Fun Facts on Muse
ศาสนสนทนา ณ พิพิธภัณฑ์โลกศาสนาในนครนิวไทเป
Fun Facts on Muse
12 ก.ย. 69 52

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

ท่ามกลางสังคมไต้หวันร่วมสมัยที่ความหลากหลายทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พิพิธภัณฑ์โลกศาสนา (Museum of World Religions: MWR) ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้สาธารณะ ที่นี่มิใช่วัดหรือองค์กรเผยแผ่ศาสนา หากเป็นพื้นที่ค้นหาประสบการณ์ร่วมของมนุษยชาติ ทั้งการแสวงหาความหมาย การเผชิญหน้ากับวัฏจักรชีวิต และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ร่วมสำรวจจุดกำเนิดและเจตนารมณ์เบื้องหลังสถาบันแห่งนี้ พร้อมทำความเข้าใจการออกแบบประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้คนขบคิดถึงคุณค่าของชีวิตและตัวตน

จุดกำเนิดพื้นที่เรียนรู้ศรัทธาของผู้คน

บนท้องถนนและตรอกซอยของมหานครไทเปและนิวไทเป ปรากฏทั้งศาลเจ้าเต๋า วัดพุทธ ศาลเจ้าพื้นบ้าน มัสยิด หรือยอดระฆังของโบสถ์คริสต์อย่างกลมกลืน ในขณะที่สังคมไต้หวันเติบโตขึ้นพร้อมเสรีภาพและความหลากหลายทางศรัทธา ทว่าการอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวันกลับไม่ได้แปลว่าเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ ความรู้เรื่องศาสนาของกลุ่มคนต่าง ๆ ยังจำกัดอยู่เพียงภาพพิธีกรรมภายนอก ขณะที่หลักสูตรในโรงเรียนไม่มีพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้เรื่องความเชื่ออย่างรอบด้าน

ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว พระธรรมาจารย์ซินเต้า (Dharma Master Hsin Tao) แห่งสำนักเขาหลิงจิว ได้มองเห็นโจทย์สำคัญของยุคสมัย ท่านตระหนักว่าสิ่งที่สังคมต้องการเพื่อลดความไม่เข้าใจระหว่างกัน คือการสร้าง “พื้นที่กลาง” ที่ผู้มีศรัทธาแตกต่างกัน หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังแสวงหาความหมายของชีวิต สามารถเดินทางมาพบปะและเรียนรู้ร่วมกันได้ วิสัยทัศน์นี้นำมาสู่การสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นสื่อกลางแห่งการศึกษาคุณค่าชีวิตและการสนทนาข้ามสายธารความเชื่อ ด้วยแนวคิดหลักที่ว่า “เคารพทุกศรัทธา ยอมรับทุกวัฒนธรรม และรักทุกชีวิต”

พื้นที่สำรวจวัฏจักรมนุษย์ตั้งแต่กำเนิด เติบโต วัยทำงาน สูงวัย ไปจนถึงความตาย (ภาพ: Museum of World Religions, n.d.-b, https://www.mwr.org.tw/files/file_pool/1/0N193481494996410496/%E7%94%9F%E5%91%BD%E4%B9%8B%E6%97%85%E5%BB%B3.jpg)

ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 พิพิธภัณฑ์โลกศาสนา (Museum of World Religions: MWR) เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนอย่างเป็นทางการ บนชั้น 6 และ 7 ของอาคารพาณิชย์กลางย่านเมืองอันจอแจของเขตหย่งเหอ นครนิวไทเป แม้จุดกำเนิดจะมาจากพระภิกษุในพุทธศาสนา แต่องค์กรแห่งนี้ยืนยันสถานะอย่างชัดเจนว่ามิใช่องค์กรเผยแผ่ลัทธิ หากวางตัวเป็นสถาบันสาธารณะที่นำความรู้เกี่ยวกับศาสนามาสร้างความเข้าใจ ความรัก และสันติภาพ การเกิดขึ้นของ MWR จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวของศาสนาในไต้หวัน ซึ่งเลือกใช้พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่เป็นพื้นที่เชื่อมใจคนในสังคมพหุวัฒนธรรม

การจัดวางความศักดิ์สิทธิ์

พิพิธภัณฑ์โลกศาสนาเลือกใช้ภาษาทางสถาปัตยกรรมภายในและกระบวนการจัดแสดง เพื่อเปลี่ยนมโนทัศน์นามธรรมอย่างศรัทธา ความหมายของการมีชีวิต และการอยู่ร่วมกัน ให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ตัดขาดจากความสับสนวุ่นวายภายนอก ด้วยการคุมโทนแสง ความเงียบ ผิวสัมผัสของวัสดุ และจังหวะก้าวเดิน

เส้นทางการเข้าชมเป็นเสมือนการเดินทางเข้าสู่ภายในจิตใจ เมื่อก้าวออกจากลิฟต์ ผู้ชมจะพบกับม่านน้ำสำหรับล้างมือ เพื่อชำระล้างความเร่งรีบจากโลกภายนอก ก่อนก้าวเข้าสู่ทางเดินของผู้แสวงบุญ พื้นที่ดังกล่าวรายล้อมด้วยภาพเงาของนักแสวงบุญต่างความเชื่อ เคล้าเสียงกระซิบแผ่วเบาและคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับชีวิต ลำดับการจัดวางเช่นนี้เชื่อมต่อกับประสบการณ์ของมนุษย์ที่มีร่วมกัน นั่นคือความหวังและการแสวงหาที่ยืนในโลกใบนี้ จากนั้นผู้ชมก้าวเข้าสู่ Golden Lobby โถงเพดานสีทองจำลองแสงดวงดาวพร่างพรายในจักรวาล เชื่อมโยงฟ้า ดิน และมนุษย์ เข้ากับเจตนารมณ์เรื่องความรัก สันติภาพ และการเคารพซึ่งกันและกัน

แบบจำลองสถาปัตยกรรมศักดิ์สิทธิ์อัตราส่วนแม่นยำ เปิดมุมมองผังอาคารและลวดลายประณีต (ภาพ: Museum of World Religions, n.d.-a, https://www.mwr.org.tw/files/file_pool/1/0N193483402978782512/%E4%B8%96%E7%95%8C%E5%AE%97%E6%95%99%E5%BB%BA%E7%AF%89%E6%A8%A1%E5%9E%8B%E5%B1%95%E7%A4%BA%E5%8D%80.jpg)

ถัดมาคือห้องกำเนิดโลกและโถงทางเดินของชีวิตที่เชื่อมโยงตำนานการสร้างสรรพสิ่งเข้ากับวัฏจักรของมนุษย์ ตั้งแต่การเกิด การเติบโต ความสัมพันธ์ ความชรา ไปจนถึงความตาย นิทรรศการช่วงนี้ขับเน้นบทบาทของศาสนาในฐานะเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ชีวิตมากกว่าการท่องจำหลักธรรม ขณะเดียวกันในห้องฝึกสมาธิ โถงแห่งการตื่นรู้ และโดมภาพสะท้อนอันไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งออกแบบเป็นโถงวงกลมผสานแสง เสียง และกระจกสะท้อนเงาที่ส่งทอดหากันอย่างไม่รู้จบ สื่ออินเทอร์แอคทีฟในห้องนี้สร้างสภาวะแวดล้อมจำลองให้ผู้ชมสัมผัสได้ด้วยตาและใจว่า มนุษย์ทุกคนต่างเกี่ยวโยง เกื้อหนุน และสะท้อนเงาของกันและกันในโลกธรรมชาติไม่สิ้นสุด

ช่วงท้ายของการเข้าชมคือ Great Sacred Buildings และ Great Hall of World Religions ซึ่งรวบรวมแบบจำลองศาสนสถาน วัตถุพิธีกรรม เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอจากพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ยิว ซิกข์ เต๋า และชินโต นิทรรศการมิได้จัดลำดับตามความสำคัญของศาสนา หากแต่เชิญให้ผู้ชมเปรียบเทียบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รูปแบบวัตถุ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เส้นทางซึ่งเริ่มต้นจากคำถามเรื่องชีวิตของปัจเจกจึงจบลงที่การมองเห็นความหลากหลายของความเชื่อ โดยยึดความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความเคารพซึ่งกันและกันเป็นฐานของการอยู่ร่วมกัน

ห้องเรียนชีวิตและคำถามที่เปิดกว้าง

พิพิธภัณฑ์โลกศาสนาไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงห้องจัดแสดง การส่งเสริมการเรียนรู้ปรากฏในรูปแบบของโครงการศึกษาเนื่องด้วยชีวิตสำหรับโรงเรียน การพัฒนาครู กิจกรรมสื่อความหมายสาธารณะ งานวิจัย และเครือข่ายอาสาสมัคร ศูนย์การศึกษาเรื่องชีวิต (Life Education Center) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2009 โดยใช้มิติด้านศาสนา วัฒนธรรม และศิลปะเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้เรียนขบคิดถึงตัวตน ความสัมพันธ์ ความรับผิดชอบทางจริยธรรม และความหมายของการดำรงอยู่ ในแง่นี้ พิพิธภัณฑ์จึงทำหน้าที่ยกระดับพื้นที่จัดแสดงธรรมเนียมศาสนาสู่แหล่งเรียนรู้ของพลเมือง ที่เปลี่ยนความแตกต่างทางศาสนาให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนา

อย่างไรก็ดี แม้พิพิธภัณฑ์โลกศาสนานำเสนอความเชื่อผ่านคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ ทั้งความรัก สันติภาพ ความอดทนอดกลั้น และความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แม้วิธีการนี้จะช่วยให้ศาสนาที่ไม่คุ้นเคยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเป็นทางเลือกที่สร้างสรรค์ในการทลายภาพจำเชิงลบหรือการแบ่งฝักฝ่าย ในเวลาเดียวกัน กลับลดทอนความแตกต่างในหลักคำสอน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรง และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละชุมชนความเชื่อ งานศึกษาเปรียบเทียบพิพิธภัณฑ์ศาสนาระดับนานาชาติยังชี้ให้เห็นว่า กรอบการตีความของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากมุมมองของศาสนาเปรียบเทียบ กับแนวคิดสากลนิยมแบบพุทธ (Buddhist Universalism)

ส่วนจัดแสดงโบราณวัตถุและงานประณีตศิลป์แห่งศรัทธา จัดแสดงเพื่อฉายคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ (ภาพ: Museum of World Religions, n.d.-c, https://www.mwr.org.tw/files/file_pool/1/0N193482508610611595/%E4%B8%96%E7%95%8C%E5%AE%97%E6%95%99%E5%B1%95%E7%A4%BA%E5%A4%A7%E5%BB%B3.jpg)

กระนั้นความย้อนแย้งข้อนี้มิได้ลดทอนคุณค่าที่พิพิธภัณฑ์สร้างขึ้น หากช่วยฉายให้เห็นความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พิพิธภัณฑ์โลกศาสนาพิสูจน์ให้เห็นว่า พิพิธภัณฑ์สามารถออกแบบประสบการณ์สาธารณะเพื่อเปิดรับความหลากหลายทางศรัทธาได้อย่างประณีต โดยพาผู้ชมรับรู้สาระผ่านผัสสะสู่การใคร่ครวญทางจริยธรรม ความท้าทายในอนาคตคือการเปิดโอกาสให้ความเห็นต่าง รอยแยกทางความคิด และประวัติศาสตร์บาดแผลที่พูดถึงได้ยากมาปรากฏให้เห็น เพื่อก้าวสู่เวที่ร่วมค้นหาความเข้าใจข้ามความเชื่ออย่างแท้จริง

หมายเหตุ ภาพปกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์โลกศาสนาเท่านั้น องค์ประกอบ รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม และบรรยากาศภายในภาพเป็นการจำลองเชิงสร้างสรรค์ มิได้สอดคล้องตามสถานที่จริงทุกประการ

แหล่งข้อมูล

Hsieh, C.-H., & Koch, A. (2021). Christianity on display: A semiotic study of two museums of world religions (Glasgow, Taipei). Journal of Religion, Media and Digital Culture, 10(2), 253–278. https://doi.org/10.1080/23753234.2021.1949364

Museum of World Religions. (n.d.). Life education navigators. https://www.mwr.org.tw/mwr_en/xmdoc/cont?xsmsid=0I057395935042119329

Museum of World Religions. (n.d.). Origin. https://www.mwr.org.tw/mwr_en/xmdoc/cont?xsmsid=0I052359411359500564

Museum of World Religions. (n.d.). Permanent exhibitions. https://www.mwr.org.tw/mwr_en/xcpmtexhi?xsmsid=0I052391577771211747

Ralph Appelbaum Associates. (n.d.). Museum of World Religions. https://raai.com/project/museum-of-world-religions/

Orzech, C. D. (2024, February 15). Charles Orzech exposes bias in comparative religion. Colby News. https://news.colby.edu/story/charles-orzech-on-bias-in-museums-of-world-religions/

Wang, A. (2002, April). The Museum of World Religions: What’s it all about? Taiwan Panorama. https://www.taiwan-panorama.com/en/Articles/Details?Guid=f17a0e9e-799f-4fdd-a425-dc74ca55175d&CatId=8&postname=The%20Museum%20of%20World%20Religions%20What's%20It%20All%20About

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ