หากอยากหาหนังสือนิทานที่แสดงความสวยงามของธรรมชาติเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่เด็ก หรือผู้ใหญ่ที่มีหัวใจเยาว์วัยสักคน หลายใครอาจนึกถึงเรื่องปีเตอร์ แรบบิท (Peter Rabbit) ของเบียทริกซ์ พอตเตอร์ (Beatrix Potter) วินนี่ เดอะ พูห์ (Winnie the Pooh) ของเอ. เอ. มิลน์ (A. A. Milne) หรือสเตลลาลูน่า (Stellaluna) ของจาเนลล์ แคนนอน (Janell Cannon) แต่ยังมีนิทานอีกชุดหนึ่งที่นอกจากจะศึกษาพืชพรรณ สัตว์ป่า และวัฒนธรรมชนบทอย่างประณีตแล้วยังมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นการสร้างชุมชนที่รักใคร่อบอุ่น ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา และไม่มีใครเป็นตัวร้าย อย่างเรื่อง แบรมบลี เฮดจ์ (Brambly Hedge) ผลงานของจิลล์ บาร์เคลม (Jill Barklem) นักเขียนชาวอังกฤษ
จิลล์ บาร์เคลม (มีชื่อเดิมก่อนแต่งงานว่า จิลเลียน เกส (Gillian Gaze) เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1951 ในเมืองเอปปิง (Epping) มณฑลเอสเสกส์ (Essex) ทางตะวันออกของประเทศอังกฤษ พ่อของเธอเป็นเจ้าของร้านขายผ้าในเมือง ตั้งแต่เด็กจิลล์รักการทำอาหาร การทำสวน และชมธรรมชาติอย่างมาก โดยเฉพาะป่าเอปปิง (Epping Forest) ที่อยู่ใกล้บ้าน เมื่ออายุ 13 ปี จิลล์ประสบอุบัติเหตุทำให้จอประสาทตาลอก จึงไม่สามารถเล่นกีฬาและเข้าร่วมชั้นเรียนพลศึกษากับเพื่อน ๆ ได้ เธอหันมาใช้เวลาฝึกฝนวาดรูปหรืออ่านหนังสือในห้องสมุดแทน และพบว่าตนเองชอบวาดรูปดอกไม้ กิ่งก้านไม้ หลังจบมัธยมแล้วเธอเลือกเรียนต่อด้านภาพประกอบ (Illustration) ที่วิทยาลัยศิลปะเซนต์มาร์ติน (St. Martins School of Art) ในกรุงลอนดอน

ภาพที่ 1: จิลล์ บาร์เคลม
แหล่งที่มาภาพ: Barklem, Jill. “Jill Barklem.” Facebook, 10 Dec. 2017., https://www.facebook.com/photo?fbid=1870436352985242&set=pcb.1870436409651903.
ระหว่างนั่งรถใต้ดินไปเรียนทุกวัน จิลล์เปลี่ยนความเบื่อหน่ายเป็นจินตนาการเกี่ยวกับโลกของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ในพุ่มไม้ แต่ก็ยังไม่กล้าเขียนออกมาเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อเรียนจบแล้วเธอทำงานวาดภาพประกอบคัมภีร์ไบเบิลสำหรับเด็กและนิทานของนักเขียนคนอื่น เธอแต่งงานกับเดวิด บาร์เคลม (David Barklem) นักค้าของเก่า เดวิดคะยั้นคะยอให้เธอเขียนนิทานของตัวเองจากไอเดียที่สะสมไว้สมัยเรียน จิลล์จึงค่อย ๆ ใช้เวลา 5 ปีค้นคว้าเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ พืช สัตว์ และแมลงท้องถิ่น รวมถึงขนบธรรมเนียม ระบบพึ่งพากันทางเกษตรกรรมในชนบทของอังกฤษสมัยก่อน ตลอดจนปรึกษาบรรณาธิการที่มีประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์โลกนิทานแบรมบลี เฮดจ์ ที่มีหมู่บ้านของเหล่าหนูตัวน้อย สวมใส่เสื้อผ้าถักทอด้วยกี่กระตุก ใช้กังหันน้ำจิ๋วโม่แป้งเพื่อทำขนมปัง อีกทั้งยังปรุงอาหารจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งจิลล์ได้ทดลองสูตรอาหารทั้งหมดในครัวของเธอเรียบร้อยแล้วว่าอร่อยจริง

ภาพที่ 2: ภาพร่างเครื่องโม่ข้าวโพดสมัยเก่าและทิวทัศน์เนินเขา
แหล่งที่มาภาพ: Omalley, Vickie. “Brambly Hedge Acrylic Prints.” Pixels, n.d.,
https://vickie-omalley.pixels.com/shop/acrylic+prints/brambly+hedge.
นิทานแบรมบลี เฮดจ์ ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1980 โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์ คอลลินส์ (Harper Collins) เป็นนิทานชุดมี 4 เล่ม ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ฤดูร้อน (Summer) ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) และ ฤดูหนาว (Winter) ทันทีที่ผลงานออกสู่สาธารณชนก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยความชื่นชม ต้นไม้หลายต้นในนิทานนั้นวาดอ้างอิงแบบจากต้นไม้เก่าแก่ในป่าเอปปิงทำให้คนจำได้ เช่น ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam) อายุราว 400 ปี บางรูปที่มีความละเอียดสูงใช้เวลาวาดนานถึง 3 เดือน ไม่มีการเติมดอกไม้สวย ๆ หรือองค์ประกอบภาพใดอย่างขอไปที แต่วาดอย่างถูกต้องตามเวลาผลิดอกออกผลในธรรมชาติทั้งหมด เรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการเฉลิมฉลองที่คนเมืองลืมเลือนไปแล้วก็ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาวาดอย่างสมจริง เพียงแต่ย่อส่วนลงให้เหมาะสมกับโลกของบรรดาหนู นิตยสารซันเดย์ไทมส์ (Sunday Times Magazine) ยกย่องนิทานเรื่องนี้ว่า “เป็นแฟนตาซีที่ค้นคว้าวิจัยอย่างหนักมากที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเด็ก”

ภาพที่ 3: ต้นฮอร์นบีมป่าเอปปิง เป็นแรงบันดาลใจแก่บ้านต้นไม้ในแบรมบลี เฮดจ์
แหล่งที่มาภาพ: Barklem, Peter. “Jill Barklem’s family find the tree that inspired her Brambly Hedge tales.” The Guardian, 4 Apr. 2023, https://www.theguardian.com/books/2023/apr/04/jill-barklem-tree-brambly-hedge-tales-epping-forest., Brambly Hedge Official. “Brambly Hedge Official.” Facebook, 24 Feb. 2020., https://www.facebook.com/bramblyhedgeofficial/photos/a.167913629927047/2968158293235886/
เนื่องจากนิทานเรื่องนี้เกี่ยวกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ ในบรรยากาศชนบทย้อนยุค บ่อยครั้งจึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับเรื่องปีเตอร์ แรบบิท ทว่าปีเตอร์ แรบบิท เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1893 หลังยุควิกตอเรียนที่เพิ่งจบลง ผู้อ่านจึงพบเนื้อหามีความรุนแรงอยู่ประปราย เช่น ตัวละครแบดเจอร์ลักพาเหล่าลูกกระต่ายแรกเกิดใส่ถุงเพื่อนำไปฆ่า เป็ดถูกจิ้งจอกหลอกให้ออกไข่แล้วลักกินไข่จนหมด กระรอกยั่วยุนกฮูกจนสุดท้ายหางขาดพิการ ฯลฯ เพื่อแสดงอุทาหรณ์ให้เด็กรู้จักฉลาดระวังตัวในโลกความจริงที่มีอันตราย ไม่ได้มุ่งเน้นการบรรยายวิถีชีวิต สอนทำอาหาร หรือชื่นชมธรรมชาติแต่อย่างใด การผจญภัยในเรื่องก็ดำเนินไปอย่างฉับไวสนุกสนานจนได้รับยกย่องให้เป็นวรรณกรรมอมตะที่อ่านง่ายไม่รู้เบื่อ
ในทางกลับกันเรื่อง แบรมบลี เฮดจ์ ไม่มีตัวร้าย ปมปัญหาในเรื่องจึงมักเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความเข้าใจผิด หรือนิสัยใจคอของตัวละครที่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในนิทานเล่มฤดูร้อน ความตั้งใจดีของลูกหนูวิลเฟร็ดที่จะสนับสนุนคู่รัก กลับทำให้ฝ่ายชายที่มีนิสัยไม่มั่นใจในตัวเองสับสนจนไม่กล้าสู่ขอ ต่อเมื่อตามไปอธิบายจนเข้าใจกันดีแล้วจึงได้จัดงานแต่งงาน วิลเฟร็ดไปช่วยผูกแพพิธีแต่งงานกลางน้ำ แต่มีนิสัยเลินเล่อจึงผูกแพไม่แน่นจนถูกน้ำพัดลอยไป วิลเฟร็ดต้องใช้ความกล้าหาญและไหวพริบวิ่งตามไปผูกเชือกกับรากไม้ก่อนจะโยนขดเชือกให้เจ้าบ่าว สุดท้ายก็ช่วยกันจัดงานแต่งงานได้สำเร็จและขอโทษขอบคุณกัน ดังนั้นการคลี่คลายเนื้อเรื่องของแบรมบลี เฮดจ์ มีความซับซ้อนทางอารมณ์และความสัมพันธ์ที่แตกต่างจากนิทานรุ่นเก่า ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงปี ค.ศ. 1980 อังกฤษเกิดจลาจลบ่อยครั้ง ทั้งจากปัญหานโยบายที่แข็งกร้าวของมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ (Margaret Thatcher) และความขัดแย้งด้านอธิปไตยกับไอร์แลนด์ ทำให้หนังสือเปียบเสมือน ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มีสมาชิกหนูทุกตัวใส่ใจดูแลกันอย่างอ่อนโยน ผนวกกับการพรรณนาบรรยากาศอันสวยงามตลอดเรื่องจึงดึงดูดผู้อ่านได้ถูกจังหวะเป็นอย่างยิ่ง

ภาพที่ 4: งานแต่งงานในนิทานเล่มฤดูร้อน
แหล่งที่มาภาพ: Oxford Book. Brambly Hedge: Summer Story. Oxford-Book.com.ua, n.d., https://oxford-book.com.ua/uk/knigi-anglijskoyu-dlya-ditej/75546-kniga-brambly-hedge-summer-story-jill-barklem-9780007461530.html.
จิลล์ บาร์เคลม ขยายเรื่องราวในโลกแบรมบลี เฮดจ์ อีกหลายเรื่อง ได้แก่ บันไดลับ (The Secret Staircase) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1983 เนินเขาสูง (The High Hills) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1986 นิทานท้องทะเล (Sea Story) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1990 และ ลูกของป๊อปปี้ (Poppy’s Babies) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1994 เธอทุ่มเทและเดินทางไปศึกษาธรรมชาติที่ออกไปไกลกว่าป่าเอปปิง เช่น เรื่องเนินเขาสูง เธอเดินทางไปศึกษาเพื่อวาดภาพจากภูมิประเทศหินผาของเขตเซ็นทรัลเลค (Central Lake District) ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติในมณฑลคัมเบรีย (Cumbria) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ เรื่องนิทานท้องทะเล เธอไปค้นคว้าเรื่องจากชายฝั่งทะเลเหนือ 2 แห่งในภูมิภาคอีสต์แองเกลีย (East Anglia) ได้แก่ ชายฝั่งนอร์โฟล์ค (Norfolk Coast) และชะวากทะเลซัฟโฟล์ค (Suffolk Estuaries) ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจืดบรรจบกับน้ำเค็ม เป็นต้น ทำให้นิทานของเธอทำยอดขายได้กว่า 7 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการแปลมากกว่า 20 ภาษา

ภาพที่ 5: ของเล่นจิ๊กซอว์รวมภาพจากนิทานท้องทะเล
แหล่งที่มาภาพ: Cobble Hill Puzzles. Brambly Hedge All Aboard! | 500 Piece. Cobble Hill Puzzles, pre-2018., https://www.cobblehillpuzzles.com/products/brambly-hedge-all-aboard-500-piece
แม้จิลล์จะมีกำลังใจและทุ่มเทกับการสร้างสรรค์มากเพียงใด แต่เธอมีปัญหาการมองเห็นจากอุบัติเหตุในวัยเด็กมาตลอด และอาการก็ยิ่งหนักขึ้น ขณะที่วาดเรื่องลูกของป๊อปปี้ เธอพบว่ามองเห็นภาพที่กำลังวาดอยู่เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อตรวจอย่างละเอียดก็ได้รับการวินิจฉัยว่า นอกจากจอประสาทตาลอกแล้วยังมีเนื้องอกในสมองเบียดเส้นประสาทตาด้วย จิลล์เข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในปี ค.ศ. 1994 แต่มีปัญหาแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา รวมถึงสายตาก็ย่ำแย่ลงทำให้ต้องหยุดวาดเขียนไว้เพียงเท่านั้น แต่โลกมหัศจรรย์ของบรรดาหนูยังคงดำเนินต่อไปผ่านปลายปากกาของนักวาดคนอื่นที่สามารถลอกลายเส้นของจิลล์ได้อย่างยอดเยี่ยม ได้แก่ อลัน แมคโดนัลด์ (Alan MacDonald) วาดเรื่อง วิลเฟร็ดมาช่วยแล้ว (Wilfred to the Rescue) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2005 และลิซซี่ แซนเดอร์ส (Lizzie Sanders) วาดเรื่อง พริมโรสจัดการเอง (Primrose in Charge) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2006 นอกจากนี้ยังมีการผลิตหนังสือเสียง ซีรีส์การ์ตูนโทรทัศน์ และสินค้าที่ร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น เครื่องกระเบื้องรอยัล ดอลตัน (Royal Doulton) หุ่นของเล่นฮันเทล (Hantel) ตลับเครื่องประดับครัมเมิลส์ (Crummles) ทำยอดขายรวมปีละกว่า 5.7 ล้านปอนด์ (คิดเป็นประมาณ 239 ล้านบาท)
จิลล์ บาร์เคลม เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 นำความโศกเศร้าอาลัยมาสู่ชุมชนเอปปิงและนักอ่านทั่วโลก รัฐบาลลอนดอนโดยความร่วมมือกับสภาเขตป่าเอปปิง (Epping Forest District Council) กองทุนเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองของชนบทอังกฤษ (Rural England Prosperity Fund - REPF) และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องจึงจัดทำโครงการเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบรมบลี เฮดจ์ (Brambly Hedge Trail) ที่ป่าเอปปิง ความยาว 2.4 กิโลเมตร เพื่อเป็นการรำลึกถึงจิลล์ บาร์เคลม โดยตลอดเส้นทางจะมีรูปสลักไม้ตัวละครจากนิทาน 17 ตัว พร้อมแผนที่ความรู้และสติกเกอร์สะสม ช่วยปลูกฝังความรักต่อพืชพรรณสัตว์ป่า ชุมชนท้องถิ่น และจินตนาการในใจของเด็ก ๆ ต่อไปตราบนานเท่านาน
แหล่งข้อมูล
Barklem, Jill. Summer Story (Brambly Hedge). London: William Collins Sons & Co. Ltd., 1980.
Brambly Hedge. Our Story. BramblyHedge.com, n.d.,
https://bramblyhedge.com/our-story/.bramblyhedge.com
City of London. Brambly Hedge Trail. City of London Corporation, 9 Dec. 2025, https://www.cityoflondon.gov.uk/things-to-do/green-spaces/epping-forest/brambly-hedge-trail
Essex Wildlife Trust. Brambly Hedge Nature Trail. Essex Wildlife Trust, n.d., https://www.essexwt.org.uk/visit/nature-trail/brambly-hedge
“Jill Barklem, children’s author obituary.” The Telegraph, 20 Nov. 2017, https://www.telegraph.co.uk/obituaries/2017/11/20/jill-barklem-childrens-author-obituary/
Potter, Beatrix. The Tale of Peter Rabbit. London: Frederick Warne & Co., 1902.
Shaffi, Sarah. “Jill Barklem’s family find the tree that inspired her Brambly Hedge tales.” The Guardian, 4 Apr. 2023, https://www.theguardian.com/books/2023/apr/04/jill-barklem-tree-brambly-hedge-tales-epping-forest