงมีอายุ 18 ปี ในพระราชบัญญัติห้ามการแต่งงานของเด็ก ค.ศ.1978 (Child Marriage Restraint (Amendment) Bill, 1978)

               ต่อมารัฐบาลอินเดียได้มีการแก้ไขเป็นกฎหมายฉบับใหม่เป็น พระราชบัญญัติห้ามการสมรสเด็ก 2006 (The Prohibition of child marriage act, 2006) เนื่องจากกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ได้กำหนดนิยามการแต่งงานของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีว่าผิดหลักการสากล และในกฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มบทลงโทษในการแต่งงานของผู้ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ อีกทั้ง มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อปีค.ศ. 2021 (The Prohibition of child marriage (amendment) Bill, 2021) โดยการปรับเพิ่มอายุในการแต่งงานของผู้หญิงให้เป็น 21 ปี ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ(Vidhana Sabha) 

               จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น รัฐบาลอินเดียมีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่สมัยอาณานิคม และมีแนวโน้มดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขดังกล่าวเป็นไปในระดับนโยบายรัฐ หากแต่ในระดับมวลชนแล้วระบบเกณฑ์อายุในการแต่งงานตามจารีตเก่าที่ยึดถือผ่านคำสอนทางศาสนายังคงถือปฏิบัติกันอยู่เช่นเดิม

               นอกเหนือจากการอิทธิพลทางศาสนาแล้ว สภาพสังคมและเศรษฐกิจของอินเดียยังมีความเหลื่อมล้ำสูง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นจากปัญหาต่างๆ ทั้งความยากจน ด้านการศึกษา และระบบแรงงานที่สอดคล้องสัมพันธ์โดยตรงกับประชากรที่มีจำนวนมากเกินไปกว่าที่รัฐจะสามารถดูแลสวัสดิการที่ดี และเข้าถึงประชาชนโดยรวมได้

               แม้ว่าอินเดียจะมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทว่าปัญหาเรื่องการแต่งงานเร็วที่เป็นมรดกจากโลกยุคโบราณที่ปราศจากแนวคิดเรื่องวัยรุ่นต่อเนื่องมาสู่ยุคอาณานิคมจนถึงปัจจุบัน ยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไม่ตก ซึ่งมีสาเหตุจากปัญหาที่ทับซ้อนกันหลายชั้นสะสมมาแต่ครั้งอดีต ดังนั้น ปัญหาการแต่งงานอายุน้อยจึงยังไม่ได้ถูกแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ และยังคงดำรงอยู่ในสังคมอินเดียต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอนาคต

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Aftab Ahmed from Reuters. (2024). India's richest 1% has highest concentration of wealth in decades, study shows. Retrieved 8 August 2024 from https://www.reuters.com/world/india/indias-richest-1-has-highest-concentration-wealth-decades-study-shows-2024-03-20/

 

Dikshitar, Vaidyanatha. 1686. Kannan, P.R. (translater) Smriti Mukta Phalam. Chennai: Vedanta Spiritual library.

Kane, Pandurang Vaman. 1997. History of dharmasastra. 3. Vol. 2. 1 vols. Pune: Bhandarkar Institude Press.

Rajya Sabha, Child Marriage Restraint (Amendment) Bill, 1978

The child marriage restraint act, 1929

The child marriage restraint act, 1929 and further to amend the child marriage restraint act 1949

The Prohibition of child marriage act, 2006

The Prohibition of child marriage (Amendment) bill, 2021.

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ