Museum Core
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ห้องเรียนประวัติศาสตร์สิงคโปร์เคลื่อนที่
Museum Core
16 ก.ค. 69 10
ประเทศสิงคโปร์

ผู้เขียน : รหัท กิจจริยภูมิ

               หากกล่าวถึงประเทศสิงคโปร์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศนี้มีภาพจำเป็นความทันสมัย เมืองแห่งนวัตกรรมที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างดูใหม่เอี่ยมจนราวกับบดบังร่องรอยของกาลเวลาไปเสียหมด

               แท้จริงแล้ว แม้สิงคโปร์เป็นประเทศเกิดใหม่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอดีตที่ลึกซึ้ง แต่สิงคโปร์ยังมีเรื่องราวชวนให้ติดตามและค้นหาอยู่ไม่น้อย การก้าวจากเกาะเล็กๆ ที่ปราศจากทรัพยากรธรรมชาติใดๆ สู่การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้ในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ ย่อมต้องผ่านทั้งบทเรียน ความท้าทาย และหน้าประวัติศาสตร์อันโชกโชน ซึ่งเรื่องราวและจิตวิญญาณทั้งหมดนั้น ถูกบันทึกและรวบรวมเอาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore)

 

ภาพที่ 1 อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์

แหล่งที่มาภาพ: https://www.nationalmuseum.nhb.gov.sg/plan-your-visit/visitor-information/upgrading

 

               เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่สะกดสายตาผู้เขียนให้ตะลึงเป็นความโอ่อ่าของอาคารทรงนีโอคลาสสิกสีขาว ซึ่งออกแบบโดย เฮนรี่ เอ็ดเวิร์ด แมคคัลลัม (Henry Edward McCallum) สถาปนิกชาวอังกฤษ โดยตัวโครงสร้างและการวางรากฐานของสถาปัตยกรรมชิ้นเอกหลังนี้ เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1882 ช่วงที่จักรวรรดิอังกฤษที่ยังคงปกครองสิงคโปร์อยู่ ก่อนสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1887 ในนามห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์แรฟเฟิลส์ (Raffles Library and Museum)

 

ภาพที่ 2 โดมโรทันดา (Rotunda Dome) ไฮไลท์ทางสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์

 

               หลังบานประตูทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์เป็นห้องโถงทรงกลมใต้โดมแก้วขนาดยักษ์ (Rotunda Dome) ที่มีความสูง 27 เมตร และเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและงดงามที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยมีไฮไลท์ที่งานกระจกสีสเตนกลาส (Stained Glass) ลวดลายหลากเฉดสีที่ได้รับการบูรณะซ่อมบำรุงอย่างประณีต เพื่อทำหน้าที่เปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติให้สาดส่องลงมาสู่เบื้องล่างอย่างงดงาม เมื่อก้าวลึกถัดมาด้านในเป็นนิทรรศการถาวร “Singapore History Gallery” ที่เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ตั้งแต่ครั้งก่อนประวัติศาสตร์

 

ภาพที่ 3 วิดีโอดิจิทัลจำลองบรรยากาศสิงคโปร์ (เทมาเส็ก) ในช่วงกลางศตวรรษที่ 14

 

               ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า สิงคโปร์เป็นเมืองท่าที่สำคัญ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ปากช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ พ่อค้าชาวจีนเรียกพื้นที่นี้ตามสำเนียงจีนว่า “ตานหม่าซี” (Danmaxi) หรือ ”เทมาเส็ก” (Temasek) ซึ่งเป็นคำถอดเสียงจากภาษามลายูขณะที่บันทึกประวัติศาสตร์ของชาวมลายู (Sejarah Melayu) ได้บันทึกนามของเกาะแห่งนี้ว่า สิงหปุระ (Singapura) โดยระหว่างเดินชมนิทรรศการมีวิดีทัศน์แสดงภาพจำลองของสภาพบ้านเมืองในอดีต

 

ภาพที่ 4 ภาพวาดบรรยากาศของสิงคโปร์ในอดีต

 

ภาพที่ 5 ห้องนิทรรศการสิงคโปร์ในช่วงอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ

 

               ถัดมาเป็นห้องนิทรรศการ Crown Colony (1819 – 1941) เล่าเรื่องสิงคโปร์ในช่วงอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ เริ่มต้นจากปีค.ศ. 1819 หลังจากจักรวรรดิอังกฤษได้ทำข้อตกลงกับผู้ปกครองชาวมลายูในท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งท่าเรือการค้าของอังกฤษ ซึ่งข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจากผลประโยชน์ที่ลงตัวของทั้งสองฝ่าย โดยอังกฤษได้ทำเลทองในการตั้งท่าเรือสินค้าแข่งกับชาติมหาอำนาจอื่น ขณะที่ผู้ปกครองมลายูได้เงินทุนและกองกำลังทหารของอังกฤษช่วยค้ำจุนอำนาจทางการเมือง

               หลังจากนั้นบรรดาพ่อค้าและเรือสินค้าต่างขนสินค้าเดินทางมายังที่นี่ โดยเรือเดินไกลมาจากอาระเบียและแอฟริกา นอกจากนี้ก็มีกลุ่มผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้ามายังเกาะแห่งนี้ พร้อมกับขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตนมาด้วย

 

ภาพที่ 6 ภาพถ่ายและสื่อสิ่งพิมพ์ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

 

               ในนิทรรศการมีการจัดแสดงทั้งภาพวาด และภาพถ่ายมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพวิถีชีวิต และบันทึกภาพของอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมในยุคสมัยนั้น รวมถึงเหล่าบุคคลที่เป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาสิงคโปร์ยุคอาณานิคม ขณะเดียวกันก็ตีแผ่เรื่องราวด้านมืดที่เสื่อมโทรมในอดีต อย่างพวกสมาคมลับ (อั้งยี่) และซ่องฝิ่น ซึ่งพิพิธภัณฑ์จัดแสดงด้วยการจำลองบรรยากาศให้ดูมืดๆ ทึมๆ น่าค้นหา

 

ภาพที่ 7 ระฆังรีเวียร์ (Revere Bell)

แหล่งที่มาภาพ: https://web.facebook.com/National.Museum.of.Singapore/photos/the-revere-bell-was-a-gift-by-mrs-maria-revere-balestier-daughter-of-american-pa/1111879515539426/?_rdc=1&_rdr

 

               นอกจากนี้ยังมีวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าและมีความหมายกับการสร้างสิงคโปร์ในช่วงอาณานิคม อาทิ ระฆังรีเวียร์ มอบโดย มาเรีย รีเวียร์ บาเลสเทียร์ (Maria Revere Balestier) ภรรยาของกงสุลอเมริกาคนแรกประจำสิงคโปร์ แสดงถึงความสัมพันธ์ยุคแรกระหว่างสิงคโปร์กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งในอดีตระฆังใบนี้จะถูกตีส่งเสียงเตือนเวลาสองทุ่มตรงเพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลาเคอร์ฟิว และที่สำคัญระฆังตระกูลรีเวียร์เป็นระฆังใบเดียวในโลกที่ติดตั้งอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ภาพที่ 8 รถถังจำลองและภาพถ่ายที่จัดแสดงในโซนนิทรรศการ Syonan-To

 

               สิงคโปร์อยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งถูกยึดครองโดยกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1942-1945) ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวไว้ในห้องนิทรรศการ Syonan-To หรือชื่อของสิงคโปร์ที่ถูกเปลี่ยนขณะที่ถูกยึดครอง มีความหมายว่า "แสงสว่างแห่งแดนใต้" ในเวลา 3 ปีที่สิงคโปร์ถูกญี่ปุ่นยึดครองนับเป็นช่วงเวลาแห่งความขมขื่นอย่างมาก ผู้คนต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิง ทนทุกข์กับโรคระบาด และเลวร้ายที่สุดเมื่อต้องเผชิญความรุนแรงและการเข่นฆ่าที่ต้องแลกด้วยชีวิตของใครหลายคน ภายในห้องจัดแสดงมีการฉายวิดีทัศน์จากฟิล์มภาพยนตร์เก่า โบราณวัตถุทางการทหารจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว และภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวในวันวานไว้อย่างน่าสะเทือนใจ

 

ภาพที่ 9 สื่อฟิล์มภาพยนตร์และวิดีทัศน์เก่า บันทึกบทสัมภาษณ์ของ ลี กวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรกผู้ร่วมสร้างชาติสิงคโปร์

 

               หลังผ่านช่วงเวลาที่มืดมนพร้อมกับสิ้นสุดนิทรรศการโซนนี้เมื่อจักรวรรดิญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลก สิงคโปร์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในปี ค.ศ. 1959 โดยจักรวรรดิอังกฤษยินยอมให้สิงคโปร์ได้รับสิทธิ์ในการปกครองตนเอง ก่อนที่สิงคโปร์ตัดสินใจเข้าร่วมควบรวมประเทศกับมาลายา และในท้ายที่สุดสิงคโปร์ได้แยกตัวออกมาจากมาเลเซีย และประกาศเป็นประเทศเอกราชในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965 จนถึงปัจจุบัน

               เนื้อหาของนิทรรศการโซนนี้นำเสนอเรื่องราวการฝ่าฟันเพื่อสร้างชาติ และการแก้สารพัดปัญหาในขณะนั้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตการว่างงาน การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปรองดองในสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา โดยจัดแสดงผ่านสื่อวีดีทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ในยุคสมัยนั้น ซึ่งได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

 

ภาพที่ 10 ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวสิงคโปร์ในอดีต

 

               ถัดมาเป็นพื้นที่จัดแสดงห้องจำลองวิถีชีวิตของคนสิงคโปร์ในยุคสร้างชาติ โดยรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตไว้หลากหลาย อาทิเช่น วิทยุวินเทจ โทรศัพท์บ้านแบบหมุน เครื่องครัวยุคเก่า ซึ่งมีดีไซน์และฟังก์ชันแตกต่างจากสมัยปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ของใช้บางชิ้นผู้เขียนเคยคุ้นตา หรือเคยมีประสบการณ์ร่วมบ้าง ยิ่งชวนให้คิดถึงความหลัง

               หลังเพลิดเพลินกับการสำรวจข้าวของเครื่องใช้ย้อนยุคแล้ว ห้องนิทรรศการถัดไปก็แสดงให้เห็นการเปลี่ยนโฉมของสิงคโปร์ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทีละนิด จากประเทศใหม่กำลังเริ่มตั้งไข่ ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมด้วยการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติมากมายเข้ามาลงทุนอย่างมหาศาล ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นหลายเท่าตัว รวมไปถึงการลงทุนพัฒนาศักยภาพประชากร ทำให้มีจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า เพื่อเร่งผลิตช่างเทคนิคและแรงงานฝีมือป้อนเข้าสู่ระบบ และเป็นโซนสุดท้ายของนิทรรศการที่ขมวดบทสรุปการเดินทางผ่านกาลเวลาอันยาวนานของสิงคโปร์ ซึ่งปิดจบลงได้อย่างน่าประทับใจ

 

ภาพที่ 11 ความงดงามของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน เปิดไฟประดับสว่างไสวด้วยสีสันของธงชาติสิงคโปร์

 

               สำหรับผู้เขียน การเดินชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์เป็นการอ่านตำราประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนที่จับต้องได้จริง ได้เรียนรู้ผ่านวัตถุโบราณ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และสื่อวิดีทัศน์ที่พิพิธภัณฑ์ตั้งใจออกแบบมาให้ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย เปลี่ยนเรื่องราวในอดีตให้กลายเป็นเรื่องสนุก น่าค้นหา และเติมเต็มอรรถรสด้วยแสง สี เสียง และบรรยากาศที่ถูกออกแบบได้อย่างน่าหลงใหล

               นอกเหนือจากนิทรรศการ Singapore History Gallery ที่เปรียบเสมือนห้องเรียนรู้หน้าแรกของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังมีนิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมพิเศษในวาระต่าง ๆ จัดแสดงอยู่อีกมากมาย รวมถึงมีคาเฟ่ และร้านหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวของสิงคโปร์ พร้อมของที่ระลึกน่ารักให้เลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

National Museum of Singapore. (n.d.). Our building. National Heritage Board. https://www.nationalmuseum.nhb.gov.sg/about-us/our-building

National Museum of Singapore. (n.d.). Singapore History Gallery. National Heritage Board. https://www.nationalmuseum.nhb.gov.sg/whats-on/exhibition/singapore-history-gallery

National Archives of Singapore. (n.d.). Exhibition: Syonan. Former Ford Factory. https://corporate.nas.gov.sg/former-ford-factory/whatson/exhibition-syonan/

National Library Board. (n.d.). The Revere Bell. Singapore Infopedia. https://www.nlb.gov.sg/main/article-detail?cmsuuid=dc1efe7a-8159-40b2-9244-cdb078755013

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ