Museum Core
แมวสีสวาด ชื่อมาจากสีของเมล็ดสวาด
Museum Core
16 ก.ย. 68 460

ผู้เขียน : ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

               แมวไทยที่รู้จักกันดีทั้งภายในประเทศ แถมยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลทั่วโลกในกลุ่มคนรักแมว หรือ
เหมียวเลิฟเวอร์ คือ ‘แมวสีสวาด’ แต่คำว่า ‘สวาด’ ในที่นี้ไม่ใช่ ‘สี’ ตามชื่อเรียกมาตรฐานโดยทั่วไปอย่างสีแดง เหลือง เขียว น้ำเงิน ขาว ดำ หรือชื่อสีอื่นๆ ในภาษาไทย แต่เป็นชื่อเรียกสีที่นำไปเทียบเคียงกับสีของ ‘เมล็ด’ ในผลของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ต้นสวาด’ (Caesalpinia bonduc) ซึ่งมีสีสันคล้ายคลึงกันกับขนสีเทาปนน้ำเงิน (หรือบางคนอาจมองเห็นเป็นสีเทาปนเขียว) แสนนุ่มนิ่ม อันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าแมวสีสวาด

               ต้นสวาดจัดเป็นไม้เถาเลื้อยที่เลื้อยพันกับไม้อื่น และเป็นพันธุ์ไม้เขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในหลายประเทศได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา เนปาล พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย เป็นต้น สำหรับประเทศไทยพบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ทั้งในบริเวณป่าเปิดทั่วไป ป่าเบญจพรรณ และบริเวณชายหาดริมทะเลที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึง 200 เมตร ทั้งนี้ ต้นสวาดมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาคที่มีต้นไม้ชนิดนี้แพร่กระจาย ตัวอย่างเช่น คนภาคใต้มักเรียกไม้ชนิดนี้ว่า หวาด ตามัด หรือมะกาเลิง ขณะที่คนภาคเหนือรู้จักในชื่อ บ่าขี้แฮด

               ต้นสวาดนับเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา คนโบราณใช้ใบสวาดช่วยขับลม แก้จุกเสียด แน่นท้อง ส่วนใบยอดนำมาบดกรองเอาแต่น้ำ ช่วยแก้ไข้และถ่ายพยาธิได้ ส่วนรากสวาดนำไปดองกับเหล้าขาวใช้แก้พยาธิเช่นกัน ส่วนผลสวาดนำมาใช้ทำเป็นยาแก้กษัย และแก้กระเพาะปัสสาวะพิการได้ด้วย

               ส่วนเมล็ดที่ได้มาจากผลสวาดที่มีสีเหมือนกับสีขนของแมวสีสวาดนั้น ใช้กินเป็นยาแก้ปวดท้อง หรือแก้ท้องเสียก็ได้ ดังนั้นผู้คนในสมัยโบราณจึงคุ้นเคยกับไม้เลื้อยชนิดนี้เป็นอย่างดี ด้วยมีสรรพคุณทางยาเกือบทุกส่วนของต้นสวาด

               นอกจากนี้ ในอดีตเด็กๆ มักเอาผลสวาดไปใช้สำหรับเล่นหมากเก็บซึ่งเป็นการละเล่นยอดนิยม สีของเมล็ดสวาดจึงเป็นสีที่คุ้นเคย และเห็นจนชินตาคนทั่วไป จึงไม่น่าแปลกใจที่คนจะเรียกแมวที่มีสีขนเหมือนกันกับสีของเมล็ดสวาดว่า ‘แมวสีสวาด’

 

ภาพที่ 1: แมวสีสวาด

แหล่งที่มาภาพจาก: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/932454

 

 

ภาพที่ 2: ต้นสวาด เป็นพืชจำพวกเถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย

แหล่งที่มาภาพจาก: https://medthai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%94/

 

 

ภาพที่ 3: เมล็ดสวาด มีสีเทาอมน้ำเงิน หรือเทาอมเขียว คล้ายกับสีขนของแมวสีสวาด

แหล่งที่มาภาพจาก: https://medthai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%94/3

 

 

               ทว่าคนโบราณไม่ได้มองเห็นสีขนของแมวชนิดนี้เป็นสีผลสวาดเหมือนกันทุกคน บางคนก็เห็นสีที่ต่างออกไป เช่น สีเหมือนกับสี ‘ดอก’ ของ ‘ต้นเลา’ หน้าตาคล้ายดอกหญ้า แต่มีดอกสีออกเทาๆ ดังนั้นแมวสีสวาดจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ดอกเลา’ ด้วยเช่นกัน

               ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นว่า สีขนแมวที่เหมือนกับสีของดอกเลา จึงทำให้เมื่อมีผู้ประดิษฐ์ชื่อให้แมวชนิดต่างๆ อย่างเป็นทางการ (หลวง) ด้วยการใช้คำบาลี-สันสกฤต (ผู้เขียนสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นในยุคสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีตำราแมวไทยชนิดต่างๆ) ทำให้เริ่มเห็นการเรียกชื่อแมวชนิดนี้ด้วยศัพท์อื่นอย่าง ‘มาเลศ’ แปลว่า ‘ดอกไม้’ ซึ่งคงหมายถึงดอกเลานั่นเอง

               อย่างไรก็ตาม แมวชนิดนี้มักรู้จักกันดีในชื่อ “แมวสีสวาด” มากกว่า และยังผูกโยงเข้ากับความเชื่อด้วยว่าเป็น ‘แมวมงคล’ ชนิดหนึ่งของไทย หากใครเลี้ยงแมวสีสวาดเอาไว้ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะรักใคร่เอ็นดู อุปถัมภ์ค้ำชูเป็นพิเศษ ใครต่อใครพากันนิยมชมชอบเลี้ยงแมวสีสวาดไว้ราวกับเป็นตัวเบี้ยหมากเก็บโบราณชนิดนี้ และได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีไว้ในเรือน อีกทั้ง ด้วยเหตุผลเดียวกันทำให้มีธรรมเนียมนิยมนำแมวสีสวาดไปมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ บางครั้งก็มีการมอบแมวชนิดนี้เป็นคู่ให้กับเจ้าสาวในงานแต่งงาน โดยมีนัยอวยพรให้คู่บ่าวสาวอยู่ครองคู่กันด้วยความศรีสวัสดิ์สิริมงคล

               นอกเหนือจากความน่ารักน่าชังของแมวสีสวาดแล้ว ความเชื่อเรื่องมงคลนั้นอาจมาจากคำว่า ‘สีสวาด’ พ้องเสียงกับคำศัพท์มงคลว่า ‘ศรีสวัสดิ์’ ก็เป็นได้ โดยสามารถเทียบเคียงลักษณะทำนองเดียวกันนี้กับธรรมเนียมการจัดขันหมาก งานแต่งงานในบางท้องที่ของประเทศไทยนิยมใช้ ‘ใบสวาด’ กับ ‘ใบรัก’ รองก้นขันหมากโท (ขันหมากชั้นรองที่เป็นบริวารของขันหมากเอก) ก่อนวางด้วยหมากพลู ทั้งยังใส่ทั้งใบสวาดและใบรักลงไปรวมกับดอกไม้ และสิ่งมงคลอื่นๆ เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ถั่วงา ใบเงิน ใบทอง เป็นต้น ลงในขันหมากสินสอด (ขันหมากที่ใช้ใส่ค่าสินสอด) นัยว่าเสียงพ้องของกับคำว่า ‘สวาท’ และ ‘รัก’ มีความหมายเหมาะสมดีในพิธีแต่งงาน ดังนั้น คนโบราณเชื่อว่าแมวชื่อ ‘สีสวาด’ จะนำความเป็น ‘ศรีสวัสดิ์’ มาให้แก่เจ้าของก็ไม่น่าแปลกใจนัก

 

ภาพที่ 4: ดอกเลา มีสีที่คล้ายคลึงกับสีของแมวสีสวาด  

แหล่งที่มาภาพจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B2#/media/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:%E0%A6%95%E0%A6%BE%E0%A6%B6_%E0%A6%AB%E0%A7%81%E0%A6%B2.jpg

 

 

               กล่าวกันว่า ถิ่นที่อยู่แต่ดั้งเดิมของแมวสีสวาดคือ ‘เมืองพิมาย’ ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ มีปราสาทหินพิมายที่มีอายุนับพันปีเป็นสักขีพยานของความรุ่งเรืองในอดีตอันไกลโพ้นของเมือง  ทว่าไม่มีใครสามารถระบุได้ว่ามีแมวสีสวาดมาตั้งแต่ยุคก่อสร้างปราสาทหินหรือไม่? เพราะว่ายังไม่มีร่องรอยหลักฐานใดๆ ปรกฎให้สืบสาวราวเรื่องได้ อย่างไรก็ดี มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้พระราชทานชื่อให้แก่ ‘แมวสีสวาด’ ว่า ‘แมวโคราช’ โดยนัยว่าเป็นแมวที่มาจากเมืองโคราช (หัวเมืองใหญ่ที่ปกครองเมืองพิมายอีกทอดหนึ่ง) แต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้อีกเช่นกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานจำพวกเอกสารเก่านำมาใช้ยืนยันได้เลย

                ในปัจจุบันชื่อ ‘แมวโคราช’ เป็นที่รู้จักและรับรู้กันทั่วไป โดยอาจารย์กำพล จำปาพันธ์ นักประวัติศาสตร์ได้ศึกษาเกี่ยวกับแมวในประวัติศาสตร์ไทย และเสนอแนวคิดไว้ในหนังสือชื่อว่า ‘สยามวิฬาร์&ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียว’ มีใจความสรุปว่า ชื่อแมวโคราชนี้ควรเป็นชื่อที่เพิ่งรู้จักกันในช่วงหลัง พ.ศ. 2500 ลงมาเท่านั้น โดยอาจารย์กำพลได้ให้เหตุผลว่า ชื่อแมวโคราชไม่เคยพบในตำราแมวโบราณฉบับใดเลยแม้แต่ฉบับเดียว ต่างเรียกแมวพันธุ์นี้ด้วยชื่ออื่นๆ ตามที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้แล้ว ทั้งนี้ อาจารย์​กำพล ยังได้ระบุด้วยว่า ในหนังสือแบบเรียนไทยยุคหลัง พ.ศ. 2475 ซึ่งมีแมวชนิดนี้เป็นตัวเอกก็เรียกแมวชนิดนี้ว่า ‘สีสวาด’ ทั้งหมด

                 อีกประการหนึ่ง อาจารย์​กำพลให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่า ชื่อ ‘โคราช’ นี้ อาจมีที่มาจากเมื่อราว พ.ศ. 2502 มิสซิสฌอง จอห์นสัน (Mrs. Jean Johnson) ได้นำแมว ‘สีสวาด’ สองตัว (ชื่อ ‘ดารา’ และ ‘นารา’) จากพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือ เมืองโคราช ไปเลี้ยงที่รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกาแล้วทำให้ชื่อแมวโคราชกลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว กระนั้น ไม่ว่าชื่อ ‘แมวโคราช’ เริ่มใช้เรียกมาตั้งแต่สมัยใดก็ตาม ทาสแมวทั้งหลายคงไม่อาจปฏิเสธความน่ารัก น่าเอ็นดู ของแมวสีสวาดได้อย่างแน่นอน

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ