ศิลปะกับตึกเก่า
ปั้นหยาหลังคาแดง แบบ Hip and Valley ของตึกมิวเซียมสยาม
ศิลปะกับตึกเก่า
03 มี.ค. 67 813

ผู้เขียน : ยุภาพร ธัญวิวัฒน์กุล

              ใครผ่านไปมาบนถนนสนามไชยย่อมสะดุดตากับตึกฝรั่งสีเหลืองไข่ตัดกันกับหลังคาสีแดงของมิวเซียมสยาม ซึ่งหลังคารูปแบบนี้ เรียกว่า “หลังคาปั้นหยา” เป็นรูปแบบหลังคาที่ไทยได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก นิยมใช้กับอาคารและเรือนแบบตะวันตกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

               "ปั้นหยา" เป็นคำศัพท์เฉพาะใช้เรียกรูปแบบหลังคาที่ลาดเอียงคลุมทั้งสี่ด้านบรรจบกันเป็นสันหลังคาและไม่มีหน้าจั่ว มุงด้วยกระเบื้องรูปสามเหลี่ยมเปียกปูน หรือมักเรียกว่า "กระเบื้องว่าว" ทำจากคอนกรีตแผ่นใหญ่ขนาด 9 นิ้ว หรือ 13 นิ้ว แตกต่างจากกระเบื้องแบบไทยที่ทำด้วยดินเผาและมีขนาดเล็กกว่า

               หลังคาปั้นหยา (Hip Roof) ถูกคิดขึ้นครั้งแรกโดยชาวอียิปต์โบราณเมื่อราว 3,500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาชาวกรีก-โรมันได้ดัดแปลงมาใช้เป็นหลังคาวิหารของกรีกโบราณ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1700 เกิดกระแสความนิยมการฟื้นฟูศิลปะแบบคลาสสิก หลังคาทรงปั้นหยามีความนิยมแพร่หลายโดยเฉพาะในอิตาลีและแถบยุโรปตอนใต้ที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นแต่ใช้กระเบื้องลอนมุงหลังคา ทั้งนี้ แผ่นกระเบื้องคอนกรีตถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 1840 โดยผู้ผลิตปูนซีเมนต์สัญชาติเยอรมันชื่ออดอล์ฟ โครเออร์ (Adolph Kroher) และหลังคาปั้นหยาแผ่อิทธิพลเข้ามาในเอเชียอาคเนย์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

               หลังคาปั้นหยามีหลายรูปทรงขึ้นอยู่กับแบบโครงสร้างของอาคาร กรณีตึกมิวเซียมสยามมีแผนผังเป็นรูปตัว E สถาปนิกจึงเลือกใช้หลังคาปั้นหยาแบบ Hip and Valley เพื่อให้สอบรับกับโครงสร้างอาคาร ประกอบด้วยหลังคาด้านที่ลาดเอียงบรรจบกันที่สันเขา (Hip) รับน้ำหนักด้วยตะเฆ่สัน และส่วนหลังคาที่ลาดเอียงแล้วบรรจบกันที่มุมด้านในเข้ากันเป็นหุบเขาของหลังคา (Valley) รับน้ำหนักด้วยตะเฆ่ราง จุดนี้เป็นบริเวณรอยต่อแผ่นกระเบื้อง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดรอยรั่วได้ง่ายที่สุดของหลังคาแบบนี้

               ข้อเด่นของหลังคาปั้นหยาตึกมิวเซียมสยาม เป็นหลังคาที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่เป็นโถงพื้นที่กว้างประมาณ 420 ตร.ม. มาริโอ ตามาญโญ สถาปนิกได้ออกแบบเป็นห้องใต้หลังคา (Attic) พร้อมกับสร้างบันไดเชื่อมต่อจากชั้นที่ 3 ให้ขึ้นสู่ห้องใต้หลังคาได้โดยสะดวก เพื่อง่ายต่อการบำรุงซ่อมหลังคาแล้วยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อีกด้วย

 

ภาพที่ 1 ลักษณะหลังคาปั้นหยาแบบ Hip and Valley

 

 

ภาพที่ 2 บันไดทางขึ้นสู่ห้องใต้หลังคาที่เชื่อมต่อจากบันไดชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่ปิด

 

 

ภาพที่ 3 ห้องใต้หลังคา มิวเซียมสยามจะเปิดให้เข้าชมห้องใต้หลังคาได้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น

 

ทำไมต้องใช้กระเบื้องสีแดง

               ปัจจุบันยังไม่พบบันทึกเอกสารใดที่กล่าวอธิบายถึงกระเบื้องสีแดงที่นิยมใช้มุงหลังคาอาคารในสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ทั้งนี้มีผู้สันนิษฐานว่าความนิยมสีแดงน่าจะมาจากข้อจำกัดเรื่องเฉดสีที่ได้จากธรรมชาติ อย่างสีแดงที่ได้จากดินสีแดง (Red ochre) และนำมาใช้เคลือบผิว อีกทั้งกระเบื้องซีเมนต์ที่ใช้ในระยะแรกต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศจึงนิยมสั่งคราวละมากๆ เพื่อประหยัดเวลาและค่าขนส่งก็อาจเป็นได้

 

หมายเหตุ

  • “ปั้นหยา” ปรากฎเป็นครั้งแรกกล่าวถึง พระตำหนักปั้นหยา ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งอยู่ในวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีความว่าพระตำหนักอย่างเทศ ด้วยเป็นอาคารทรงตึก 3 ชั้นแบบตะวันตก

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.partsofaroof.com/types-of-roofs#hip%20and%20valley%20roof

https://hproofs.com/a-history-of-the-hip-roof

https://www.britannica.com/technology/hip-roof

https://home.howstuffworks.com/home-improvement/construction/materials/concrete-roofs2.htm#:~:text=Concrete%20tiles%20were%20first%20introduced,hold%20up%20to%20this%20day.

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4978.180

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ