Muse Pop Culture
เล่นเล่น เป็นเรื่อง
Muse Pop Culture
14 ก.พ. 67 1K

ผู้เขียน : Administrator

วันเสาร์ที่ 13 ที่จะถึงนี้ เป็นเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

ช่ายแล้ว คือ “วันเด็ก” นั่นเอง

ปีนี้งานวันเด็กที่มิวเซียมสยามจะมาในธีม PLAY เยี่ยม”

ที่จะส่งเสริมการ “เล่น” ให้เป็นเรื่อง

เพราะการละเล่น หรือของเล่นต่างๆ ล้วนมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะของร่างกายในวัยเยาว์ทั้งสิ้น

 

การเล่นเหล่านี้ หากมาพร้อมกับความช่างสงสัย และความช่างสังเกต

ก็จะช่วยให้เกิดการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้โดยความบังเอิญ

ดังตัวอย่างในการค้นพบเส้นไหมจากรังดักแด้

การค้นพบเนยแข็งในกระเพาะสัตว์

หรือการประดิษฐ์นวัตกรรมจากลูกไม้ที่เกาะตามขนสัตว์

รายละเอียดเป็นเช่นไร เชิญติดตามในเธรดต่อไปได้เลยค้าบ

 

เล่นเล่น เป็นไหม

 

ผ้าไหม เส้นใยหรูหรา ราคาแพง ที่เราสวมใส่กันในปัจจุบันนี้

มีการค้นพบที่เกิดจากการ “เล่น” และความบังเอิญโดยแท้

 

มีตำนานปรัมปราเล่าไว้ว่า

เมื่อคราวจักรพรรดินีเหลย์จู่ (嫘祖, Leizu) นั่งจิบชาในสวนใต้ต้นหม่อนนั้น

มีเหตุบังเอิญให้มีรังที่หุ้มตัวดักแด้ชนิดหนึ่งตกลงในถ้วยชา

พระนางจึงพยายามเขี่ยรังนั้นออกจากถ้วย

 

แต่ความร้อนจากน้ำชาทำให้เส้นใยที่ห่อหุ้มรังอยู่คลายตัว

ความช่างเล่น บวกกับความสงสัยช่างสังเกตของหญิงสาววัย 14 ทำให้พระนางบรรจงสางเส้นใยบางๆ นั้น ออกมาจากรัง

ยิ่งสาวออกมาเท่าไหร่ เส้นใยยิ่งยาวออกมาเป็นลี้ จนเผยให้เห็นดักแด้ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน

 

เส้นใยที่มันวาว ที่นำไปทอเป็นผืนผ้าได้นี้

เราเรียกกันในปัจจุบันว่า “ผ้าไหม”

ส่วนรังของดักแด้ที่ตกลงในถ้วยชา ก็คือ รังไหม

และต้นหม่อนในสวนก็คืออาหารหลักของตัวอ่อนหนอนตัวไหมนั่นเอง

 

เครดิตภาพ

VCG Photo

เล่นเล่น เป็นชีส

 

เนยแข็ง หรือที่เราเรียกทับศัพท์กันว่า ชีส (Cheese) นั้น

ก็เป็นของอีกชนิดที่เกิดจากการ “เล่น” และความบังเอิญโดยแท้

 

จะว่าไปแล้ว ตามธรรมชาติ ในลูกแพะลูกแกะที่ยังคงกินนมแม่อยู่นั้น

จะมีการผลิตชีสขึ้นเองตามธรรมชาติ จากนมแม่ที่หมักค้างอยู่ในกระเพาะ

เพราะในกระเพาะของลูกสัตว์เคี้ยวเอื้องที่ยังไม่ได้หย่านมนั้น จะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยย่อยให้โปรตีนในนมแม่ที่กินเข้าไปนั้น จับตัวเป็นก้อนได้

เมื่อมนุษย์ฆ่าลูกสัตว์เหล่านี้มากินเล่นเป็นอาหาร ก็พบว่าในกระเพาะมีนมหมักที่แข็งตัวเป็นก้อนอยู่

จึงลองชิมดู กินได้ กลิ่นแรง รสแปลก แต่อร่อยดี

 

มนุษย์ชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายยังเอากระเพาะสัตว์มาใช้เป็นถุงบรรจุของเหลว

เมื่อใช้เก็บนม เกิดจับตัวเป็นก้อน ด้วยยังคงมีเอนไซม์ที่ค้างอยู่ในกระเพาะ

กระบวนการเกิดชีสจึงเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญโดยแท้

 

กระบวนการเกิดเต้าหู้ก็ไม่ต่างกัน

เป็นกระบวนการการจับตัวเป็นก้อนของนมถั่วเหลือง

เมื่อผสมกับเกลือบางอย่าง อย่างเช่น ดีเกลือฝรั่ง (Epsom Salts) หรือเกลือจืด (ยิปซั่ม)

เกลือพวกนี้จะช่วยทำให้โปรตีนในนมถั่วเหลืองที่ต้มให้สุกแล้ว เกิดการแข็งตัว

ถึงจะเกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มนุษย์ต้องมีความสงสัย ช่างสังเกต เรียนรู้และลองเล่นจนเป็นเรื่อง

 

เครดิตภาพ

misselainie.wordpress.com

เล่นเล่น เป็นแคว่กแคว่ก

 

ตีนตุ๊กแก ที่เราเรียกอย่างลำลองว่า “แคว่กแคว่ก”

หรือเรียกตามยี่ห้อว่า “เวลโคร่” (Velcro) นั้น

ก็มีการค้นพบที่เกิดจากการ “เล่น” และความบังเอิญเช่นกัน

 

เรื่องมีอยู่ว่า

ในราวปี 1940s (หรือราว ๒๔๘๐ เมื่อ 80 กว่าปีมาแล้ว)

วิศวกรไฟฟ้าชาวสวิสท่านหนึ่ง นาม ฌอร์ช เดอ เม-ทราล (George de Mestral)

ออกไปล่าสัตว์ในแถบเทือกเขาแอลป์พร้อมกับสุนัขคู่ใจ

เมื่อกลับมาพบว่ามีลูกไม้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นหนามๆ ปลิวมาติดตามเสื้อโค้ท ถุงเท้า หรือแม้แต่ที่ขนของเจ้ามิลก้า (Milka) เต็มไปหมด

 

ความสนใจใคร่รู้ (ปนความรำคาญ) ทำให้ฌอร์ชนำลูกไม้ชนิดนี้ไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์

จึงพบว่าที่ปลายของเจ้าหนามแหลมๆ เหล่านั้นกลับมีรูปร่างเป็นตะขอเล็กๆ

ทำให้ยากในการแกะ เมื่อเกี่ยวกับพื้นผิวอย่างเสื้อผ้า หรือขนสัตว์

 

และนี่เองที่เป็นโครงสร้างที่เป็นหัวใจของอุปกรณ์ติดยึดชนิดใหม่

อันประกอบด้วย 2 ชิ้น

ชิ้นหนึ่งเป็นดงหนามไนล่อน โค้งเป็นตะขอเล็กๆ ที่ส่วนปลาย ไว้สำหรับเกี่ยว เลียนแบบลักษณะของหนามลูกไม้เจ้าปัญหาดังกล่าว

ส่วนอีกชิ้นเป็นแผ่นขนฟูๆ ทำจากเส้นใยพลาสติกฝอยๆ เป็นห่วงเล็กๆ จำนวนมาก เลียนแบบผ้าขนสัตว์ เพื่อใช้เป็นที่ยึดเกี่ยวของแผ่นหนามไนล่อน

 

สิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ของโลกจึงถือกำเนิดขึ้นโดยความบังเอิญ

จากความช่างสังเกต การทดลอง “เล่น” และลองผิดลองถูกของคุณปู่ฌอร์ชนั่นเอง

 

เครดิตภาพ

Fine Art America

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ