ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ
ถ้าพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่เริ่มจากอาคารที่ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงโดยเฉพาะ สถานที่แห่งนี้เริ่มจาก “บ้าน” ของสถาปนิที่ได้รับการออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่อยู่อาศัย ห้องทดลองทางความคิด และเวทีโชว์คอลเลกชันไปพร้อมกัน เซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม (Sir John Soane’s Museum) คือพิพิธภัณฑ์ขนาดกะทัดรัดในจัตุรัสประวัติศาสตร์ใจกลางลอนดอน ที่ซ่อนลูกเล่นการออกแบบ การจัดแสดง และเรื่องเล่าหลายชั้นในสถาปัตยกรรม จากห้องเล็กที่ซ่อนภาพจำนวนมากด้วยผนังพับได้ ไปจนถึงห้องใต้ดินที่เก็บโบราณวัตถุระดับโลก บทความนี้จะชวนคุณไปรู้จักพิพิธภัณฑ์บ้านที่มีลูกเล่นในการจัดแสดง และการตีความหมายใหม่ของวัตถุเดิมในบริบทปัจจุบัน
เซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม ไม่ได้เกิดจากโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ใหม่ แต่เติบโตขึ้นจากบ้านจริงของเซอร์ จอห์น โซน (Sir John Soane, 1753–1837) สถาปนิกคนสำคัญของอังกฤษ ผู้ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองทางสถาปัตยกรรมและการจัดแสดง เขาเริ่มจากการซื้อบ้านในจัตุรัสประวัติศาสตร์ใจกลางลอนดอน แล้วทยอยปรับ รื้อ ต่อ เติม และเชื่อมอาคารเข้าด้วยกันเป็นช่วง ๆ จนกลายเป็นโครงสร้างซับซ้อนที่รวมบ้าน สตูดิโอทำงาน ห้องบรรยาย และพื้นที่แสดงคอลเลกชันไว้ในสถานที่เดียวกัน
ความตั้งใจของโซนไม่ใช่เพียงการเพิ่มสิ่งสะสม แต่คือการ “ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้” ในอาคาร เขาจัดวางช่องแสง กระจกเงา และลำดับห้อง เพื่อควบคุมจังหวะการมองเห็น ให้ผู้เข้าชมค่อย ๆ พบวัตถุและภาพในมุมที่แตกต่างกัน ราวกับกำลังเดินผ่านบทเรียนสามมิติด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม บ้านทั้งหลังจึงทำหน้าที่เหมือนตู้จัดแสดงขนาดอาคาร มากกว่าจะเป็นเพียงสถานที่เก็บของสะสม
อาคารหน้ากว้างของเซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม สะท้อนความเรียบง่ายของสถาปัตยกรรม แต่ซ่อนรายละเอียดไว้อย่างประณีต จังหวะของหน้าต่าง เสา และซุ้มโค้ง ชวนให้มองเหมือนบ้านผู้ดีเก่า ทว่าภายในคือโลกของการทดลอง การสะสม และการจัดแสดงที่พลิกความหมายของคำว่า “บ้าน” ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (ภาพจาก Sir John Soane’s Museum Foundation. (2020). Exterior view of Sir John Soane’s Museum [Photograph]. Soane Foundation. https://soanefoundation.org/wp-content/uploads/2020/11/exterior.jpg)
โซนผลักดันกฎหมายเมื่อ ค.ศ. 1833 เพื่อกำหนดให้บ้านและคอลเลกชันต้องได้รับการดูแลหลังการเสียชีวิต เมื่อโซนถึงแก่อสัญกรรม ค.ศ. 1837 สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อสาธารณชนในการดูแลของคณะกรรมการกองทุน นับเป็นตัวอย่างแรก ๆ ของ “พิพิธภัณฑ์บ้าน” ที่เจ้าของวางแผนในการบริหารจัดการไว้ล่วงหน้า ทุกวันนี้ ผู้ชมไม่เพียงเห็นโบราณวัตถุหรือผลงานศิลปะ แต่ได้สัมผัสวิธีคิดของนักสะสมและสถาปนิกที่รังสรรค์พิพิธภัณฑ์แห่งนี้
เมื่อก้าวเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สิ่งที่ผู้ชมจำนวนมากสังเกตได้ทันทีคือ บรรยากาศที่ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่เน้นความโล่งและเส้นทางชัดเจน แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบให้ผู้ชมค้นหา ปรากฏห้องเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินแคบ ระดับพื้นและเพดานเปลี่ยนไปเป็นช่วง ๆ แสงธรรมชาติสาดส่องจากภายนอกที่คำนวณไว้อย่างดี ทำให้การชมแต่ละจุดมีจังหวะและอารมณ์ต่างกัน งานโครงสร้างภายในเป็นเครื่องมือกำกับสายตาและความรู้สึก ราวกับว่าอาคารทั้งหลังคือนิทรรศการ
ภายในเซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม ใช้ความสูงของผนังเป็นพื้นที่เล่าเรื่อง ชิ้นงานเรียงซ้อนขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ช่องแสงด้านบนดึงแสงธรรมชาติสาดเข้ามาภายใน ช่วยขับรูปทรงและพื้นผิวให้เด่นชัด ทำให้สถาปัตยกรรมกับการจัดแสดงผสานกันอยู่ในที (ภาพจาก Acroterion. (1983, July). Sculpture gallery, the Soane Museum, London [Photograph]. Wikimedia Commons. https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/09/Soane_museum_gallery.jpg/1280px-Soane_museum_gallery.jpg)
หนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกที่นักพิพิธภัณฑ์มักยกถึงคือ Picture Room ห้องขนาดไม่ใหญ่แต่แสดงภาพได้มากกว่าที่คิด เพราะผนังถูกออกแบบเป็นแผงซ้อนแบบเปิด–ปิดได้ แต่ละแผงทำหน้าที่เหมือนชั้นแขวนภาพอีกชุดหนึ่ง เมื่อเปิดออก ผู้ชมจะพบงานที่ซ่อนอยู่ด้านในต่อเนื่องเป็นลำดับ วิธีนี้ช่วยแก้โจทย์พื้นที่จำกัดได้อย่างชาญฉลาด และยังสร้างประสบการณ์ชมงานที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าการแขวนภาพบนผนัง
โดยภาพรวม คอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ได้รับการจัดเรียงตามมุมมองและแนวคิดของโซนเอง จึงทำให้การชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ใน “ความคิดของนักสะสม” นับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ Sir John Soane’s Museum ที่ยังได้รับกล่าวถึงอยู่เสมอ
แม้เซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม จะคงบรรยากาศการจัดแสดงแบบบ้านพิพิธภัณฑ์ดั้งเดิม แต่การเล่าเรื่องของคอลเลกชันไม่ได้หยุดอยู่กับกรอบความหมายแบบเดิมเสมอไป ตัวอย่างที่น่าสนใจคือโครงการนิทรรศการออนไลน์ Queer Revelations ซึ่งชวนอ่านวัตถุในพิพิธภัณฑ์ผ่านมุมมองด้านเพศ อัตลักษณ์ และความสัมพันธ์ที่หลากหลาย โดยเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ร่วมคัดเลือกชิ้นงานและเล่าเรื่องจากมุมมองใหม่ ทำให้ของสะสมที่หลายคนคุ้นตา กลับมีชั้นความหมายเพิ่มขึ้น
วัตถุหลายชิ้นในคอลเลกชันเชื่อมโยงกับเรื่องราวความรักและอัตลักษณ์ที่อยู่นอกกรอบสังคมแบบดั้งเดิม ดังเช่นประติมากรรมแอนตินูอุส (Antinous) คนรักของกษัตริย์เฮเดรียน (Hadrian) ซึ่งแต่เดิมมักอธิบายถึงต้นแบบความงามในศิลปะคลาสสิก ในการตีความใหม่จะชวนให้ผู้ชมมองต่อไปอีกขั้นว่า เขายังเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ชายรักชายที่ได้รับการกล่าวถึงและถ่ายทอดเรื่องราวในผลงานศิลปะด้วย จึงเห็นได้ว่ามุมมองต่อวัตถุนั้นเปลี่ยนไปได้ เพียงเราเปลี่ยนคำถามกับสิ่งนั้น
ประติมากรรมนูนต่ำแสดงฉากจักรพรรดิ Hadrian (เฮเดรียน) แห่งโรมัน พร้อมคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึง Antinous (แอนตินูอุส) สหายคนใกล้ชิดผู้ได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างความงามคลาสสิกหลังเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผลงานชิ้นนี้ถูกนำมาตีความใหม่ในบริบทนิทรรศการ เรื่อง Queer Revelations เพื่อชี้ให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ศิลปะและคอลเลกชันโบราณยังเก็บงำเรื่องราวความหลากหลายทางเพศไว้ (ภาพจาก Sir John Soane’s Museum. (n.d.). Hadrian and Antinous roundel [Photograph]. https://www.soane.org/sites/default/files/gallery/Hadrian%20and%20Antinous%20roundel%202.jpg)
อีกกรณีหนึ่งคือเรื่องของเชอวาลิเยร์ เดอง (Chevalier d’Éon) บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้เคยเป็นทั้งทหาร นักการทูต และสายลับของราชสำนัก แต่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต เดองได้ขอการรับรองอย่างเป็นทางการในฐานะผู้หญิง และดำเนินชีวิตเช่นนั้นจนถึงวาระสุดท้าย พิพิธภัณฑ์เลือกเล่าประวัติดังกล่าวเพื่อชี้ให้เห็นถึงการยืนยันตัวตนและใช้ชีวิตตามอัตลักษณ์ ให้ผู้ชมตระหนักถึงเรื่องเพศและตัวตนในประวัติศาสตร์ที่ใกล้ตัวและร่วมสมัยยิ่งขึ้น
เซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียมสะท้อนประเด็นสำคัญหลายด้าน ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์บ้านซึ่งเจ้าของออกแบบให้อาคารทั้งหลังทำหน้าที่เล่าเรื่อง ผู้ชมจึงได้สัมผัสแนวคิดทางสถาปัตยกรรม ไม่ใช่เพียงชมวัตถุในตู้จัดแสดงเท่านั้น รูปแบบการจัดวาง ผังห้อง การใช้แสง และกลไกของผนัง สะท้อนการออกแบบประสบการณ์การชม ที่เป็นหัวใจของงานพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่ก่อนยุคสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน การตีความคอลเลกชันด้วยมุมมองใหม่ก็ช่วยเปิดทางให้เกิดเรื่องเล่าชุดใหม่ ทำให้สิ่งเดิมยังสื่อสารกับผู้ชมร่วมสมัยได้อีกคำรบหนึ่ง
ภาพปก ภายในพื้นที่จัดแสดงของเซอร์จอห์น โซนส์ มิวเซียม ที่ได้รับการบูรณะภายใต้โครงการ Opening Up the Soane – Phase I (เริ่มปี 2011) ซึ่งปรับห้องเดิมให้กลับมาใกล้เคียงแนวคิดของโซน พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่นิทรรศการสำหรับผู้ชมร่วมสมัย ตัวอย่างในภาพคือบรรยากาศการจัดแสดงนิทรรศการ Drawn from the Antique: Artists & the Classical Ideal (2015) ที่ชี้ให้เห็นการใช้ประติมากรรมคลาสสิกเป็นต้นแบบฝึกวาดของศิลปินยุโรป (ภาพจาก Sir John Soane’s Museum. (2015). Drawn from the Antique: Artists & the Classical Ideal exhibition installation [Photograph]. https://www.soane.org/sites/default/files/gallery/soane-gallery-outs-phase-1.jpg)
Sir John Soane’s Museum. (2024, June 1). Queer revelations [Online exhibition]. https://www.soane.org/exhibitions/queer-revelations
Sir John Soane’s Museum. (2024, July 16). The Picture Room. https://www.soane.org/picture-room.
Sir John Soane’s Museum. (n.d.). About (Soane Foundation). https://soanefoundation.org/about/
Sir John Soane’s Museum. (n.d.). Sir John Soane’s Museum (overview). In Museums London. https://www.museumslondon.org/museum/219/sir-john-soanes-museum
Wikipedia contributors. (n.d.). Sir John Soane’s Museum. In Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/Sir_John_Soane%27s_Museum
Wikipedia contributors. (n.d.). John Soane. In Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/John_Soane