Museum Core
จุดนัดพบของ “ไอ้มดแดง” ราชาแห่งมังงะ และความหวังหลังคลื่นสึนามิ
Museum Core
17 มี.ค. 69 172
ประเทศญี่ปุ่น

ผู้เขียน : สุวดี นาสวัสดิ์

               เมื่อเอ่ยถึงซีรีส์แนวฮีโร่ยอดมนุษย์ ชื่อ “ไอ้มดแดง” หรือคาเมนไรเดอร์ อาจเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงภาพตัวละครแปลงร่างสวมหน้ากากสุดเท่ที่โลดแล่นบนจอโทรทัศน์มานานกว่า 50 ปี หากใครยังจำความสนุกเพลิดเพลินของซีรีส์คาเมนไรเดอร์ได้ การไปเยือนพิพิธภัณฑ์อิชิโนะโมริ มังกัตตัน จะพาผู้ชมไปสัมผัสประสบการณ์โลกแห่งความฝัน ดังสโลแกนของเมืองกล่าวที่ว่า “ออกไปเจอตัวการ์ตูนสุดโปรดกันเถอะ!”

               ผู้เขียนใช้เวลาเดินทางราวหนึ่งชั่วโมงเศษจากเมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ขบวนรถไฟก็มาจอดที่สถานีอิชิโนะมากิ สถานีเล็ก ๆ แห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรูปหุ่น “ไอ้มดแดง” ยืนจังก้าโพสท่าประจำตัว และบริเวณโดยรอบก็ยังมีภาพวาดตัวการ์ตูนอื่น ๆ บนผนังสถานี ขั้นบันได และตัวถังรถไฟท้องถิ่นจนรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูนของอิชิโนะโมริ โชทาโร (Ishinomori Shotaro)

 

ภาพที่ 1 ชาวเมืองอุ่นใจเพราะอยู่ใกล้ “ไอ้มดแดง”

 

               จากนั้นต้องเดินทางอีก 1 กิโลเมตรไปถึงพิพิธภัณฑ์ เลือกนั่งรถโดยสารก็ได้ แต่ระยะทางไม่ไกลมาก การเดินเท้าจะให้ความเพลิดเพลินมากกว่า นอกจากจะได้ชมวิถีชีวิตในเมืองใกล้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว ยังได้ทักทายเหล่าตัวการ์ตูนในมังงะที่เป็นความภาคภูมิใจของเมือง โดยด้านหน้าสถานีรถไฟจะมีแผนที่ “ถนนมังงะ” แนะนำเส้นทางที่นักท่องเที่ยวจะได้พบหุ่นการ์ตูนของอิชิโนะโมริกว่า 20 ตัวตลอดทางไปพิพิธภัณฑ์ อาทิ ไซบอร์ก 009 คาเมนไรเดอร์ และกัมบาเระโรโบคอน ซึ่งเคยฉายทางโทรทัศน์ของไทย และหากตั้งใจสังเกตจะเห็นภาพหรือตัวการ์ตูนปรากฏอยู่บนพื้นที่ต่าง ๆ อย่างกลมกลืน เช่น บนกำแพง อาคาร เหนือตู้ไปรษณีย์ หรือฝาท่อระบายน้ำ นับเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

 

ภาพที่ 2 ตัวการ์ตูนจากกัมบาเระโรโบคอนยิ้มรอรับส่งคนที่สถานีรถไฟ

 

               หลังเดินถ่ายรูปตัวการ์ตูนไม่นาน ผู้เขียนก็เดินมาถึงปากแม่น้ำคิตะคามิ  (Kitakami River) มองเห็นอาคารรูปทรงคล้ายยานอวกาศอยู่บนเกาะกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อิชิโนะโมริ มังกัตตัน (Ishonomori Mangattan Museum) โดยคำว่า “มังกัตตัน” เป็นการเล่นคำของศัพท์ คำว่า “มังงะ” (Manga) หมายถึง การ์ตูน แล้วออกเสียงใกล้เคียงกับชื่อ “แมนฮัตตัน” ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเกาะเหมือนกันอีกด้วย

 

ภาพที่ 3 ยานอวกาศจากดาวมังงะออกแบบตามจินตนาการของอิชิโนะโมริ โชทาโร

                                     

               พิพิธภัณฑ์เป็นอาคาร 3 ชั้นที่บังคับเส้นทางให้ผู้ชมเดินตามทางลาดที่วนขึ้นไปถึงชั้นบน หลังซื้อบัตรเข้าชมกับพนักงานที่แต่งกายด้วยชุดไซบอร์กแล้วก็เริ่มทำความรู้จักกับอิชิโนะโมริ โชทาโร เขาเกิดเมื่อ ค.ศ. 1938 ในจังหวัดมิยางิ ชอบอ่านหนังสือ เริ่มวาดมังงะตั้งแต่อายุ 16 ปี และเคยวาดมังงะลงหนังสือพิมพ์สำหรับนักเรียน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ แม้ว่าครอบครัวไม่สนับสนุนแต่เขาก็ไม่ละทิ้งความฝัน พยายามทำกิจกรรมชมรมมากมายเพื่อให้ได้วัตถุดิบมาเขียนเรื่อง และส่งผลงานไปตีพิมพ์อยู่เป็นประจำมีทั้งสมหวังและผิดหวัง ในที่สุดโอซามุ เทซุกะ (Osamu Tezuka) นักวาดมังงะรุ่นบุกเบิก เจ้าของผลงาน “เจ้าหนูปรมาณู” (ASTRO BOY) ชักชวนให้อิชิโนะโมริเป็นผู้ช่วยของเขาที่โตเกียว โดยพักอาศัยอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์โทคิวะโซร่วมกับนักวาดมังงะชื่อดังอีกหลายคนรวมถึงฟูจิโกะ ฟูจิโอะ (Fujiko Fujio) ผู้วาดโดราเอมอนด้วย และในปีต่อมาก็มีผลงานเรื่องแรก

               อิชิโนะโมริเริ่มมีผลงานสร้างชื่อตั้งแต่ ค.ศ. 1964 เช่น ไซบอร์ก 009 และคาเมนไรเดอร์ เขาได้ขยายขอบเขตการทำงานจากมังงะไปสู่สื่ออื่น ๆ เช่น อะนิเมะและภาพยนตร์คนแสดง จนกลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมมังงะในญี่ปุ่น เมื่อ ค.ศ. 1989 เขาออกแถลงการณ์มังงะ (The Manga Declaration) และประกาศตนว่าเป็น “ศิลปินมังงะ” โดยเขียนคำว่า “มังงะ” แตกต่างจากที่ใช้กันทั่วไป โดยใช้คำว่า 萬画 ที่มีนัยลึกซึ้งกว่าการใช้ตัวอักษรว่า 漫画 เพราะเขาคิดว่ามังงะไม่ได้มีแค่ความสนุกขบขันเท่านั้น แต่เป็นสื่อกลางถ่ายทอดความคิดและความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด และยังได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก อิชิโนะโมริได้รับการ บันทึกชื่อในสถิติโลกกินเนสส์เมื่อ ค.ศ. 2008 ว่าเป็นนักวาดการ์ตูนผู้สร้างสรรค์ผลงานมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นที่มาของฉายา “ราชาแห่งมังงะ” นั่นเอง

 

ภาพที่ 4 หุ่นจากเรื่องไซบอร์ก 009 ขบวนการนักสู้กลุ่มแรกของญี่ปุ่น

 

               ผู้ชมสามารถชมผลงานของอิชิโนะโมริได้ที่ห้องชมภาพยนตร์ชั้น 1 และเมื่อเดินต่อไปก็พบฉากและตัวละครจากมังงะเรื่องดัง ห้องแรกเป็นเรื่องไซบอร์ก 009 เนื้อหาเกี่ยวกับมนุษย์ดัดแปลง 9 คน แต่ละคนมีความสามารถต่างกัน บ้างพ่นไฟได้ แปลงกายได้ หรือมีแขนขาเป็นเครื่องจักร ทุกคนช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน และมีภารกิจต่อสู้กับองค์กรแบล็กโกสต์ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรม เรื่องนี้เขาได้รับอิทธิพลจากบทความเรื่องไซบอร์กที่เคยอ่านเมื่อครั้งเดินทางไปอเมริกา แท้จริงแล้วความคิดนี้ขายไม่ออกในครั้งแรกเพราะค่อนข้างล้ำเกินยุคสมัย ทว่าเมื่อสร้างเป็นภาพยนตร์และออกฉายกลับได้รับความนิยมมาก ภายในห้องมีหุ่นยอดมนุษย์ไซบอร์ก 001 ถึง 009 ในจำนวนนี้มีผู้หญิงและทารกรวมอยู่ด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้กรอบของเขา

               ถัดมาเป็นอาณาจักรของคาเมนไรเดอร์ ซีรีส์ยอดมนุษย์ที่ครองใจผู้ชมมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1971 โดยคาเมนไรเดอร์ หรือแมสก์ไรเดอร์ เป็นเรื่องราวของมนุษย์ดัดแปลงที่มีพลังพิเศษ ต้องสู้กับวายร้ายที่จะยึดครองโลก ซีรีส์นี้ทำให้เกิดประโยคยอดฮิตว่า “สู้ต่อไป ไอ้มดแดง” และ “สู้เขา ทาเคชิ (ชื่อพระเอกภาคแรก)” คาเมนไรเดอร์เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จมากในฐานะละครโทคุซัตสึหรือละครที่ใช้เทคนิคพิเศษ มีแก่นเรื่องกล่าวถึงการเสียสละและการเสริมสร้างกำลังใจแม้ต้องเผชิญกับความสิ้นหวัง

 

ภาพที่ 5 ไอ้มดแดงหรือคาเมนไรเดอร์หมายเลข 1 และผองเพื่อนคาเมนไรเดอร์ยุคโชวะ

 

               ท่ามกลางผนังสีดำทึบทึมและแสงไฟสลัวปรากฏร่างทาเคชิหรือคาเมนไรเดอร์ หมายเลข 1 ยืนตระหง่านอยู่เหนือหินก้อนใหญ่ ผนังด้านซ้ายมีภาพคาเมนไรเดอร์ยุคโชวะยืนเรียงราย ทำให้รู้สึกคล้ายถูกจับจ้อง ด้านขวามีหน้ากากคาเมนไรเดอร์อีกนับสิบวางเรียงอยู่เต็มผืนผนัง แสงไฟสะท้อนหน้ากากหลากสีส่องประกายแวววับ รูปลักษณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจของหน้ากากฮีโร่มีต้นแบบมาจากตั๊กแตน แต่ชื่อเรียก “มดแดง” เกิดจากทีมงานไทยใช้คำเรียกตามภาพที่เข้าใจไปเอง ไม่ได้อ่านต้นฉบับจากญี่ปุ่น ทำให้คาเมนไรเดอร์ที่ฉายในไทยถูกตั้งชื่อว่า “ไอ้มดแดงอาละวาด” โดยปริยาย นอกจากนี้ รูปร่างหน้ากากก็มีการพัฒนาแบบมาจากแมลงอื่น ๆ ในห้องนี้ผู้ชมจะได้ชื่นชมหน้ากากคาเมนไรเดอร์ทุกภาคอย่างใกล้ชิด สามารถเล่นเกมเป็นคาเมนไรเดอร์ทำภารกิจต่อสู้ และควบมอเตอร์ไซค์ไซโคลนได้ด้วย

 

ภาพที่ 6 กองทัพหน้ากากคาเมนไรเดอร์

 

               ห้องต่อมาเป็นโลกของละครซามูไร ฉากด้านหนึ่งทำเป็นประตูกระดาษแบบญี่ปุ่นซึ่งเจาะรูไว้ เมื่อมองลอดผ่านรูนั้นจะเห็นภาพวาดญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งเป็นผลงานอีกประเภทหนึ่งของอิชิโนะโมริ เมื่อเดินผ่านทางโค้งก็พบกับคิไคเดอร์ (Kikaider) หุ่นยนต์ยักษ์จากเรื่องยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์ยืนเป็นเงาตะคุ่มทางซ้ายมือพร้อมเสียงประกอบชวนหวาดหวั่น หุ่นตัวนี้ถูกสร้างให้มีสมองรับรู้ผิดชอบชั่วดี และต้องสู้กับโปรแกรมที่ถูกสั่งการโดยองค์กรชั่วร้าย จากนั้นผู้ชมก็ได้พบฉากโรงแรมจากมังงะเรื่องโฮเทล (Hotel) ที่ได้รับรางวัลโชงะคุคัง (Shogakukan award) ครั้งที่ 33 เมื่อ ค.ศ. 1988 ซึ่งนับเป็นรางวัลการประกวดมังงะที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนในโรงแรม และปิดท้ายผลงานด้วยซีเจ็ตเตอร์ไคโตะ (Sea Jetter Kaito) หรือคาเมนไรเดอร์แห่งท้องทะเลผู้มาพร้อมกับเจ็ตสกีคู่ใจ นับเป็นภาคพิเศษที่สร้างขึ้นจากแบบร่างที่ไม่ได้ใช้งานของอิชิโนะโมริ ทว่าเป็นที่ชื่นชอบจนกลายเป็นฮีโร่ประจำจังหวัดมิยางิ

 

ภาพที่ 7 ฉากจากมังงะเรื่องโฮเทล

 

               หลังดื่มด่ำกับผลงานชิ้นโบแดงของราชาแห่งมังงะแล้ว บริเวณชั้น 3 พิพิธภัณฑ์จัดพื้นที่ทำเวิร์กช็อปเกี่ยวมังงะ รวมถึงใครที่อยากท่องโลกแห่งจินตนาการผ่านหนังสือก็มีห้องสมุดที่มีหนังสือการ์ตูนกว่า 6,000 เล่ม ทำหน้าที่เป็นโซนสร้างความสุข รอยยิ้ม แรงบันดาลใจ รวมถึงเผยแพร่วัฒนธรรมมังงะได้สมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้าง น่าเสียดายที่อิชิโนะโมริจากไปก่อนเปิดพิพิธภัณฑ์เพียง 3 ปี จึงไม่มีโอกาสได้เห็น

               อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งความฝันนี้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2011 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวระดับ 9 แมกนิจูด ทำให้คลื่นยักษ์สูง 6 เมตรจากมหาสมุทรแปซิฟิกสาดซัดเข้าโจมตีจนระดับน้ำขึ้นสูงถึงชั้น 2 สิ่งปลูกสร้างโดยรอบถูกแรงน้ำซัดพังราบเป็นหน้ากลอง และความแรงของคลื่นยังพัดพาเอาเศษซากน้อยใหญ่มากองสุมไว้ที่พิพิธภัณฑ์จำนวนมาก คลื่นสึนามิได้กลืนกินพื้นที่เมืองอิชิโนะมากิไปถึง 46% และมีผู้เสียชีวิตที่เมืองนี้จำนวนมากที่สุด ซึ่งภาพเหตุการณ์หายนะที่สะเทือนใจนี้ถูกติดไว้ที่ห้องสมุดชั้น 3 บริเวณที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์พาผู้ประสบภัย 40 คนหนีขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่นานถึง 5 วัน

                เมื่อน้ำลดและรอยคลื่นจางไป ภาพข่าวเผยให้เห็นรูปปั้นฮีโร่ในถนนมังงะยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง แม้หลายชีวิตต้องสูญเสียและพลัดพราก แต่ภาพหุ่นคาเมนไรเดอร์ที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่เช่นเดิมได้เรียกกำลังใจของชาวเมืองกลับมาอีกครั้ง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติ พิพิธภัณฑ์มังงะในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จึงเป็นทั้งบ้านของตัวการ์ตูนสุดโปรด และเป็นจักรวาลมังงะที่จุดประกายความหวัง ปลุกพลังใจที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้แก่ผู้มาเยือน หากแม้นพูดได้ หุ่นไอ้มดแดงอาจอยากบอกแก่มนุษย์ว่า “สู้ต่อไปนะ ชาวโลก”

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ