Museum Core
ระเบียงเสพงานศิลป์เหนือระดับน้ำทะเล ของเคงโกะ คุมะ
Museum Core
24 ก.ค. 68 325
ประเทศญี่ปุ่น

ผู้เขียน : ทัศนีย์ ยาวะประภาษ

               นิฮอนไดระ (Nihondaira) เป็นพื้นที่ราบสูง 307 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บริเวณเส้นเขตแดน
ระหว่างเขตซึรุกะ (Suruga-ku) และเขตชิมิสึ (Shimuzu-ku) อำเภอเมือง จังหวัดชิสึโอกะ ซึ่งเป็นจุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน 100 อันดับแรกของญี่ปุ่น ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ชายฝั่งมิโฮะ โนะ มัตสึบะระ ทอดแนวยาวกว่า 7 กิโลเมตร แน่นทึบไปด้วยต้นสนกว่า 30,000 ต้น ท่าเรือชิมิสึ อ่าวสึรุกะ (Suruga Bay) และเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ได้จนสุดสายตา

               เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 บนยอดเนินตระการตาแห่งนี้ได้โอบรับจุดชมวิวแห่งใหม่ในชื่อ
นิฮงไดระ ยูเมะ เทอเรซ (Nihondaira Yume Terrace) โดยมีคุณเคงโกะ คุมะ (Kengo Kuma) สถาปนิกคนดัง ผู้เคยออกแบบสนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่ สถานที่หลักสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่กรุงโตเกียว
เมื่อปีพ.ศ. 2564 (เลื่อนการแข่งขันมาจากปี 2020 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19)

 

ภาพที่ 1 ระเบียงนิฮงไดระ ยูเมะ เมื่อมองจากด้านนอก ในวันอากาศแจ่มใส

 

               ผู้เขียนเป็นแฟนคลับและติดตามผลงานออกแบบของคุณเคงโกะมานาน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมระเบียงนิทรรศการแห่งนี้จึงขอกล่าวถึงประวัติสถาปนิกสักเล็กน้อย คุณเคงโกะนั้นเติบโตมาในบ้านยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงซึมซับการออกแบบโครงสร้างไม้แปลกตา ต่อมาได้เดินทางไปดูงานในต่างประเทศมากมาย จากประสบการณ์เหล่านี้ได้หล่อหลอมให้ลักษณะงานออกแบบของเขามีกลิ่นอายที่ผสมผสานทั้งความเป็นตะวันตก ตะวันออก และความเป็นสากล ทั้งยังมีความชื่นชอบนำวัสดุในแต่ละพื้นถิ่นมาออกแบบและสร้างสรรค์ให้สัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับสถานที่ หลอมรวมพื้นที่ภายในและภายนอกให้สถาปัตยกรรมเชื่อมโยงผู้คนและกายภาพแวดล้อม ทำให้งานสร้างสรรค์ของเขามีเสน่ห์เฉพาะตัว

 

ภาพที่ 2 เงยหน้าขึ้นไปมองเห็นเพดานโครงถักไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในงานออกแบบของคุณเคงโกะ

 

 

               วัสดุหลักที่คุณเคงโกะมักเลือกนำมาใช้ในการออกแบบ คือ “ไผ่” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษสามารถรับแรงดึงได้ดีในทางวิศวกรรมและปรับเปลี่ยนใช้งานได้หลากหลาย “ไม้” สามารถพัฒนาดัดแปลงใช้ได้ตั้งแต่พื้นที่ขนาดเล็กขยายสู่พื้นที่ขนาดใหญ่ ด้วยการออกแบบเป็นโครงถักไม้ (wooden truss) ที่อาศัยเทคนิคการเข้าไม้แบบโบราณ (wood joints) ซึ่งมีความยืดหยุ่น สามารถขยับเขยื้อนได้หากเกิดแผ่นดินไหวก็ไม่พังทลาย

               นอกจากนี้คุณเคงโกะเคยกล่าวถึงหลักปรัชญาในการออกแบบของเขาว่า "จับธรรมชาติมาใส่กรอบ ที่ซึ่งเราสามารถนำธรรมชาติมาทดลองให้ลึกซึ้ง และทำให้เราเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น" อีกทั้ง ลักษณะพิเศษของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเน้นความโปร่ง การเลือกใช้แสงและวัสดุจากธรรมชาติให้มากที่สุดก็ยิ่งเสริมสร้างความแปลกใหม่ในงานสถาปัตยกรรมให้มีมิติมากขึ้น

               ในการออกแบบนิฮงไดระ ยูเมะ เทอเรซ คุณเคงโกะได้ทำงานร่วมกับสำนักงานออกแบบชุมชนเมือง
ชิสึโอกะ โดยมีการเลือกใช้วัสดุไม้สำคัญของจังหวัด ทั้งไม้ไผ่ และไม้ฮิโนกิ (Hinoki) ซึ่งเป็นไม้สนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงจากประเทศญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเป็นคุณสมบัติพิเศษ มีความแข็งแรงทนทานสูงเทียบได้กับไม้สัก ทนการขูดขีด สามารถต้านทานเชื้อรา ปลวก มด และแมลงต่าง ๆ ได้ดี ช่วยระบายความร้อนและดูดซับกลิ่นอับชื้น  

               คนญี่ปุ่นเชื่อว่าไม้ฮิโนกิ หรือ “ไม้แห่งไฟ” เป็นไม้ชั้นสูง สมัยก่อนนิยมนำมาทำเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์สำหรับจุดไฟบูชาในพิธีกรรมสำคัญ เมื่อนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้าง ช่วยให้มีบรรยากาศสดชื่น อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเนื้อไม้ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพร่างกายให้ดีขึ้น บำบัดอาการเมื่อยล้า กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ส่วนการออกแบบตกแต่งภายในที่มีความซับซ้อนเลือกใช้ไม้สนซีดาร์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นละมุนละไม

 

ภาพที่ 3 แม่เหล็กติดตู้เย็นทำจากไม้ฮิโนกิ น้ำหนักเบา สัมผัสแล้วนุ่มนวล

 

               ด้วยคุณสมบัติพิเศษเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ผู้เขียนจะรับรู้ได้ทันทีถึงความสงบ สบาย และรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด นับแต่เดินขึ้นเนินและก้าวเข้ามาในอาคารสามชั้นทรงแปดเหลี่ยมกรุกระจกใส เพดานสูง โปร่ง โล่ง แหงนหน้าขึ้นไปเห็นเพดานบนสุดประกอบจากชิ้นไม้สานกันเป็นเชิงชั้น หลังจากใช้เวลาขับรถนานถึงสองชั่วโมงเศษจากเมืองฮามามัตสึเพื่อเดินทางมาที่นี่

               รูปทรงของสถาปัตยกรรมนิฮงไดระ ยูเมะ เทอเรซ เป็นโครงสร้างแปดเหลี่ยมได้รับแรงบันดาลใจจาก
ยูเมะโนะโดะ (Yumedono หรือ The Hall of Dreams) ที่วัดโฮริวจิ (Horyu-ji) เมืองนารา ขยายพื้นที่ออกไปตามเส้นทแยงมุมได้หลายทิศทาง สร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมได้ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์อันแสนโดดเด่นของภูเขาไฟฟูจิ

               อาคารมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการต้นกำเนิดทางวัฒนธรรมซึ่งหลอมรวมกับงานศิลปะจากธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ จัดแสดงอย่างทันสมัยด้วยบอร์ดกราฟิก แผนที่ดิจิทัล
และอินเตอร์แอคทีฟบอร์ด

 

ภาพที่ 4 ชั้นล่างสุดของอาคารจัดแสดงประวัติศาสตร์ ต้นกำเนิดทางวัฒนธรรมของนิฮงไดระ
ผ่านสื่อทันสมัย เข้าใจง่าย

 

               เมื่อแหงนมองจากชั้นหนึ่งขึ้นไปชั้นสองและชั้นสาม มองเห็นเพดานโครงถักไม้ไขว้ไปมาทำให้โครงสร้างภายในอาคารดูโอ่โถงโปร่งสบาย ขณะที่บันไดเวียนกำหนดให้เป็นลักษณะขึ้นได้อย่างเดียว (สังเกตได้จากสัญลักษณ์ที่ติดไว้บนพื้น) โดยเดินขึ้นจากชั้น 1 ไปสู่ชั้น 2 และชั้น 3 ส่วนขากลับต้องใช้ลิฟต์โดยสาร ทำให้ทิศทางการเดินภายในอาคารไม่วุ่นวาย

               บริเวณชั้น 2 เป็นที่ตั้งของร้านอาหารและขนมหวานตามฤดูกาลขนาด 24 ที่นั่ง จัดโต๊ะเก้าอี้หันหน้าออกสู่หน้าต่างกระจกใสรอบด้านพร้อมกับชมวิวภูเขาไฟฟูจิผ่านอ่าวสึรุกะสีน้ำเงินสดใส ตัวอย่างเมนูอาหารที่ผู้เขียนทานเป็นมื้อกลางวัน ได้แก่ ชุดข้าวต้มชาเขียวปลาไหลแสนอร่อย มีพุดดิ้งเป็นของหวาน และน้ำบ๊วยโซดาให้ความสดชื่น

 

ภาพที่ 5 ร้านอาหารและขนมหวานตามฤดูกาลหันออกสู่กระจกรอบตัว
มองเห็นภูเขาไฟฟูจิในวันอากาศแจ่มใส

 

               พื้นที่ชั้น 3 เป็นโซนนิทรรศการจัดแสดงผลงานภาพวาดของศิลปินท้องถิ่น และด้านนอกอาคารมีระเบียงทางเดินเป็นวงกลมประมาณ 200 เมตร สำหรับรับลมชมวิวกลางแจ้งมุมกว้างแบบ 360 องศา ซึ่งสามารถมองเห็นตัวเมืองชิสึโอกะ อ่าวสึรุกะ ท่าเรือชิมิสึ โดยเฉพาะป่าสนมิโฮะ โนะ มัตสึบาระ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกของภูเขาไฟฟูจิ และเมื่อหันหลังกลับมาสำรวจสถาปัตยกรรมก็ได้พบเส้นสายมหัศจรรย์การออกแบบโครงถักไม้ที่พาดพันทับซ้อนกันอย่างสวยงาม มีพลัง อบอุ่น และทรงเสน่ห์ของคุณเคงโกะ

 

ภาพที่ 6 จัดแสดงงานศิลปินท้องถิ่น และเปิดออกสู่ทางเดินชมวิวกลางแจ้ง 360 องศา

 

 

ภาพที่ 7 ลานทางเดินโดยรอบที่ใช้วัสดุจากไม้พื้นถิ่น อ่อนโยน นวลตา

 

               อีกด้านหนึ่งของระเบียงชมวิวมองเห็นหอสูงหน้าตาล้ำนำสมัยราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟของหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ (Nihondaira Digital Broadcasting Tower) ซึ่งตั้งตระหง่านและทาบต่อกัน สร้างทัศนียภาพที่ดูแปลกตาทว่าไม่ขัดเขินเลย นับได้ว่าระเบียงบนเนินเขาแห่งนี้เป็นงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานตอบสนองความต้องการได้ครบทุกด้านอย่างแท้จริง ทั้งพื้นที่จัดนิทรรศการเสพงานศิลปะ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนทุกเพศทุกวัย และเป็นจุดชมวิวที่แสดงอัตลักษณ์ของเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ

Nihondaira Yume Terrace

เปิด 9:00~17:00 น. (วันอาทิตย์~วันศุกร์), 9:00~21:00 น. (วันเสาร์)
หยุดทุกวันอังคารที่สองของเดือน

การเดินทาง :
1.ขับรถ : 20 นาทีจากท่าเรือชิมิสึ หรือ 30 นาที จากทางแยกต่างระดับชิสึโอกะ-ชิมิสึ บนทางด่วนโทเมอิ
2.โทไคโด ชินกันเซน (จากโตเกียว) ลงสถานี JR Shizuoka นั่งแท็กซี่ 25 นาที หรือรถบัส 40 นาที ลงป้ายสถานี Nihondaira Yume Terrace Iriguchi เดินต่อ 5 นาที

ข้อควรระวัง
- งดเว้นการนำอาหารหรือเครื่องดื่มภายนอกเข้ามาภายในสถานที่
- นำขยะ (ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มในนิฮงไดระ ยูเมะ เทอเรซ) กลับบ้านไปด้วย
- ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงและสัตว์ต่าง ๆ (ยกเว้นสุนัขนำทางและสุนัขช่วยฟัง) เข้ามา
- พื้นที่ปลอดบุหรี่โดยสิ้นเชิง

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ