Museum Core
หอศิลป์เมืองฝาง ปูมประวัติเมือง เรื่องราวศิลปะวิทยา พื้นที่พัฒนาเยาวชน
Museum Core
24 ก.พ. 69 17
ประเทศไทย

ผู้เขียน : เดือน มีนาจันทร์

               อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตามบันทึกประวัติศาสตร์พื้นที่นี้มาอายุมากกว่า 1,500 ปี เป็นถิ่นที่อยู่ของคนไทยวนมาแต่อดีต ขณะที่ปัจจุบันมีหลายกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่อย่างกลมกลืน และเป็นเมืองที่มีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือกันของกลุ่มศิลปินและหน่วยงานท้องถิ่นได้ก่อตั้ง “หอศิลป์เมืองฝาง” เพื่อเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ โดยเทศบาลตำบลเวียงฝางสนับสนุนด้านอาคารสถานที่ ซึ่งนับเป็นการช่วยฟื้นให้อีก 2 พื้นที่ในอาคารเดียวกันอย่างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองฝาง และศูนย์แสดงสินค้าชุมชน (OTOP) มีชีวิตชีวาขึ้นด้วย

               ด้านหน้าอาคารมองเห็นชื่อ ‘ศูนย์แสดงสินค้า พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองฝาง’ โดดเด่นชัดเจน และเมื่อก้าวเข้าไปภายในตัวอาคาร บริเวณโถงกลางทั้งหมดเป็นพื้นที่ของหอศิลป์ ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะแบบหมุนเวียน โซนด้านซ้ายเป็นห้องจำหน่ายสินค้าโอท็อป และโซนด้านขวาเป็นห้องพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณที่ส่วนใหญ่ได้รับมอบมาจากชาวบ้านที่เห็นคุณค่าของความรู้และโบราณวัตถุ

               หอศิลป์เมืองฝาง เริ่มจัดแสดงนิทรรศการศิลปะครั้งแรก ในชื่อ ‘สีสันในม่านหมอก’ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 โดยนำผลงานของศิลปินเมืองฝาง และศิลปินรับเชิญอื่น ๆ อีกมากมายมาร่วมจัดแสดง ได้แก่ กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ ทรงเดช ทิพย์ทอง เสงี่ยม ยารังษี สุวิทย์ ใจป้อม พรชัย ใจมา อุทัย เขนย อานันท์ ราชวังอินทร์ พ.ต.ท.สนั่น แก้วตา ประเทือง ก่ำพัด ถนอม กองจันทร์ เสน่ห์ นกแก้ว สล่าสนอง ป้อสีลา สุทัศน์ เตจา นิตยา ตามวงค์ อัญเชิญ โกฏแก้ว ตลอดจนจิตรกรและประติมากรรุ่นใหม่อีกมากหลายคน การจัดแสดงครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่มีสีสันและประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมกันในการพัฒนาบ้านเกิดผ่านงานศิลปะ

               ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา หอศิลป์เมืองฝางจัดแสดงนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนหลายครั้ง ได้แก่ นิทรรศการศิลปะ ‘สีสันในม่านหมอก’ นิทรรศการศิลปะ ‘รอยศิลป์ สีสัน สู่ใจคน’ นิทรรศการศิลปะ ‘จากดอยสู่รอยประทับใจ’ และนิทรรศการศิลปะภาพถ่าย ‘ใต้ร่มพระบารมี 100 ปี อำเภอฝาง’ โดยเข้าชมฟรี เพื่อทำความรู้จักเมืองฝางผ่านงานศิลปะอันเปี่ยมเสน่ห์

               หอศิลป์เมืองฝางมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษามาเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบรรดาศิลปินก็เข้ามามีส่วนร่วมนำชมผลงานและให้ข้อมูลความรู้ รวมถึงเยาวชนได้ลงมือทำชิ้นงานศิลปะอย่างสนุกสนาน นับเป็นภาพบรรยากาศที่น่ายินดี ซึ่งพบเห็นได้บ่อยครั้งในนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดงานอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพที่ 1 'สีสันในม่านหมอก' นิทรรศการศิลปะครั้งแรกของหอศิลป์เมืองฝาง

 

               อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น ประติมากรร่วมสมัยชาวเมืองฝางที่ทำงานศิลปะมานานนับสิบปี และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานหอศิลป์เมืองฝาง ทำหน้าที่เป็นแกนนำหลักในการนำชมผลงานศิลปะให้กับนักเรียนนักศึกษาและผู้เข้าชมทั่วไป

 

ภาพที่ 2 อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น นำเสนอผลงานประติมากรรมให้กับกลุ่มเยาวชน

 

               วิธีการนำเสนอผลงานของอาจารย์กิตติพงษ์มีความลุ่มลึกมาก ตัวอย่างเช่น การนำชมผลงาน ชื่อ ‘พลังแห่งแผ่นดิน’ ซึ่งเป็นผลงานของอาจารย์กิตติพงษ์เอง เป็นประติมากรรมปั้นหล่อสำริดพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งพระองค์ได้ก่อตั้งโครงการหลวงดอยอ่างขางขึ้น เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทดแทนการปลูกฝิ่น สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวงอยู่บนเทือกเขาแดนลาว ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่รับผิดชอบ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512

               เมื่อเล่าให้เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาฟัง อาจารย์กิตติพงษ์ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบทั่วไปเพื่อให้เด็กๆ รับรู้ในเบื้องต้นว่าบ้านเกิดของพวกเขามีความสำคัญและมีความเป็นมาอย่างไร หลังชมนิทรรศการเสร็จ หอศิลป์มีกิจกรรมระบายสีรูปภาพเพื่อนำกลับบ้านเป็นที่ระลึก โดยหอศิลป์ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ทั้งหมด ซึ่งเป็นการพัฒนาให้เยาวชนได้ซึมซับสุนทรีย์จากศิลปะ และอาจสร้างแรงบันดาลใจต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะในอนาคต

               ขณะที่หากผู้ชมเป็นนักเรียนนักศึกษาในระดับชั้นสูงขึ้นมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ซับซ้อนขึ้นก็จะใช้วิธีการเล่าแบบมีรายละเอียดและชวนคิด เช่น โครงการหลวงทำให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น ยาเสพติดอันตรายบ่อนทำลายชาติ เปลี่ยนมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนทั่วไปอยากมาเยี่ยมชม ทั้งนี้เพื่อต้องการสื่อสารว่าบ้านเกิดมีเรื่องราวสำคัญ

               นอกจากนี้อาจารย์กิตติพงษ์ยังผลักดันให้ศิลปินรุ่นใหม่มีโอกาสได้นำเสนอผลงาน ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ และขั้นตอนการทำงาน การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ทำให้เยาวชนได้รับความรู้จากการเข้าชมมากขึ้นกว่าการอ่านผ่านป้ายข้อมูลเล็ก ๆ หรือสูจิบัตรเท่านั้น ซึ่งการได้พูดคุยสนทนาระหว่างศิลปินและผู้ชมวัยใกล้เคียงกันยิ่งทำให้บทสนทนาลื่นไหล ใช้ภาษาเดียวกันโดยไม่ต้องอธิบายผ่านศัพท์วิชาการใด

 

ภาพที่ 3 ศิลปินรุ่นใหม่นำเสนอผลงานประติมากรรมนูนต่ำให้นักเรียนนักศึกษาฟัง

 

               เมื่อเยาวชนได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะในหอศิลป์ที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นตนเอง และได้รับรู้ว่ามีศิลปินหลายคนทำงานศิลปะย่อมทำให้เยาวชนได้พัฒนาความคิดและรับรู้ได้ชัดเจนขึ้นว่า “ศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวดังที่เคยรับรู้มา แต่ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่รายล้อมรอบตัวในชีวิตประจำวัน” ดังที่อาจารย์กิตติพงษ์เคยเปรยไว้ ยิ่งไปกว่านั้น

               ในอนาคตหอศิลป์เมืองฝางมีแผนงานทำโครงการสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะต่างๆ เช่น การจัดเวิร์คช้อป การจัดประกวดวาดภาพเยาวชนทั้งอำเภอฝางและอำเภอใกล้เคียงเพื่อต่อยอดไปสู่การคัดเลือกผลงานและนำไปสู่การจัดแสดงนิทรรศการศิลปะในโอกาสต่อไป ตลอดจนเชิญศิลปินแขนงต่าง ๆ ทั้งด้านงานเขียน ดนตรี นาฏศิลป์ มาร่วมสร้างสีสันให้เมืองฝางเป็นเมืองแห่งศิลปะกลมกลืนกับชีวิต

 

ภาพที่ 6 เด็กนักเรียนทำกิจกรรมระบายสีรูปภาพร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่

 

ข้อมูลอ้างอิง

วิกิพีเดีย. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%87

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ