Muse Around The World
"สร้างสรรค์ร่วม" กับผู้สูงวัย ณ หอศิลป์ดัลวิช
Muse Around The World
15 ก.ย. 68 398

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

บทความนี้แนะนำหอศิลป์ ประเทศอังกฤษ สำหรับผู้อ่านที่อาจยังไม่คุ้นเคย และอธิบายวิธีที่หอศิลป์ทำงาน “ร่วมกับ” ผู้สูงอายุในฐานะผู้ร่วมสร้างสรรค์ โดยเริ่มจากประวัติโดยสังเขปของสถานที่และพันธกิจ จากนั้นชี้ให้เห็นสิ่งที่หอศิลป์ลงมือทำ ในการส่งเสริมให้สาธารณชนเข้าถึงผลงานศิลปะอย่างเท่าเทียม ทั้งภายในกับภายนอกอาคาร และกิจกรรมนอกสถานที่ ในช่วงท้าย นำเสนอแนวทางแบบมีส่วนร่วมที่พิพิธภัณฑ์สามารถนำไปปรับใช้

หอศิลป์ดัลวัชคือที่ไหน ทำไมสำคัญ?

หอศิลป์ดัลวิชตั้งอยู่ที่ย่านดัลวิช ทางใต้ของแม่น้ำเทมส์ กรุงลอนดอน เป็นแกลเลอรีศิลปะ และก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1811 เพื่อเป็นหอศิลป์สาธารณะ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เซอร์จอห์น โซน (Sir John Soane) และเปิดต้อนรับสาธารณชนในปี 1817 หัวใจของอาคารคือ สุสาน (mausoleum) ตรงกลาง สะท้อนความตั้งใจเดิมของผู้ก่อตั้งทั้งเซอร์ฟรานซิส บูร์ชัว (Francis Bourgeois) และ โนเอล เดเซนฟองส์ (Noël Desenfans) ที่ระบุว่างานศิลป์และความทรงจำควรอยู่ “ในที่เดียวกัน” ชุดผลงานที่จัดแสดงภายในชื่อว่า Old Masters (ยุโรปยุคบาโรก–นีโอคลาสสิก) และภาพเหมือนของอังกฤษ ในสงครามโลกครั้งที่สอง พื้นที่สุสานและอาคารด้านตะวันตกเสียหาย ก่อนได้รับการบูรณะและเปิดใช้อีกครั้ง

หอศิลป์ดัลวิช มองจากสนามหญ้าและแปลงดอกแดฟโฟดิล ในย่านดัลวิช ลอนดอน (ภาพถ่ายโดย Stuart Leech; เผยแพร่ประกอบบทความของ Poppy Benner, Homes & Antiques, 2022) (แหล่งข้อมูล: Benner, P. (2022, April 18). Behind the scenes at Dulwich Picture Gallery. Homes & Antiques. Retrieved from  https://www.homesandantiques.com/antiques/collecting-guides-antiques/art/behind-the-scenes-at-dulwich-picture-gallery)

ในภารกิจปัจจุบัน หอศิลป์ยังคงนิยามตนเองว่าเป็นสถานที่ที่ “ศิลปะมีไว้เพื่อแบ่งปัน” และสานต่อบทบาทสาธารณะ ทั้งภายในและนอกอาคาร ผ่านนิทรรศการ ประติมากรรมกลางแจ้ง และโปรแกรมชุมชนในพื้นที่รอบ ๆ จึงเปรียบเหมือน “ศาลากลางเมือง” สำหรับศิลปะและการเรียนรู้ร่วมสมัยมากกว่าจะเป็นห้องภาพเงียบ ๆ เพียงอย่างเดียว ให้ผู้คนสัมผัสงานศิลป์ ตั้งแต่งานจิตรกรรมโบราณถึงประติมากรรมร่วมสมัย

นอกจากนี้ หอศิลป์ดัลวิชยังให้ความสำคัญกับกับชุมชนโดยรอบในเซาธ์วาร์ก แลมเบธ และลูอิชาม คำถามตั้งต้นในการทำงานกับผู้สูงวัยคือ “คอลเลกชันชั้นครูจะเชื่อมโยงกับชีวิตร่วมสมัยได้อย่างไร” คำถามนี้ทำให้ผู้คนมีสิทธิ์เลือกและนำเสนอมุมมองและการตีความที่หลากหลาย เราลองมาสำรวจว่าหอศิลป์ดัลวิชพัฒนากิจการเพื่อให้ผู้สูงวัยกลายเป็น “ผู้ร่วมสร้างสรรค์” ในงานพิพิธภัณฑ์อย่างไร

การร่วมสร้างพลังให้ผู้สูงวัย

ในทำงานกับผู้สูงอายุ หอศิลป์ดัลวิชยึดแนวคิดว่าศิลปะต้อง “มีชีวิต” และทำหน้าที่เป็นพลังทางสังคม จึงออกแบบให้สาธารณะเข้าถึงได้ทั้งในแกลเลอรีและนอกสถานที่ จุดเน้นคือการส่งเสริมให้ผู้ที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะ ในที่นี้ผู้สูงวัยที่เปราะบาง โดดเดี่ยว หรือเคลื่อนไหวลำบาก ด้วยหลักกการพื้นฐานที่เน้นการเข้าถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั่วถึง บรรยากาศที่เป็นกันเอง และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว จึงมีการทำงานกับภาคสาธารณสุขด้วยระบบ “ส่งต่อจากแพทย์/ผู้ดูแล” ให้ผู้สูงวัยเข้าชั้นเรียนศิลปะสำหรับผู้ที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม

การดำเนินงานมีความหลากหลาย ในส่วนการทำงานเพื่อผู้สูงวัยในอาคารจัดแสดงมีทั้งการเดินชมโดยวิทยากรที่สื่อสารอย่างเป็นมิตร ใช้เก้าอี้ออกแบบพิเศษให้นั่งสบาย และเวิร์กช็อปที่ศิลปินมืออาชีพสอนให้ผู้สูงวัยลงมือทำจริง ส่วนการจัดแสดงภายนอกอาคาร ทีมงานนำภาพจำลองคุณภาพสูงและอุปกรณ์ศิลปะไปตามศูนย์ชุมชนและที่พักอาศัย เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และเชิญชวนให้มาเยี่ยมชมหอศิลป์ นอกจากนี้ยังมีงานฉลองตามช่วงเวลาต่าง ๆ ของปี เพื่อสร้างเครือข่ายทางสังคมด้วยการส่งเสริมกิจกรรมระหว่างวัย

แผนที่ไอเดียจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการกับชุมชนของดัลวิชพิคเชอร์แกลเลอรี ครอบคลุมสามเขต—Lambeth, Southwark และ Lewisham โดยแต่ละพื้นที่รวบรวมโพสต์อิทข้อเสนอจากชาวชุมชนว่าอยากเห็นอะไรจากแกลเลอรี แถบด้านล่างคือทีม “นักวิจัยชุมชน” ผู้ลงพื้นที่เก็บมุมมองของสาธารณะ นับเป็นการทำงานแบบ “ทำร่วมกับชุมชน” เพื่อนำไปสู่การออกแบบนิทรรศการ โปรแกรม และความร่วมมือท้องถิ่นร่วมกัน (Source: Findlay, J. (2025, September 5). Ageing, agency and empathy: Towards equitable co-creation and collective imagining [Keynote presentation slides]. Museums and Ageing Colloquium, National Discovery Museum Institute & British Council (Thailand).)

ตัวอย่างรูปธรรมได้แก่โครงการในโรงพยาบาลในระยะเวลา 4 เดือน ที่ชวนผู้ป่วยที่ข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวร่างกายในระดับที่แตกต่างกัน ร่วมกันทำงานที่สร้างจากผ้าไหมร่วมกันจากชิ้นงานขนาดเล็กของแต่ละคน แล้วนำผลงานดังกล่าวมาจัดแสดงและสร้างแรงบันดาลใจ หลายคนที่เข้าร่วมโครงการกล่าวถึงความสบายใจและลดทอนความเจ็บปวดได้ชั่วขณะ ที่ได้เห็นผลงานที่เป็น “ของตนเอง” อีกโครงการที่สถานพยาบาลดูแลผู้สูงวัยในช่วงบั้นปลาย

หอศิลป์ยังใช้ภาพจำลองจากคอลเล็กชันเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนา ให้ผู้สูงวัยลองสวมเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ แล้วถ่ายภาพพอร์ตเทรตอย่างสง่างาม หลายคนแสดงความเห็นว่า “หัวเราะได้มากที่สุดในรอบหลายปี” นอกจากนี้ ที่บ้านพักคนชรา กิจกรรมปักผ้า “Stitched Stories” ดึงทักษะที่คุ้นเคยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาร้อยเรียงเรื่องราวของชีวิตจนกลายเป็นฉากจัดแสดงเล็ก ๆ ให้ครอบครัวได้ภาคภูมิ หลักการสำคัญในการทำงานทุกรูปแบบคือ ปรับสื่อให้เหมาะกับความสามารถ ให้ความสำคัญและคุณค่าของประสบการณ์ชีวิต และปิดท้ายด้วยช่วงเวลาของการแบ่งปัน ให้ผู้สูงอายุได้เล่าเรื่องของตนเองกับผู้อื่น

แนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในงานพิพิธภัณฑ์

นอกเหนือจากการทำงานกับผู้สูงวัยที่ออกแบบกิจกรรมให้หลากหลายแล้ว ปัจจุบันหอศิลป์ดัลวิชยังทำงาน “ร่วมกับ” ผู้สูงวัยอีกด้วย ในงานประชุมนานาชาติ “สูงวัยอย่างสร้างสรรค์ในพิพิธภัณฑ์” ที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ วันที่ 4-5 กันยายน 2568 โดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติกับบริติชเคานซิล ประเทศไทย เจน ฟินด์เลย์ หัวหน้าฝ่ายโปรแกรมและการมีส่วนร่วม (Head of Programme and Engagement) ในฐานะองค์ปาฐก กล่าวถึงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ของหอศิลป์ที่ให้คุณค่าต่อประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงอายุ

สมาชิกชุมชนกำลังติดโน้ตและโหวตด้วยสติกเกอร์บน ‘วงล้อไอเดีย’ เพื่อร่วมออกแบบโปรแกรมของหอศิลป์
(แหล่งข้อมูล: Findlay, J. (2025, September 5). Ageing, agency and empathy: Towards equitable co-creation and collective imagining [Keynote presentation slides]. Museums and Ageing Colloquium, National Discovery Museum Institute & British Council (Thailand).)

จุดมุ่งหมายของการทำงาน คือการปรับสมดุลอำนาจความรู้ระหว่างพิพิธภัณฑ์กับผู้สูงวัย เจนกล่าวถึงการตั้งคำถามและวิธีการที่ “ตรงกับบริบทจริง” ด้วยการเปิดรับมุมมองหลากหลาย เสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับองค์กร และสร้างหลักฐานที่ผู้บริหารใช้ตัดสินใจ หอศิลป์สรรหานักวิจัยชุมชนแบบเปิดแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่เป้าหมายเป็นตัวแทนชุมชนจากหลากหลายวัย ในระยะเวลา 1 ปี ทีมวิจัยชุมชนจัดกิจกรรม 22 ครั้ง พูดคุยกับผู้คนกว่า 225 คน ตามศูนย์ชุมชน ห้องสมุด โบสถ์ ศูนย์สุขภาพ ศูนย์การค้า คาเฟ่ และเทศกาลชุมชน คือไปหากลุ่มที่ปกติ “ไม่มาเยี่ยม” โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจเป็นผู้โดดเดี่ยวทางสังคม ในการสำรวจความต้องการของผู้สูงวัย และความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่ผู้สูงวัยร่วมสร้างสรรค์ในการทำงานของพิพิธภัณฑ์

จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอถึงแกลเลอรี ในรายงาน ชี้ชัดว่ากิจกรรมต่าง ๆ ช่วยเชื่อมโยงกับเพื่อนใหม่และพื้นที่ของตนมากขึ้น และผู้สูงวัยมีอำนาจตัดสินใจ ดังเช่นผู้สูงวัยเป็นผู้นำ ออกแบบโปรแกรม เช่น Sculpture Walks ในการเดินชมประติมากรรมร่วมสมัย และสนทนาด้วยคำถามที่ใช้หลักการ 5 ประการสู่สุขภาวะ ได้แก่ เชื่อมโยง เคลื่อนไหว สังเกต เรียนรู้ และแบ่งปัน เรียกว่าให้ความสำคัญกับการตีความผลงานของผู้ร่วมกิจกรรม คำถามง่าย ๆ ว่า “เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร นึกถึงเรื่องไหนในชีวิต” วิทยากรที่นำกิจกรรมบันทึกความคิดเห็นของทุกคน และใช้เป็นคำอธิบายผลงานในเวลานั้น การเปิดพื้นที่ให้กับ “การตีความ” ป้ายคำอธิบายที่พิพิธภัณฑ์สร้างไว้บนผนังห้องนิทรรศการ สู่ประสบการณ์ของผู้คนและค่อย ๆ ทำให้ผู้สูงวัยเป็นเจ้าของเรื่องเล่าในการเยี่ยมชม

บท(ชวน)ทดลอง

แนวการวิจัยแบบมีส่วนร่วมและการร่วมสร้าง เป็นวิธีการทำงานของการปันอำนาจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้โปรแกรมเพื่อผู้สูงวัยในการทำงานของพิพิธภัณฑ์สอดคล้องกับจังหวะ ความสนใจ และความเป็นอยู่ของผู้สูงวัย ข้อเสนอที่พิพิธภัณฑ์ไทยและที่อื่นสามารถนำไปใช้ได้ทันทีมีสามข้อ:

  1. เริ่มด้วยคำถามร่วม: ร่วมกันกำหนด “โจทย์ที่ใช่สำหรับพื้นที่นี้” กับผู้สูงอายุและชุมชน นำไปสู่วิธีเก็บข้อมูลที่เหมาะกับบริบทจริง
  2. ร่วมสร้าง “รูปแบบ” ไม่ใช่แค่ “เนื้อหา” ให้ผู้สูงวัยเข้าร่วมช่วยตัดสินใจเรื่องเส้นทาง เวลา วิธีอำนวยความสะดวก
  3. สร้างทีมงานที่มีสมาชิกหลากหลายวัย: เพื่อบ่มเพาะความไว้วางใจ ลดชั้นเชิงอำนาจความรู้ และคุมบรรยากาศให้เหมาะสมกับทุกช่วงวัย
  4. จัดเก็บข้อมูลความต้องการแบบหลายเวที: ไปหา “คนที่ไม่เคยมา” ในพื้นที่ชีวิตจริง แล้ว สังเคราะห์ร่วม เป็นข้อเสนอถึงองค์กร
  5. ยก “บทบาทนำ” ให้ผู้สูงวัย: ออกแบบกรอบการทำงานที่ปลอดภัย เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุเป็นคนกำหนดจังหวะและวิธี เชื่อมความรู้ในเนื้อหาของงานกับประสบการณ์ชีวิต
  6. วัดผล–พัฒนาการทำงานในรอบใหม่: ใช้ตัวชี้วัดสุขภาวะและประสบการณ์ (เช่น ความกังวล/การครุ่นคิดลบ ความรู้สึกเป็นเจ้าของ) เพื่อปรับวิธีการทำงานในรอบต่อไป ตามหลักการทำงานวิจัยแบบมีส่วนร่วม คือ เรียนรู้ → ลงมือ → สะท้อน → ปรับ

แนวทางนี้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของพิพิธภัณฑ์ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม และสุขภาวะของผู้เข้าชม หัวใจของการทำงานคือ การปรับมุมมองการทำงานจากงานที่ทำเพื่อให้ผู้ชม ไปเป็นงาน “ทำร่วมกับผู้ชม” โดยอาจจะเริ่มจาการทำงานเล็ก ๆ เช่น การปรับเนื้อหาในป้ายคำอธิบายผลงานที่เกิดจากที่เรียบเรียงร่วมกันระหว่างพิพิธภัณฑ์กับผู้ชม หรือการตั้งวงสนทนาหน้าผลงานศิลปกรรมหรือสิ่งจัดแสดง ให้ผู้ชมค่อย ๆ นำทางและมีส่วนร่วมในการนำเสนอเนื้อหาในงานพิพิธภัณฑ์

เมื่อทำเช่นนี้ คอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์อาจพบเส้นทางใหม่และบทบาทในสังคมร่วมสมัย ผู้สูงวัยมีโอกาสในการพบปะผู้คน ทดแทนการเป็นผู้ชมที่รับฟังเรื่องราวจากพิพิธภัณฑ์แต่เพียงถ่ายเดียว ไปสู่การเล่าเรื่องที่พิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

ภาพปก ผู้นำชมจากชุมชนกำลังชวนผู้เข้าชมสนทนาหน้าภาพเขียน ตั้งคำถาม แบ่งปันความทรงจำ และร่วมกันตีความคอลเล็กชัน บทบาทเช่นนี้ทำให้ผู้สูงวัยไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่เป็นผู้กำหนดจังหวะ ประเด็น และความหมายของการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ (แหล่งข้อมูล: Findlay, J. (2025, September 5). Ageing, agency and empathy: Towards equitable co-creation and collective imagining [Keynote presentation slides]. Museums and Ageing Colloquium, National Discovery Museum Institute & British Council (Thailand).)

แหล่งข้อมูล

Art Fund. (n.d.). Dulwich Picture Gallery. Art Fund. https://www.artfund.org/explore/museums-and-galleries/dulwich-picture-gallery

Dulwich Picture Gallery. (n.d.). Our architecture. Dulwich Picture Gallery. https://www.dulwichpicturegallery.org.uk/explore/news-stories/our-architecture/

Dulwich Picture Gallery. (n.d.). Dulwich Picture Gallery and the Second World War. Dulwich Picture Gallery. https://www.dulwichpicturegallery.org.uk/explore/news-stories/dulwich-picture-gallery-and-the-second-world-war/

Findlay, J. (2025, September 5). Ageing, agency and empathy: Towards equitable co-creation and collective imagining [Keynote presentation slides]. Museums and Ageing Colloquium, National Discovery Museum Institute & British Council (Thailand), Online (Bangkok, Thailand).

Harper, S., & Hamblin, K. (2010). This is living: Good Times—Art for Older People at Dulwich Picture Gallery [Report]. Oxford Institute of Ageing, University of Oxford.

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ