ช่วงหลายปีนี้ใครติดตามข่าวสารน่าจะรู้จักคำว่า แร่หายาก หรือ แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ผ่านหูตาผ่านตามาบ้าง ทั้งจากกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าจีน การกำเนิดปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงนามบันทึกข้อตกลงเรื่องความร่วมมือแร่หายากระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตแรร์เอิร์ธสูงติดอันดับ 5 ของโลก ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัวถึงขุมทรัพย์ที่อาจเพิ่มอำนาจการต่อรองด้านเศรษฐกิจ แรร์เอิร์ธคืออะไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร รวมถึงมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
เรื่องราวของแรร์เอิร์ธเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1788 ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ อิตเทอร์บี (Ytterby) บนเกาะเรซาเรอ (Resaro) ประเทศสวีเดน ร้อยโทคาร์ล อาเซล อาร์เรนเนียส (Carl Axel Arrhenius) ทหารนักเคมีด้านดินปืนได้ไปเยือนเหมืองของหมู่บ้าน เขาพบหินสีดำแปลกตาที่มีน้ำหนักมาก เนื่องจากไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน (Rare) และสมัยนั้นสารออกไซด์ของโลหะทุกชนิดถูกจัดเป็นกลุ่มดิน (Earth) จึงเรียกว่า “แรร์เอิร์ธ” เขาส่งตัวอย่างไปให้นักเคมีชาวฟินแลนด์ โยฮัน กาโดลิน (Johan Gadolin) ทดลองจนบ่งชี้ได้ว่าหินนี้มีสารประกอบออกไซด์ชนิดใหม่ถึง 38% ทั้งนี้ กาโดลินตั้งชื่อว่า อิตเทรีย (Yttria) ตามชื่อหมู่บ้านที่ขุดพบและตีพิมพ์รายงานในปี ค.ศ. 1794

ภาพที่ 1: เหมืองหมู่บ้านอิตเทอร์บี
แหล่งที่มาภาพ: Welt, Svens. “Ytterby quarry.” Wikipedia, 9 Dec 2008, https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/14/Ytterby_gruva_2769.jpg.
หลังจากนั้นเหมืองต่าง ๆ ในบริเวณเดียวกันก็ได้รับความสนใจจากเหล่านักเคมี และมีการสกัดหินที่นำไปสู่ค้นพบสารประกอบชนิดอื่น ๆ เช่น ซีเรีย (Ceria) ต่อมานักเคมีชาวสวีเดน คาร์ล กุสตาฟ โมซานเดอร์ (Carl Gustaf Mosander) พัฒนาเทคนิคแยกแรร์เอิร์ธภายในอิตเทรียและซีเรียออกมาได้เป็นธาตุ 6 ชนิดในช่วงปี ค.ศ. 1839-1842 ขณะเดียวกันในเหมืองมิอัส (Miass) ที่เทือกเขายูราลตอนใต้ของรัสเซียก็มีการขุดค้นพบสารประกอบซามาร์ไคต์ (Samarkite) แยกแรร์เอิร์ธออกมาได้ 1 ธาตุ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจวิทยาศาสตร์ของสมัยนั้นยังไม่ก้าวหน้าจึงยังไม่สามารถแยกธาตุออกมาจัดประเภทได้แน่ชัด รวมถึงมีผู้ค้นพบซ้ำกันแต่ตั้งชื่อธาตุต่างกันไปถึง 25 ชนิด ทำให้เกิดความสับสน ยุคเริ่มแรกมีการใช้ประโยชน์จากแรร์เอิร์ธ ได้แก่ ตะเกียงแก๊สสำหรับไฟถนน ไฟแช็ค และหัวเทียนรถยนต์

ภาพที่ 2: โยฮัน กาโดลิน และคาร์ล กุสตาฟ โมซานเดอร์ นักเคมีที่มีบทบาทในการค้นพบแรร์เอิร์ธ
แหล่งที่มาภาพ: Posti- ja telelaitos Company. “Postage stamp depicting the Finnish chemist and physicist Johan Gadolin.” Wikipedia, 21 Oct 2009, https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/12/Johan-Gadolin-1960.jpg., Plagemann, Karl Gustaf. “Carl Gustaf Mosander (1797-1858).” Wikipedia, 12 Feb 2016, https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/8b/Mosander_Carl_Gustav_bw.jpg.
จนกระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาก่อตั้งโครงการแมนฮัตตัน (The Manhattan Project) วิจัยอาวุธนิวเคลียร์ร่วมกับแคนาดาและสหราชอาณาจักร ทำให้เกิดการขุดหายูเรเนียม (Uranium) จากเหมืองเมาเทนพาสในทะเลทรายโมฮาวี (Mountain Pass Mine, Mojave Desert) รัฐแคลิฟอร์เนีย อีกทั้งยังพัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchange) คือ การใช้สารตัวกลางแลกเปลี่ยนไอออนที่ไม่ต้องการในน้ำหรือสารละลาย กับไอออนชนิดอื่นที่มีประจุไฟฟ้าเดียวกัน เพื่อแยกยูเรเนียมมาใช้ในระเบิดนิวเคลียร์ นักเคมีชาวอเมริกัน แฟรงค์ สเปดดิง (Frank Spedding) สามารถทำให้ธาตุยูเรเนียมบริสุทธิ์โดยการแยกเอาเศษแรร์เอิร์ธต่าง ๆ ออกมาได้ในปริมาณมากและรวดเร็วขึ้น รวมแล้วมีการแยกธาตุแรร์เอิร์ธออกมาได้ทั้งหมด 17 ชนิด ภายในปี ค.ศ. 1947

ภาพที่ 3: แฟรงค์ สเปดดิง นักเคมีผู้มีส่วนช่วยโครงการแมนฮัตตัน
แหล่งที่มาภาพ: “Frank Spedding.” Iowa State Dailly, n.d., https://iowastatedaily.com/88476/news/a-chain-reaction/attachment/frank-spedding.
แรร์เอิร์ธทั้ง 17 ชนิดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มแรร์เอิร์ธเบา (Light Rare Earth Elements - LREEs) เลขอะตอม 57-62 ได้แก่ แลนธานัม (Lanthanum) ซีเรียม (Cerium) พราซิโอดิเมียม (Praseodymium) นีโอดิเมียม (Neodymium) โพรมีเธียม (Promethium) และซามาเรียม (Samarium) เป็นกลุ่มที่พบได้แพร่หลาย ปัจจุบันใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม หน้าจอแสดงผลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ กล้องถ่ายรูป อากาศยาน รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม ฯลฯ และ 2) กลุ่มแรร์เอิร์ธหนัก (Heavy Rare Earth Elements - HREEs) เลขอะตอม 63-71 ได้แก่ ยูโรเพียม (Europium) กาโดลินเนียม (Gadolinium) เทอร์เบียม (Terbium) ดิสโพรเซียม (Dysprosium) โฮลเมียม (Holmium) เออร์เบียม (Erbium) ธูเลียม (Thulium) อิตเทอร์เบียม (Ytterbium) ลูเทเทียม (Lutetium) และอิตเทรียม (Yttrium) เป็นกลุ่มที่หายากกว่าและสกัดยากกว่าจึงมีราคาสูง ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องทนความร้อนและการกัดกร่อนสูง เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อินเตอร์เน็ตสายใยแก้วนำแสง ดาวเทียม เลเซอร์ เครื่องมือทางการแพทย์ หน่วยเก็บความจำอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ส่วนธาตุสุดท้ายเป็นสแกนเดียม (Scandium) ไม่จัดอยู่ในทั้งสองกลุ่มเพราะอะตอมมีขนาดเล็กกว่าธาตุอื่น ๆ คือเลขอะตอม 21 นิยมใช้ในการกลั่นน้ำมันและสร้างเครื่องบินรบ (เกณฑ์เลขอะตอมว่าธาตุใดหนักหรือเบานี้อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยแล้วแต่ประเทศและองค์กร)
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกันอย่างดุเดือด ส่งผลให้แรร์เอิร์ธพลอยได้รับการวิจัยพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมอาวุธ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการผลิตแรร์เอิร์ธมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อโลกเข้าสู่บรรยากาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจ บริษัทส่วนใหญ่ก็เริ่มย้ายไปตั้งโรงงานในประเทศที่แรงงานถูกกว่าอย่างจีน ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) เจ้าของวาทะ “ตะวันออกกลางมีน้ำมัน จีนมีแร่หายาก” ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปี ค.ศ. 1970 นักเคมีชาวจีน สวี กว่างเซียน (Xu Guangxian) พัฒนาวิธีแยกธาตุโดยกระบวนการสกัดด้วยตัวทำละลาย (Solvent Extraction) คือการใช้ตัวทำละลายที่ละลายสารเป้าหมายได้ดี แต่ไม่ละลายสารอื่นที่ต้องการแยก ซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก และนำมาใช้ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้จีนค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการผลิตแรร์เอิร์ธแทนที่สหรัฐอเมริกาอย่างมั่นคง

ภาพที่ 4: สวี กว่างเซียน (นั่งกลาง) นักเคมีผู้พัฒนากระบวนการสกัดด้วยตัวทำละลาย
แหล่งที่มาภาพ: Yadan, Huang. “[70 years on] Xu Guangxian: Father of Chinese rare-earth metal.” Peking University News, 31 Dec 2019, https://english.pku.edu.cn/news_events/news/people/9479.html.
จีนใช้ระยะเวลาราว 30 ปีครอบครองส่วนแบ่งการผลิตแรร์เอิร์ธได้กว่า 90% ของโลก รวมถึงพยายามซื้อแหล่งแรร์เอิร์ธในต่างประเทศหลายครั้ง เช่น เหมืองเมาเทนพาสของสหรัฐอเมริกา เหมืองควาเนฟเยลด์ (Kvanefjeld) ของกรีนแลนด์ เหมืองบราวน์สเรนจ์ (Browns Range) ของออสเตรเลีย เป็นต้น ดังนั้นเมื่อคราวที่จีนเกิดปัญหาข้อพิพาทกับญี่ปุ่นที่เกาะเซนคาคุ (Senkaku Islands) เมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2010 จึงเกิดการตอบโต้ทางเศรษฐกิจด้วยการระงับการส่งออกแรร์เอิร์ธที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 เดือน ส่งผลให้ราคาแรร์เอิร์ธในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 10 เท่าทันที วิกฤตครั้งนี้กระตุ้นให้ญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ เร่งการขุดหาแหล่งแรร์เอิร์ธพร้อมคิดค้นวิธีลดปริมาณการใช้แรร์เอิร์ธในอุตสาหกรรม และรีไซเคิลแรร์เอิร์ธจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ แต่ในภาพรวมก็ยังคงต้องพึ่งพาจีนเป็นหลัก
เมื่อปี ค.ศ. 2020 บริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ในสหรัฐอเมริกาเปิดตัวปัญญาประดิษฐ์แชทจีพีที (ChatGPT) ตามมาด้วยคู่แข่งอีกมากมาย ผลักดันความต้องการแรร์เอิร์ธที่ถูกนิยามว่า “เลือดของเอไอ” พุ่งสูงขึ้นไปสู่ระดับที่โลกไม่เคยคาดคิดมาก่อน อิทธิพลของจีนในฐานะผู้ครองทรัพยากรจึงยิ่งเด่นชัด ดังเห็นได้จากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 2018 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) สั่งควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธเพิ่มอีก 5 ชนิด เพื่อตอบโต้นโยบายภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จนกระทั่งมีการหารือปรับลดภาษีในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็หันมาเพิ่มการลงทุนอุตสาหกรรมเหมืองและการผลิตแรร์เอิร์ธภายในประเทศกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงเดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ ที่มีแรร์เอิร์ธอย่างประเทศไทย

ภาพที่ 5: แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอและหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทโอเพนเอไอ
แหล่งที่มาภาพ: Naphtal, Akin. OpenAI CEO Sam Altman declares AI as workplace colleague.” Digital Economy Magazine, n.d., https://digitaleconomymag.com/openai-ceo-sam-altman-declares-ai-as-workplace-colleague/.
อย่างไรก็ดี แม้ว่าไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากข้อตกลง แต่อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะกระบวนการขุดและสกัดแรร์เอิร์ธมักเกิดสารพิษและกากกัมมันตภาพรังสี เช่นกรณีเหมืองแรร์เอิร์ธ 19 แห่งทางตะวันออกของรัฐฉานในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ผลิตแรร์เอิร์ธสูงติดอันดับ 3 ของโลก มีรายงานโดยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation - SHRF) ว่าก่อให้เกิดสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำโขง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของราคาแร่ เนื่องจากการขุดเหมืองแหล่งแรร์เอิร์ธมักพบโลหะชนิดอื่นอย่างดีบุกในปริมาณมาก แต่สกัดแรร์เอิร์ธได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นดีบุกอาจราคาตกหากไม่มีตลาดรองรับ และสุดท้ายความเสี่ยงด้านรัฐศาสตร์และการเมือง ประเทศใดที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมูลค่าสูงก็มักจูงใจให้เกิดคอร์รัปชั่นเพื่อครอบครองที่ดินและแรงงานเถื่อนสำหรับเหมือง หรืออาจดึงดูดบริษัทนายทุนต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน ตลอดจนอาจเป็นเหตุของการบุกยึดอำนาจและแบ่งแยกดินแดน ดังกรณีเหมืองรัฐคะฉิ่นในเมียนมาที่ปัจจุบันตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army - KIA) ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ดังนี้เป็นต้น
จากหมู่บ้านเล็กในสวีเดน สู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอเมริกา และโรงงานแปรรูปขนาดมหึมาในจีนที่เปลี่ยนสมดุลอำนาจโลก แรร์เอิร์ธได้เดินทางผ่านประวัติศาสตร์เคียงข้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมนุษยชาติ ตั้งแต่ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ สงครามโลก สงครามเย็น จนถึงยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ในฐานะทรัพยากรที่กำหนดทิศทางของอำนาจ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจโลก สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่ามีแรร์เอิร์ธมากเพียงใด แต่มีความพร้อมในการจัดการและบริหารทรัพยากรนี้อย่างมีความรับผิดชอบ เตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงประเทศไทยเลือกมีบทบาทอย่างไรในประวัติศาสตร์บทใหม่นี้
แหล่งข้อมูล
Bradsher, Keith. “China Rare Earth History.” The New York Times, 5 Jul 2025. https://www.nytimes.com/2025/07/05/business/china-rare-earth-history.html.
Gregersen, Erik. “Sam Altman.” Britannica Money, 2026, https://www.britannica.com/money/Sam-Altman Gschneidner, Karl A., Jr. “Processing ores.” Britannica, 2 Feb 2026, https://www.britannica.com/science/rare-earth-element/Processing-ores.
“History and Future of Rare Earth Elements.” Science History Institute, n.d., https://www.sciencehistory.org/education/classroom-activities/role-playing-games/case-of-rare-earth-elements/history-future.
Kang, Youngho, et al. “Navigating geopolitical risks: The impact of the Senkaku/Diaoyu Islands dispute on global rare earth markets and diversification strategies.” ScienceDirect, July 2025, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0301420725001734.
Lorinc, Jacob. “USA Rare Earth Lines Up $1.6 Billion in US Government Funding.” Bloomberg, 26 Jan 2026, https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-26/usa-rare-earth-lines-up-1-6-billion-in-us-government-funding.
National Minerals Information Center. “Rare Earths Statistics and Information.” U.S. Geological Survey, n.d., https://www.usgs.gov/centers/national-minerals-information-center/rare-earths-statistics-and-information.
Rabinovich, Daniel. “Gadolin and the Cradle of the Rare Earths.” Chemistry International, Nov–Dec 2010, http://old.iupac.org/publications/ci/2010/3206/si.html.
“Rare Earths in the AI Era: How Data Centers Are Driving Demand for Forgotten Metals.” Shanghai Metals Market, 2 Apr 2025, https://news.metal.com/newscontent/103259776-rare-earths-in-the-ai-era-how-data-centers-are-driving-demand-for-forgotten-metals.
“Unearthing Thailand’s rare earth treasure: where are they hidden?” The Nation, 27 Oct 2025, https://www.nationthailand.com/news/general/40057375.
V., J. M. G. “Ytterby: The Swedish village where the lanthanides were born.” Triplenlace, 24 Feb 2025, https://triplenlace.com/2025/02/24/ytterby-la-aldea-sueca-donde-nacieron-los-lantanidos.
Walden, Josey. “The New Cold War: Rare Earths, AI, and Strategic Competition with China.” American Security Project, 2 Jul 2025, https://www.americansecurityproject.org/the-new-cold-war-rare-earths-ai-and-strategic-competition-with-china.
Yadan, Huang. “[70 years on] Xu Guangxian: Father of Chinese rare-earth metal.” Peking University News, 31 Dec 2019, https://english.pku.edu.cn/news_events/news/people/9479.html.
จิราภรณ์ ศรีแจ่ม. “เปิดหลักฐานใหม่ ภาพถ่ายดาวเทียมเผยเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีก 19 แห่งใกล้แม่น้ำโขง กระทบไทยอย่างไรบ้าง.” บีบีซีไทย, 27 ส.ค. 2568, https://www.bbc.com/thai/articles/cp8zel343vdo.
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่. “ภาพถ่ายดาวเทียมและวีดีโอคลิปเผยให้เห็นเหมืองแรร์เอิร์ธ 19 แห่ง ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง NDAA ทางตะวันออกของรัฐฉานใกล้กับแม่น้ำโขง.” Shan Human Rights Foundation, 25 ส.ค. 2568, https://shanhumanrights.org/wp-content/uploads/2025/08/Mong-La-rare-earth-mining-Thai.pdf.