Museum Core
จากสนามรบสู่ผืนผ้าใบ: ศิลปินสเปนกับบาดแผลของศตวรรษ
Museum Core
05 พ.ค. 69 17

ผู้เขียน : ด้วยรัก

               ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ สงครามมักถูกจดจำผ่านเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ทั้งวันที่ได้รับชัยชนะ หรือพ่ายแพ้ เลขแบ่งเขตดินแดน ทว่าเบื้องหลังตัวเลขและเหตุกาณ์เหล่านี้เป็นชีวิตของคนธรรมดาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียและความหวาดกลัว สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วนผ่านเอกสารทางประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว หากแต่ปรากฏชัดอยู่ในงานศิลปะด้วยเช่นกัน

               โลกในยุคสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีถ่ายภาพ มีศิลปินคนหนึ่งใช้ปลายพู่กันบันทึกภาพความโหดร้ายของสงครามเอาไว้ เขาคือ ฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) จิตรกรชาวสเปนผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1746–1828 เขาเติบโตและทำงานในช่วงเวลาที่สเปนเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะสงครามคาบสมุทร (Peninsular War) ระหว่างปี ค.ศ. 1808–1814 เมื่อกองทัพจักรวรรดิฝรั่งเศสภายใต้การนำของจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต(Napoleon Bonaparte) เข้ายึดครองสเปน สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างกองทัพ หากแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง ทั้งการประหารชีวิต การกวาดล้าง และความอดอยากยากแค้น

               โกยาได้สร้างผลงานชื่อ The Third of May 1808 ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพวาดบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาพแสดงฉากชายชาวสเปนคนหนึ่งกำลังยืนเผชิญหน้ากับกองทหารที่กำลังเล็งปืนมาที่เขา แขนที่กางออกเหนือศีรษะแสดงถึงการยอมจำนน หรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าของชายผู้นั้นไม่ได้แสดงความกล้าหาญแบบวีรบุรุษ หากแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง โกยาไม่ได้พยายามแสดงภาพสงครามที่ดูยิ่งใหญ่ หรือมีเกียรติยศ ในทางตรงข้าม เขาเผยให้เห็นว่าสงครามทำลายชีวิตของประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง รูปกลุ่มทหารในภาพที่มองไม่เห็นใบหน้าสื่อความหมายว่าเป็นเพียงแค่เครื่องมือของความรุนแรง ขณะที่ผู้กำลังถูกประหารมองเห็นใบหน้าอย่างชัดเจนราวกับย้ำเตือนว่าผู้ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของสงครามมากที่สุดไม่ใช่ผู้นำหรือแม่ทัพ หากแต่เป็นประชาชน

 

ภาพที่ 1: The Third of May, 1808

แหล่งที่มาของภาพ: Smarthistory – Francisco Goya, The Third of May, 1808

 

               นอกจากนี้โกยายังสร้างชุดภาพพิมพ์กัดกรด (Etchings) ชื่อ The Disasters of War ซึ่งบันทึกภาพความโหดร้ายของสงครามอย่างตรงไปตรงมา ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นร่างของผู้เสียชีวิต ผู้ลี้ภัย และความทุกข์ทรมานของผู้คน ผลงานของโกยาจึงไม่ได้เป็นเพียงศิลปะเพื่อความสุนทรียะเท่านั้น หากแต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นความจริงของสงครามในมุมมองของมนุษย์คนหนึ่งด้วย

 

ภาพที่ 2: (ซ้าย) ภาพบาทหลวงที่ถูกรัดคอจับไม้กางเขนไว้ในมือ มีคำอธิบายเกี่ยวกับความผิดที่ทำให้

เขาถูกฆ่าติดอยู่ที่หน้าอกของเขา และ (ขวา) ภาพพลเรือนชาวสเปนกำลังใช้ขวานตัดหัวทหารฝรั่งเศส

แหล่งที่มาของภาพ: The Disasters of War - Wikipedia


               เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษ สเปนต้องเผชิญกับสงครามอีกครั้ง ครานี้เป็นสงครามกลางเมืองสเปนระหว่างปี ค.ศ. 1936–1939 สงครามครั้งนี้ไม่เพียงแต่แบ่งแยกประเทศเท่านั้น หากแต่ยังสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dali) ผู้มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่าโกยา เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของสงครามครั้งนี้

               ในยุคนี้มีการถ่ายภาพกันอย่างแพร่หลายแล้ว แม้ดาลีจะไม่ได้เลือกวาดภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์สงครามเช่นเดียวกับโกยา แต่เขาได้สร้างผลงานที่สะท้อนความหวาดกลัวและความแตกสลายที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของมนุษย์ในรูปแบบเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ผลงานชิ้นหนึ่งที่สำคัญ ชื่อ Soft Construction with Boiled Beans (Premonition of Civil War) ในปีค.ศ. 1936 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่สงครามกลางเมืองเริ่มต้น ภาพนี้แสดงให้เห็นร่างขนาดใหญ่ที่บิดเบี้ยว กำลังฉีกทำลายตนเอง แขนและขาถูกดึงออกจากกันอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงสภาวะการต่อสู้ภายในจิตใจมากกว่าต่อสู้กับศัตรูภายนอก

               ดาลีไม่ได้วาดภาพของสนามรบหรืออาวุธเลยแม้แต่น้อย หากแต่แสดงให้เห็นว่าสงครามสามารถทำลายมนุษย์จากภายในได้อย่างไร และสะท้อนให้เห็นว่าสงครามไม่ได้เพียงแต่ทำลายร่างกายหรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่ทำลายจิตใจและตัวตนของมนุษย์ได้เช่นกัน

 

ภาพที่ 3: Salvador Dalí, November 29, 1939

แหล่งที่มา: File:Dali2.jpg - Wikimedia Commons

 

               ปัจจุบันผลงานของโกยาและดาลีได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์สำคัญของโลก โดยภาพ The Third of May 1808 จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ปราโดในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ขณะที่ผลงานของดาลีจำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ดาลีในเมืองฟิเกเรส สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดแสดงศิลปะเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่ทำให้ผู้คนในปัจจุบันสามารถมองย้อนกลับไปและเข้าใจประสบการณ์ของผู้คนในอดีต

 

ภาพที่ 4: Museo Nacional del Prado

แหล่งที่มา: Museo del Prado - Wikipedia

 

ภาพที่ 5: Dalí Theatre and Museum

แหล่งที่มา: Dalí Theatre and Museum - Wikipedia

 

               แม้เวลาผ่านไปหลายศตวรรษแล้ว แต่โลกปัจจุบันกลับยังคงเกิดสงครามอยู่ในหลายพื้นที่ ภาพข่าวของอาคารที่พังทลาย ผู้คนที่ต้องอพยพ และความสูญเสียยังคงปรากฏให้เห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้คนในยุคปัจจุบันได้ดูผลงานของโกยาและดาลีอาจไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ภาพจากอดีต ทว่าเป็นภาพสะท้อนสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นในโลก และศิลปะได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ทำให้ความทรงจำของสงครามไม่ถูกลืม และทำให้ผู้คนตระหนักถึงผลกระทบที่แท้จริงของความรุนแรงเหล่านี้

              ศิลปะของโกยาและดาลีอาจดูแตกต่างกันทั้งในรูปแบบของการวาด การใช้สี ลายเส้น และยุคสมัย แต่ทั้งสองต่างทำหน้าที่เดียวกัน คือการทำให้สงครามไม่ถูกลดทอนเหลือเพียงแค่ตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือเส้นแบ่งเขตพรมแดน ศิลปะของพวกเขาไม่ได้ยกย่องสงคราม หากทำหน้าที่เตือนว่าเบื้องหลังคำว่า “สงคราม” คือชีวิตของประชาชนคนธรรมดาที่ต้องสูญเสียทุกสิ่ง

 

แหล่งอ้างอิง

The Momentum. (2563). Francisco Goya: ศิลปินผู้บันทึกความโหดร้ายของสงคราม. สืบค้นจาก: https://themomentum.co

Google Arts & Culture. (2565). ศิลปะกับสงคราม. สืบค้นจาก: https://artsandculture.google.com

Silpa Magazine. (2564). ซัลวาดอร์ ดาลี กับศิลปะเหนือจริง. สืบค้นจาก https://www.silpa-mag.com

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ