Fun Facts on Muse
เดอ โลเยอไร กับมรดกอุตสาหกรรมเครื่องหนัง
Fun Facts on Muse
23 ก.ค. 69 31

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย รองเท้าแบรนด์ Ecco คือสัญลักษณ์ของความทนทานและคุณภาพอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่จะมีใครรู้บ้างว่า เบื้องหลังรองเท้า กระเป๋า หรือเข็มขัดแต่ละผืนที่ Ecco ผลิตออกมานั้น มีรากฐานประวัติศาสตร์อันยาวนานฝังตัวอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ ในเนเธอร์แลนด์ที่ชื่อว่า ดองเงิน (Dongen)

ในอดีต มณฑลบราแบนต์ (Brabant) เคยเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมฟอกหนังทั่วทั้งเนเธอร์แลนด์ และเมืองดองเงินคือศูนย์กลางที่เคยเป็นแหล่งโรงงานฟอกหนังมากถึง 125 แห่ง ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป โรงงานเหล่านั้นเกือบทั้งหมดได้ทยอยปิดตัวลง จนแทบไม่เหลือร่องรอยความยิ่งใหญ่ในอดีตให้เห็น ทว่ามรดกทางปัญญาของเมืองกลับดึงดูดให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Ecco เข้ามาตั้งฐานการผลิตหนังที่นี่

ขณะเดียวกัน โรงงานฟอกหนังโบราณอย่างเฮสเซิลส์ (Hessels) ที่สร้างขึ้นในปี 1889 ก็ได้รับการอนุรักษ์และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร (De Looierij) เพื่อในการถ่ายทอดเรื่องราวของอุตสาหกรรมเครื่องหนังให้ผู้มาเยือนเรียนรู้การผลิตหนัง และสัมผัสกับบรรยากาศการทำงานและชุมชนที่เติบโตเคียงข้างอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน

1. จากโรงฟอกหนังสู่มรดกของเมือง

เรื่องราวของ เดอ โลเยอไรเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1883 เมื่อโยฮันเนิส รอปส์ (Johannes Rops) ประกอบอาชีพฟอกหนังอยู่ในโรงเรือนเล็กบนถนนเคิร์กสตราต (Kerkstraat) เพียงหกปีต่อมา โรงเรือนแห่งนั้นได้รับการพัฒนาเป็นโรงฟอกหนังเต็มรูปแบบ พร้อมอาคารสำหรับกระบวนการฟอกและชั้นตากหนัง สะท้อนการเติบโตของกิจการในช่วงที่อุตสาหกรรมฟอกหนังกำลังขยายตัว

การเปลี่ยนมือสู่ตระกูลเฮสเซิลส์ (Hessels) ค.ศ. 1904 ทำให้โรงฟอกหนังแห่งนี้ยังคงปรับตัวตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแทนกังหันลม การขยายอาคาร และการเพิ่มเครื่องยนต์ก๊าซเพื่อรองรับกำลังการผลิต สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมและความต้องการของกิจการครอบครัวที่ดำเนินต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน

โรงฟอกหนังตระกูลเฮสเซิลส์บนถนน Kerkstraat เมืองดองเงิน เผยให้เห็นโครงสร้างอาคารหลังการขยายพื้นที่ในช่วงหลังปี 1943 ซึ่งปัจจุบันได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้ในฐานะพิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไล (ที่มา: Museum De Looierij Digital Collection)

สงครามโลกครั้งที่สองนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาคารได้รับการปรับขยายจนมีลักษณะใกล้เคียงกับที่เห็นในปัจจุบัน แต่ในเวลาเดียวกัน การขาดแคลนวัตถุดิบทำให้โรงฟอกหนังไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ พื้นที่ซึ่งเคยเป็นสถานที่ผลิตหนังกลับกลายเป็นโรงเรียนสอนช่างทำรองเท้า และต่อมายังเปิดรับนักเรียนจากโรงเรียนลอเรนติอุส (Laurentiusschool) เข้าใช้อาคารชั่วคราว

หลังสงคราม กิจการฟอกหนังกลับมาดำเนินต่ออีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทเป็นโรงงานผลิตรองเท้าแตะ HECADO ค.ศ. 1964 ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของอุตสาหกรรมตามสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงงานยุติการผลิตอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1997 อาคารหลังนี้ก็ไม่ได้ถูกปล่อยให้ร้าง หากเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในปีเดียวกัน เมื่อมูลนิธิดงฮา-เฮม (Stichting Dongha-Heem) เข้าซื้ออาคารด้วยเงินกู้จากเทศบาล และเริ่มโครงการบูรณะเพื่อเปลี่ยนโรงงานเดิมให้เป็นพิพิธภัณฑ์

การฟื้นคืนชีวิตของอาคารไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากเป็นการบูรณะอย่างต่อเนื่อง โรงงานกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ดงฮา (Dongha Museum) และเปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ. 2000 การบูรณะอาคารภายนอกครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2010 ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์สังคมแรงงาน โรงฟอกหนังเฮสเซิลส์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ (rijksmonument) ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ และเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้ง ค.ศ. 2011 ภายใต้ชื่อ พิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร ในเวลานี้โรงงานที่เคยผลิตหนังกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน เทคโนโลยี และชุมชนที่เคยเติบโตจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง

2. เมื่อโรงฟอกหนังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่พิพิธภัณฑ์ ผู้มาเยือนจะพบกับพื้นที่ต้อนรับที่ผสานร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และจุดประชาสัมพันธ์ไว้ด้วยกัน บริเวณนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นลานบ่อฟอกหนังในอดีต บ่อฟอกหนังเดิมยังคงได้รับการอนุรักษ์และผสานเข้ากับพื้นอาคาร โดยหนึ่งในบ่อถูกปิดทับด้วยแผ่นกระจกใส เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้มองเห็นโครงสร้างเดิมของโรงงานตั้งแต่เริ่มต้นการเยี่ยมชม พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิต จึงกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและสร้างบทสนทนาระหว่างผู้คนกับประวัติศาสตร์อย่างแนบเนียน

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเรียนรู้ “เดอ โลยรูเตอ” (De Looiroute) นิทรรศการถาวรที่ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของพิพิธภัณฑ์ เส้นทางนี้พาผู้ชมติดตามกระบวนการฟอกหนังอย่างเป็นลำดับ เส้นทาง "จากวัวสู่แผ่นหนัง" ถ่ายทอดกระบวนการผลิตตั้งแต่หนังดิบแปรรูปจนกลายเป็นแผ่นหนังสำเร็จรูป ผ่านสื่อผสมที่ร้อยเรียงภาพ เสียง ข้อความ และเครื่องมือดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ถังฟอกหนังคอนกรีตและอุปกรณ์ทำงานของจริงถูกนำมาร่วมเล่าเรื่องอย่างลงตัว สะท้อนความย้อนแย้งระหว่างงานฟอกหนังในอดีตที่ทั้งหนักหนาและเปรอะเปื้อน สู่พื้นที่เรียนรู้ที่อบอุ่นและเข้าถึงง่าย

เมื่อขึ้นสู่ชั้นบนสุด เรื่องราวของอาคารขยายสู่ประวัติศาสตร์ของเมืองในนิทรรศการ “ดองเงิน จากศูนย์สู่ปัจจุบัน” (Dongen, Van Nul tot Nu) ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นห้องผลิตรองเท้าแตะ นิทรรศการนำเสนอพัฒนาการของเมืองดองเงินตั้งแต่ภูมิประเทศดั้งเดิม ชุมชนยุคแรก การเติบโตของอุตสาหกรรมฟอกหนัง บทบาทของสถาบันศาสนา ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในยุคต่อมา ทำให้ผู้ชมมองเห็นว่าอุตสาหกรรมฟอกหนังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองที่เชื่อมโยงกับผู้คน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสังคมในภาพรวม

บรรยากาศนิทรรศการถาวรภายในพิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร จัดแสดงแผ่นหนังสีสันหลากหลายแขวนเรียงราย พร้อมโต๊ะจัดแสดงเครื่องมือช่างฟอกหนังดั้งเดิมและตัวอย่างแผ่นหนัง สะท้อนกระบวนการแปรรูปหนังและบรรยากาศการทำงานในอดีตอย่างมีชีวิตชีวา (ที่มา: พิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร)

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้มาเยือนไม่ได้เรียนรู้เรื่องการฟอกหนังจากป้ายคำอธิบายเพียงอย่างเดียว หากเรียนรู้ด้วยการเยี่ยมชมส่วนต่าง ๆ ภายในอาคารที่เคยทำหน้าที่เป็นโรงฟอกหนังจริง ตัวอาคารจริงจึงเป็นเสมือนสิ่งจัดแสดงหลัก พื้นที่ทางประวัติศาสตร์อย่างห้องหมักหนัง (nathuis) พื้นที่ขัดแต่งหนัง (touwerij) และชั้นดัดแห้ง (droogzolder) ยังคงรักษาสภาพโครงสร้างเดิมไว้ ผู้ชมจึงไม่ได้เพียงแค่ชมข้าวของเครื่องใช้ แต่กำลังลัดเลาะไปตามสายการผลิตของช่างฟอกหนังยุคก่อน

นอกเหนือจากนิทรรศการถาวร พิพิธภัณฑ์ยังจัดนิทรรศการหมุนเวียนภายในนาท์เฮาส์ใหม่ โดยเปิดพื้นที่ให้ทั้งศิลปะร่วมสมัย ประเด็นทางสังคม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผลัดเปลี่ยนเข้ามาสื่อสารกับผู้ชมทุก 3–5 เดือน แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าพิพิธภัณฑ์รักษาทั้งอดีต และเปิดพื้นที่ให้ประเด็นร่วมสมัยเข้ามาสนทนากับมรดกอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง พิพิธภัณฑ์ยังจัดกิจกรรมการลงมือปฏิบัติในเวิร์กช็อปงานเครื่องหนัง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง โดยมีอาสาสมัครของพิพิธภัณฑ์คอยแนะนำตลอดกระบวนการ กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสวัสดุ เทคนิค และทักษะงานฝีมือ อันเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมที่เคยสร้างชื่อให้กับเมืองแห่งนี้

3. จากอาคารสู่เมือง จากเมืองสู่โลกดิจิทัล

การเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไรไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อผู้ชมเดินออกจากอาคาร หากขยายออกไปสู่พื้นที่ของเมืองดองเงินและสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่ามรดกอุตสาหกรรมมิได้ดำรงอยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังหลงเหลืออยู่ในภูมิทัศน์ ถนน อาคาร และความทรงจำของชุมชน

พิพิธภัณฑ์จัดกิจกรรมเดินสำรวจเมืองใน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง “ความทรงจำแห่งการฟอกหนัง” (Looiherinneringen) ซึ่งพาผู้เข้าชมเดินตามถนนเคิร์กสตราต (Kerkstraat) และพื้นที่โดยรอบ เพื่อค้นหาร่องรอยของอุตสาหกรรมฟอกหนังและการผลิตรองเท้าที่เคยหล่อหลอมเมืองดองเงิน อีกเส้นทางหนึ่งคือการเดินศึกษาประวัติศาสตร์เมือง (Geschiedkundige wandeling) ซึ่งเชื่อมโยงพัฒนาการของดองเงินเข้ากับหอคอยยุคกลางของโบสถ์เก่า อาคารที่ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 และยังคงทำหน้าที่เป็นพยานของประวัติศาสตร์เมืองมาจนถึงปัจจุบัน การเดินทั้งสองเส้นทางจึงเป็นทั้งการท่องเที่ยวและการอ่านเมืองผ่านหลักฐานทางกายภาพที่ยังคงปรากฏในปัจจุบัน

การเรียนรู้ยังขยายสู่เส้นทางจักรยาน “ระหว่างดอนทรายและลำคลอง” (Tussen Donk en Vaart) ซึ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของเมืองเข้ากับภูมิประเทศ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สำรวจภูมิทัศน์ที่ก่อร่างขึ้นจากแม่น้ำดอนเคอ (Donge) พื้นที่รอยต่อระหว่างดินทรายกับดินเหนียว ตลอดจนผลกระทบของการใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจกรรมของมนุษย์ที่หล่อหลอมภูมิประเทศในปัจจุบัน ตลอดเส้นทางมีจุดเรียนรู้ 16 แห่ง พร้อม QR Code ที่เชื่อมโยงไปยังเรื่องเล่า ภาพถ่าย และสื่อวิดีโอ ช่วยให้ภูมิทัศน์รอบเมืองกลายเป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

บรรยากาศกิจกรรมเวิร์กช็อปทำเครื่องหนังภายในพิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร เมืองดองเงิน ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าชมทุกวัยได้ทดลองฝึกทักษะงานช่างด้วยตนเอง โดยมีภาพถ่ายจดหมายเหตุของครอบครัวช่างฟอกหนังในอดีตประดับบนผนังเป็นฉากหลัง สะท้อนการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับกิจกรรมการเรียนรู้ของคนรุ่นปัจจุบันอย่างลงตัว แหล่งข้อมูลภาพ: Omroep Brabant (Photo: Museum De Looierij / Hans Janssen)

ในเวลาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์ยังต่อยอดการเข้าถึงองค์ความรู้ด้วยบริการดิจิทัล ผู้สนใจสามารถค้นคว้าคอลเลกชันออนไลน์ได้จากทุกแห่ง โดยฐานข้อมูลเปิดให้เข้าถึง ภาพดิจิทัลของวัตถุจำนวนกว่า 1,000 รายการ และสื่อทัศนวัสดุอีกจำนวนหนึ่ง ครอบคลุมภาพถ่าย ภาพพิมพ์ โปสการ์ด ภาพโฆษณา ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับโรงฟอกหนัง โรงงานรองเท้า และประวัติศาสตร์ของเมืองดองเงิน ระบบสืบค้นช่วยคัดกรองข้อมูลตามประเภทวัตถุ ผู้สร้าง คำสำคัญ หรือหัวเรื่อง ทำให้เป็นแหล่งข้อมูลที่สนับสนุนการศึกษาค้นคว้าและการวิจัยในระยะยาว

เมื่อพิจารณาภาพรวม จะเห็นว่าเดอ โลเยอไรไม่ได้จำกัดบทบาทของตนไว้เพียงการอนุรักษ์อาคารหรือการจัดแสดงวัตถุ หากสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงสถานที่จริง เรื่องเล่าของชุมชน ภูมิทัศน์เมือง และฐานข้อมูลดิจิทัลเข้าด้วยกัน เดอ โลเยอไรแสดงให้เห็นว่า การอนุรักษ์มรดกอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้หมายถึงการหยุดเวลาไว้กับอาคารเก่าหรือเครื่องจักรที่ปลดระวาง หากคือการสร้างความหมายใหม่ให้มรดกเหล่านั้นยังคงทำหน้าที่ในสังคมร่วมสมัย

โรงฟอกหนังที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองดองเงินจึงกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบันในรูปแบบนิทรรศการ กิจกรรมเชิงปฏิบัติ เส้นทางสำรวจเมือง และคลังข้อมูลดิจิทัลที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ความสำเร็จในโครงการมรดกอุตสาหกรรมด้วยการบูรณะอาคารเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากอยู่ที่การทำให้มรดกอุตสาหกรรมยังคงมีชีวิตอยู่ในความรับรู้ของผู้คน และทำหน้าที่เป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุภาพปก: ภาพปกนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์จิตรกรรมสีน้ำมัน โดยอ้างอิงองค์ประกอบและเรื่องราวจากภาพถ่ายจดหมายเหตุ "The defleshing of hides" (การเฉือนเศษเนื้อออกจากแผ่นหนัง) เลขวัตถุ 14258 จากคลังข้อมูลดิจิทัลของพิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร (Museum De Looierij) ต้นฉบับ: Museum De Looierij Digital Collection

แหล่งข้อมูล

De Looierij. (2025, June 10). Home - Historie, Ambacht, Kunst. https://delooierij.nl/

Janssen, H. (2021, 1 กรกฎาคม). Zelf leer bewerken kan in Museum De Looierij in Dongen [สามารถลงมือทำเครื่องหนังได้เองที่พิพิธภัณฑ์เดอ โลเยอไร ในเมืองดองเงิน]. Omroep Brabant. https://www.omroepbrabant.nl/nieuws/3402423/zelf-leer-bewerken-kan-in-museum-de-looierij-in-dongen

Omroep Brabant. (2021, September 12). Zelf leer bewerken kan in museum De Looierij in Dongen. https://www.omroepbrabant.nl/nieuws/3402423/zelf-leer-bewerken-kan-in-museum-de-looierij-in-dongen

Visit Brabant. (n.d.). Tannery Museum De Looierij. https://www.visitbrabant.com/en/locations/3871301081/tannery-museum-de-looierij

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ