“แลบลิ้น ถลึงตา...พร้อมเปล่งทำนองอันดุดันทรงพลังราวกับข่มขวัญคู่ต่อสู้...” ถ้อยคำบรรยายนี้แสดงถึงเอกลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักของชาวเมารี กลุ่มชนพื้นเมืองบนหมู่เกาะนิวซีแลนด์ หรือ ‘อาวเตอารัว’ (Aotearoa) เมารีเป็นชนเผ่านักรบจากหมู่เกาะโพลีนิเซียที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นิวซีแลนด์เมื่อประมาณศตวรรษที่ 13 พวกเขาได้นำพาวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อของชาวโพลีนิเซียมายังดินแดนแห่งใหม่และพัฒนาจนเกิดเอกลักษณ์ที่แตกต่างไป
หากใครเคยชมแอนิเมชันเรื่อง “โมอาน่า” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของชาวโพลีนิเซีย หรือคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของฮาวาย (Hawaii) ซามัว (Samoa) และตองกา (Tonga) ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ที่อยู่ในเขตหมู่เกาะโพลีนิเซีย อาจพบว่ามีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมประเพณีของเผ่าเมารี เพราะได้รับอิทธิพลร่วมของชาติพันธุ์โพลีนิเซียนั่นเอง
ศิลปะการสัก หรือ ทาโมโก (Ta Moko) เป็นหนึ่งในศิลปะวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่องของชาวเมารี การสักโมโกเป็นประเพณีดั้งเดิมอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า รอยสักจะบ่งบอกอัตลักษณ์ของบุคคล ประวัติ สายเลือดวงศ์ตระกูล ชนเผ่า สถานะทางสังคม ความสามารถหรือความสำเร็จในชีวิต นับเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารที่สำคัญมาก ด้วยเดิมทีเมารีไม่มีอักษรที่เป็นลายลักษณ์ มีแต่การถ่ายทอดเรื่องราวด้วยภาษาพูด และบันทึกด้วยลวดลายทางศิลปะลงบนร่างกาย อย่างไรก็ตาม การสักมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงจึงนิยมเฉพาะชนชั้นผู้นำ ผู้มียศมีตำแหน่ง โดยผู้ชายนิยมสักบนใบหน้า ต้นขา ส่วนผู้หญิงนิยมสักบนคางและปาก
การสักทาโมโกด้วยวิถีเดิม ชาวเมารีจะทำน้ำหมึกจากพืชท้องถิ่น โดยใช้ไม้เปลือกขาวเผาจนไหม้ผสมกับยางต้นไม้ เขม่าจากการเผาพืช หรือหนอนผีเสื้อ และน้ำมันปลา จากนั้นน้ำหมึกที่ทำขึ้นจะเก็บไว้ในภาชนะเรียกว่า โอโก และฝังไว้ใต้ดินเป็นสมบัติของครอบครัว อุปกรณ์ที่ใช้สักเป็นเข็มสักมีลักษณะคล้ายสิ่ว บ้างทำจากฟันฉลาม บ้างทำจากกระดูกของนกอัลบาทรอส เรียกว่า อูฮิ (Uhi) และมีด้ามไม้ทำหน้าที่เป็นค้อน ช่วยตอกอูฮิลงบนผิวหนัง ทาโมโกถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมารี ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งช่างสักและผู้ที่รับการสักจะมีธรรมเนียมปฏิบัติเคร่งครัด เช่น ห้ามพูดคุยกับผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง งดเว้นกามกิจ ห้ามกินอาหารด้วยมือต้องกินผ่านกรวยไม้ ห้ามร่างกายโดนน้ำ ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ การสักใช้ระยะเวลานานและสร้างความเจ็บปวดให้ผู้รับการสักอย่างมาก ระหว่างพิธีจึงมักมีการบรรเลงดนตรีและร้องเพลง เพื่อช่วยกล่อมให้จิตใจสงบและบรรเทาอาการเจ็บปวด

ภาพที่ 1 อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการสัก
สำหรับชาวเมารี รอยสักเป็นเครื่องบ่งชี้สถานะ ความเป็นมาของบุคคลนั้น ๆ (หน้าที่คล้ายบัตรประชาชน) อาจเป็นการไม่ให้เกียรติหากผู้พบเห็นไม่คำนึงถึงชนชั้น สถานะที่บอกเล่าไว้ผ่านรอยสัก ตัวอย่างเช่น รอยสักบนใบหน้าของผู้ชาย ส่วนกลางหน้าผากระบุถึงลำดับขั้นในเผ่า ใต้คิ้วระบุถึงตำแหน่ง บริเวณขมับระบุสถานะสมรส แก้มระบุหน้าที่การงาน ใบหน้าฝั่งขวาระบุถึงเครือญาติฝั่งแม่ และฝั่งซ้ายระบุถึงเครือญาติฝั่งพ่อ เป็นต้น
ลวดลายที่นิยมใช้สักก็มีความแตกต่างจากโพลินีเซียนกลุ่มอื่น ซึ่งลวดลายที่ใช้มีเหลี่ยมมุมแบบเรขาคณิต ลักษณะรอยสักเมารีจะมีความโค้งมนลื่นไหลคล้ายลายคลื่น หรือใบเฟิร์น ช่างสักจะออกแบบโดยนำลวดลายศิลปะของเมารีที่เรียกว่า โคไวยไวย (Kowhaiwhai) มาประกอบใช้ อาจเริ่มต้นด้วยโครงเส้นคู่ เรียกว่า มานาวะ Manawa (เส้นหัวใจ) มีความหมายถึงเส้นทางของชีวิต และต่อเติมด้วยลวดลายที่เป็นสัญญะต่าง ๆ เช่น ลายก้นหอย หรือโครู (Koru) หมายถึง การเริ่มต้นใหม่ ลายตะขอเกี่ยวปลา หรือเฮอิ มาโต (Hei-Matau) หมายถึง ความมั่งคั่ง ความแข็งแกร่ง ลายเกล็ดปลา หรืออุนาอุนาฮิ (Unaunahi) หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และสุขภาพ และลายฟันปลาวาฬ หรือทาระทาเรเก (Taratarekae) หมายถึง ความแข็งแกร่ง และความอ่อนไหว

ภาพที่ 2 ตัวอย่างลายที่ใช้ในการสัก
แหล่งที่มาภาพ: https://www.exoticquixotic.com/stories/ta-moko-tattoo
นอกจากการระบุสถานะบุคคลแล้ว รอยสักยังมีนัยยะถึงจิตวิญญาณ หรือมานา (Mana) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของชาวเมารี เพราะชาวเมารีมีความเชื่อในพลังทางจิตวิญญาณร่างกาย สรรพสิ่ง และผืนดินล้วนมีพลังทางจิตวิญญาณที่เทพเจ้าให้มาสถิตอยู่ กรณีมนุษย์ มานาได้รับสืบต่อมาจากบรรพบุรุษและสามารถเพิ่มพูนได้ด้วยการถือครองทรัพย์อย่างเขตแดน หรือการเลื่อนตำแหน่ง ผู้ที่มีมานาสูง หมายถึง ผู้มีอำนาจบารมีสูงและมักได้เป็นหัวหน้าเผ่า อีกทั้งชาวเมารียังเชื่อว่ามานาที่ไหลเวียนทั่วร่างมีศูนย์รวมของพลังอันเข้มข้นอยู่ที่ศีรษะ รอยสักบนใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพื่อเสริมพลังมานาด้วย
แน่นอนว่ารอยสักที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์และเต็มเปี่ยมไปด้วยมานาเป็นสิ่งทรงคุณค่าของชาวเมารี เมื่อผู้มีรอยสักเสียชีวิตลงจะมีการนำศีรษะไปผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อคงสภาพของศีรษะไว้ เริ่มต้นจากการนำลูกตา และสมองออกแล้วผนึกช่องปากด้วยใยป่านและยางไม้ นำไปต้มหรือนึ่ง ตากแดดไว้จนแห้ง แล้วทาด้วยไขปลาฉลาม เมื่อสำเร็จแล้วศีรษะจะมีรอยสักชัดเจนไม่เน่าเปื่อย เรียกว่า โมโกโมไก (Moko Mokai) ศีรษะของพวกเขาเหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันการมีอยู่ บันทึกประวัติของเหล่าบรรพบุรุษ และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำออกมาเพื่อประกอบพิธีเท่านั้น หากมีกรณีสงครามระหว่างเผ่า โมโกโมไกของศัตรูที่ได้มานับว่าเป็นถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะ

ภาพที่ 3 โมโกโมไก
แหล่งที่มาภาพ : https://www.facebook.com/groups/387231512950059/posts/481029666903576/
แต่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมนี้เสื่อมถอยลง เมื่อชาวยุโรปได้ค้นพบและเข้ามาตั้งอาณานิคมยังดินแดนอาวเตอารัวในช่วงศตวรรษที่ 18 จากนั้นเริ่มทำการค้าขาย แลกเปลี่ยนเหล็กและอาวุธกับพืชพันธุ์ของชาวเมารี ในเวลาต่อมาโมโกโมไกกลายเป็นที่สนใจของนักสะสม และพิพิธภัณฑ์ในฝั่งยุโรปเป็นอย่างมาก ชาวเมารีที่เริ่มรู้จักอานุภาพของอาวุธปืนก็นำโมโกโมไกไปขายศีรษะเพื่อแลกกับปืนคาบศิลาและกระสุน นำไปสู้รบกับชนเผ่าศัตรู ซึ่งอาวุธใหม่ที่ทรงอานุภาพนี้ใช้เป็นตัวตัดสินชี้ชะตาของชนเผ่าเมารี ทำให้เกิดการเข่นฆ่าระหว่างชนเผ่าอย่างบ้าคลั่งเพื่อล่าหัวโมโกโมไกมาแลกกระสุนปืน และเมื่อโมโกโมไกขลาดแคลน ชาวเมารีก็หันมาใช้วิธีสักโมโกให้ทาสและนักโทษอย่างไม่ใส่ใจและลดทอนความหมายลง จนแม้ภายหลังจะมีการสูญเสียจำนวนมาก และชนเผ่าต่างๆ มีอาวุธทัดเทียมกันแล้วการค้าโมโกโมไกจึงได้ลดลง ทว่า การสักโมโกบนใบหน้าของชาวเมารีก็ลดลงด้วยเช่นกันเพราะถือว่าเป็นภัยต่อตัวเอง เมื่ออาวเตอารัว ทำสนธิสัญญาขึ้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ การส่งออกโมโกโมไกจึงได้ยุติลง
อย่างไรก็ตาม ในอดีตพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของสหรัฐอเมริกามีการจัดแสดงชุดสะสมโมโกโมไกของนายพลโฮเรโช กอร์ดอน ร๊อบลีย์ (Horatio Gordon Robley) มากกว่า 30 หัว ทว่าปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ประจำชาตินิวซีแลนด์ หรือเทปาปา (Te papa) ได้ดำเนินการร้องขอให้เหล่าผู้ครอบครองส่งคืนโมโกโมไกกลับสู่นิวซีแลนด์เพื่อนำไปมอบคืนให้ครอบครัวทายาทต่อไป และไม่มีการจัดแสดงโมโกโมไกต่อสาธารณะอีก

ภาพที่ 4 ชุดสะสมโมโกโมไก และ นายพลร็อบลีย์)
แหล่งที่มาภาพ https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Horatio_Robley,_seated_with_his_collection_of_severed_heads_Wellcome_V0031271.jpg
กระนั้นการชื่นชมและเรียนรู้เกี่ยวกับการสักโมโกได้ในรูปแบบอื่น เช่น ศึกษาจากภาพวาดสีน้ำมัน ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ศิลปิน ก็อดฟรีย์ ลินดอวร์ (Gottfried Lindauer) เขาได้วาดภาพบุคคลให้กับชาวเมารีกลุ่มชนชั้นสูง ผู้มีชื่อเสียงและหัวหน้าเผ่าไว้จำนวนหลายร้อยภาพ โดยภาพเหล่านี้มีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และแต่ละคนมีลวดลายรอยสักที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันชัดเจน นับเป็นภาพวาดที่มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์ชาวเมารี ซึ่งแกลอรี่ศิลปะ เมืองออคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ กำลังจัดแสดงนิทรรศการให้ชมได้จนถึงวันที่ 29 พ.ย.2569 หรือสามารถชมผลงานผ่านเว็บไซต์ตามลิงก์นี้ https://www.lindaueronline.co.nz/maori-portraits

ภาพที่ 5 ภาพวาดสีน้ำมัน โดย ก็อดฟรีย์ ลินดอวร์
แหล่งที่มาภาพ https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Te_Hira_Te_Kawau,_by_Gottfried_Lindauer.jpg
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา การสักโมโกะมีการนำเข็มและเครื่องมือสักสมัยใหม่เข้ามาใช้ ทำให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น รอยสักเริ่มกลับมาได้รับความนิยมทั้งจากผู้มีเชื้อสายเมารีที่อยากสืบสานศิลปะวัฒนธรรม และแสดงออกถึงความเป็นมาของตน รวมถึงผู้ที่มิได้เป็นชาวเมารี อย่างไรก็ดี ทาโมโกเป็นสิ่งที่สงวนไว้เฉพาะสำหรับเมารีเท่านั้น การสักให้กับคนนอกเผ่าจะเรียกว่า คิริตูฮิ (Kirituhi) โดยใช้ลวดลายศิลปะเมารีที่มีความหมาย แต่ไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของบรรพบุรุษ เน้นความสวยงาม และคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล
แหล่งที่มา
No name. (no date). Maori Tattoo: The definitive guide to Ta Moko.
https://www.zealandtattoo.co.nz/tattoo-styles/maori-tattoo
No name. (no date). Understand Maori Ta Moko: The sacred art of tattooing in New Zealand.
https://www.mitai.co.nz/blog/understanding-maori-ta-moko-the-sacred-art-of-tattooing-in-new-zealand/
No name. (no date). Ta moko: Traditional Maori Tattoo. https://www.newzealand.com/us/feature/ta-moko-maori-tattoo/
Natcha M. (2022). ‘Ta Moko’ – รอยสักแห่งความภาคภูมิใจ ศักดิ์ศรี และความงาม บนผิวหนังของชาวเมารี ที่กำลังจะจางหายไป. https://www.exoticquixotic.com/stories/ta-moko-tattoo
นงลักษณ์ อัจนปัญญา. (no date). โมโก รอยสักประวัติศาสตร์ของชนเผาเมารี ที่ปรากฏบนเวทีการเมืองโลก. https://www.sarakadeelite.com/arts_and_culture/moko-maori-tattoo/
Storyteller. (2021). เมารี (Maori) ชนเผ่านักรบแห่งโพลีนิเซีย.https://www.blockdit.com/posts/61ac6ffc915ad00cb47390a9
Ravio. (2022). Mokomokai รอยสักหัวชนเผ่าเมารีกับสงครามปืนคาบศิลา.
https://pantip.com/topic/41729513
Auckland Art Gallery. (no date). Maori Portraits. https://www.lindaueronline.co.nz/maori-portraits
Katie Sarena. (2017). The Disturbing Story Of The Mokomokai Heads Of The Maori Tribesmen. https://allthatsinteresting.com/mokomokai
No name. (2014). Largest repatriation of ancestral remains in New Zealand’s history announced. https://www.tepapa.govt.nz/about/press-and-media/press-releases/2014-news-and-media-releases/largest-repatriation-ancestral
Joseph. (2024). Traditional Maori Patterns and Their Meanings. https://www.superprof.co.nz/blog/maori-patterns/