Museum Core
ปฐมบทสู่น่านฟ้าไทย: ย้อนรอยประวัติศาสตร์การบินไทย ณ พิพิธภัณฑ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
Museum Core
18 ธ.ค. 68 461
ประเทศไทย

ผู้เขียน : พรวลัย บุญเตาชู นักศึกษาฝึกงาน ปี 2568

               “เครื่องบิน“ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในความคิดของผู้เขียนเสมอตั้งแต่เด็กจนโต แม้จะมีหลักการทางวิทยาศาสตร์มากมายมาอธิบายว่าเครื่องบินสามารถบินได้อย่างไร แต่การบินได้ของนกเหล็กที่มีน้ำหนักหลายร้อยตันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนไกลลับตา เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังประเทศที่ห่างไกลได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจ และผู้เขียนก็ชื่นชอบการเดินทางไปสนามบินเป็นพิเศษ ทั้งในฐานะเป็นผู้เดินทางเอง หรือเป็นผู้มาส่ง-รอรับก็ตาม เมื่อมีคนชวนผู้เขียนเดินทางไปสนามบินจึงไม่เคยปฏิเสธใครเลยสักครั้ง ถึงกระนั้นผู้เขียนกลับไม่เคยรับรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนกระทั่งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า

               ณ ชั้นที่ 4 ของอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ หากหันหน้าออกไปยังฝั่งตรงข้ามจะมองเห็นสิ่งก่อสร้างหลังคาสีเหลืองทองตั้งโดดเด่นบนอาคารลานจอดรถ จากนั้นเดินออกทางประตูหมายเลข 8 และข้ามทางม้าลายอีก 2 ครั้งก็ถึงพิพิธภัณฑ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่สามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชมด้วยการกรอกชื่อและเวลาในการเข้าชม ทั้งยังสามารถร้องขอให้เจ้าหน้าที่พานำชมพิพิธภัณฑ์ได้แม้ไม่ได้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ทว่าผู้เขียนรู้สึกสะดวกกับการเดินชมด้วยตนเองมากกว่า เจ้าหน้าที่จึงแค่เดินนำมาส่งที่ห้องแรก ซึ่งเป็นโซนนั่งชมวิดิทัศน์สั้น แต่วันนั้นไม่มีการเปิดวีดิทัศน์ผู้เขียนจึงพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

 

รูปที่ 1 บริเวณด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์

 

               ช่วงแรกของนิทรรศการไม่มีอะไรมากนัก บนผนังห้องมีรูปภาพและข้อมูลให้เลือกอ่านถึง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ และจีน) ทั้งนี้มีจอฉายภาพติดตั้งอยู่ประปรายแต่ทั้งหมดไม่สามารถเปิดใช้งานได้และไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ แต่ผู้เขียนก็เลือกเดินชมนิทรรศการตามลำพังต่อไปอย่างที่ตั้งใจไว้ ในภายหลังผู้เขียนกลับมาย้อนคิดได้ว่าการขอให้เจ้าหน้าที่พาเดินชมน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และอาจได้รับข้อมูลสาระอื่นความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากบอร์ดนิทรรศการ 

               ลำดับของเนื้อหานิทรรศการเป็นไปตามลำดับช่วงเวลา เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวความสำคัญในอดีตของดินแดนสุวรรณภูมิ อันเป็นที่มาของชื่อสนามบินแห่งนี้ จากนั้นก็ก้าวข้ามเวลาไปสู่เรื่องประวัติศาสตร์การบินของไทยยุคเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ.2454 (114 ปีก่อน) ซึ่งมีจุดเริ่มต้นคล้ายกับประเทศอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์การบินทางทหารก่อนพัฒนาสู่การบินพลเรือน ทั้งเครื่องบินลำแรกและนักบินกลุ่มแรกของไทยล้วนเพื่อการทหารทั้งสิ้น

 

รูปที่ 2 การจัดแสดงนิทรรศการโซนแรกที่เน้นการให้ข้อมูลด้วยข้อความและรูปภาพ

 

               เนื้อหาที่นำมาเล่าผ่านนิทรรศการล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดกำเนิดและรากฐานที่สำคัญของวงการการบินในประเทศไทย เรื่องที่ผู้เขียนสนใจมากที่สุดเป็นเรื่องการบินระหว่างประเทศครั้งแรก ซึ่งนิทรรศการนำเสนอว่าเกิดขึ้นในเที่ยวบินขากลับจากสหรัฐอเมริกาสู่ไทยด้วยเครื่องบินชื่อ “นางสาวสยาม” (Miss Siam) เครื่องบินใบพัดขนาด 2 ที่นั่งที่นับว่าเป็นเครื่องบินพลเรือนลำแรกของไทย แต่เมื่อผู้เขียนค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมกลับพบว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกับแหล่งอ้างอิงอื่นเลย โดยมีบางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า เส้นทางขากลับของนางสาวสยามจากสหรัฐอเมริกาสู่ไทย ใช้วิธีขนส่งทางทะเล โดยสารมากับเรือเดินสมุทร ไม่ได้บินข้ามน่านฟ้ากลับมาดังที่กล่าวอ้างในนิทรรศการ ขณะที่บางแหล่งข้อมูลไม่มีการอ้างอิงถึงเส้นทางการบินสหรัฐอเมริกากับไทยเลย

               นอกจากนี้ข้อมูลเกี่ยวกับการบินระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการและมีหลักฐานยืนยันชัดเจนเป็นการบินจากไทยสู่จีนเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ต่อมาการบินพลเรือนและพาณิชย์ในไทยก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่เพื่อขยายขีดความสามารถให้พร้อมสำหรับเป็นศูนย์กลางการเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ได้นำเสนอข้อมูลในเชิงโครงสร้างส่วนต่างๆ ของสนามบิน ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอย่างละเอียดผ่านบอร์ดแสดงข้อมูลและรูปภาพประกอบ

 

รูปที่ 3 แบบจำลองการจัดการน้ำภายในสนามบินและบริเวณโดยรอบ

 

               หลังจากเดินจนสุดจบโซนแรกของนิทรรศการที่เต็มไปด้วยข้อมูลเนื้อหาก็พบกับประตูสีขาวบานใหญ่เปิดออกไปสู่ห้องที่กว้างที่สุดในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งจัดแสดงโมเดลจำลอง 3 ชิ้น และมีจอทัชสกรีนที่สามารถใช้งานได้ ผู้เขียนลองสัมผัสหน้าจอดูข้อมูลก็พบว่าข้อมูลที่แสดงบนจอนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของสนามบินที่สัมพันธ์กับการจัดแสดงไฟที่โมเดล โดยด้านขวามือเป็นโมเดลจำลองแสดงถึงระบบการจัดการน้ำโดยรอบพื้นที่ก่อนการสร้างสนามบินเพื่อป้องกันความเดือดร้อนต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงมาก่อนหน้า ด้านซ้ายมือเป็นโมเดลของสนามบินสุวรรณภูมิที่ย่ออัตราส่วนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 20,000 ไร่ของสนามบินมาจัดแสดงให้ผู้ชมมองเห็นภาพรวมของพื้นที่และสามารถเดินดูรายละเอียดของโมเดลได้โดยรอบ นับเป็นสิ่งที่โดดเด่นของนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เขียนรู้สึกประทับใจมากที่สุด

 

รูปที่ 4 โมเดลจำลองเครื่องบินที่เป็นส่วนหนี่งของโมเดลสนามบินสุวรรณภูมิ

 

               ผู้เขียนหยุดใช้เวลาค่อนข้างนานกับการชมโมเดลเครื่องบินที่จอดอยู่ตามส่วนต่างๆ เช่น รันเวย์ ลานจอด หลุมจอด ซึ่งมีโมเดลเครื่องบินนานาชาติจากหลากหลายสายการบินชั้นนำจำนวนหลายสิบลำ อาทิ สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines) กาตาร์แอร์เวย์ (Qatar Airways) เอมิเรตส์ (Emirates) คาเธ่ย์แปซิฟิก(Cathay Pacific) และการบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทย

               ตัวโมเดลจำลองของเครื่องบินแต่ละรุ่นมีขนาดและรายละเอียดสมจริงมากอย่างเครื่องรุ่น Airbus A380 หรือเจ้าวาฬยักษ์ที่มีห้องโดยสารแบบ 2 ชั้น ทำให้มีขนาดใหญ่แตกต่างจากรุ่นอื่นมากอย่างชัดเจน หรือเครื่องบินของจากบริษัทโบอิ้ง (Boeing) รุ่นชุด 787 ที่มองเห็นรอยหยักตรงส่วนเครื่องยนต์เป็นจุดเด่น สำหรับผู้เขียนการเดินพิจารณาดูรายละเอียดของโมเดลเครื่องบินขนาดย่อส่วนนี้ช่วยจุดประกายความรู้สึกตื่นเต้นให้กลับมาเหมือนครั้งเมื่อวัยเยาว์ได้เป็นอย่างดี

               ส่วนของอาคารผู้โดยสารจำลองกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ชม ทำได้เพียงแค่ยืนเลียบเคียงมองดูห่างๆ เพื่อไม่ให้ขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ก่อนเดินต่อไปยังห้องถัดไปที่จัดแสดงเป็นบอร์ดนิทรรศการให้ข้อมูลแบบเดิม โดยเนื้อหานิทรรศการส่วนที่เหลือประกอบด้วย การชี้ชวนให้มุมมองเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยที่สอดแทรกในส่วนต่างๆ ของสนามบินเพื่อนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนเรื่องแผนการพัฒนาสนามบินให้เสร็จสิ้นครบทั้งโครงการ อาทิ อาคารผู้โดยสาร SAT-1 ที่เพิ่งเปิดให้บริการ เป็นต้น และจัดแสดงรางวัลต่างๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิเคยได้รับ สุดท้ายหลังชมนิทรรศการจบ ผู้ชมจะได้รับน้ำดื่มขวดเล็กติดฉลากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคนละหนึ่งขวดเป็นที่ระลึก

               เมื่อเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ผู้เขียนรู้สึกว่าที่นี่ “ก็ดี” เรียบง่ายและไม่หวือหวา เนื้อหาทั้งหมดล้วนเกี่ยวกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามชื่อของพิพิธภัณฑ์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน แบ่งข้อมูลได้ 3 ช่วงเวลา อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสนามบิน อย่างไรก็ดี ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่าสนามบินสุวรรณภูมิเป็นสถานที่ที่เชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ทั่วมุมโลก อีกทั้งเรื่องราวของผู้คนที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งสนามบินก็มีความน่าสนใจและสามารถนำมาเล่าเรื่องได้อีกเช่นกัน พิพิธภัณฑ์ควรขยายเนื้อหาของนิทรรศการให้กว้างขวางมากขึ้นได้ ไม่ควรจำกัดเนื้อหาของนิทรรศการอยู่แค่ในกรอบของสนามบินเท่านั้น นอกจากนี้ความไม่พร้อมใช้บริการของอุปกรณ์ในห้องนิทรรศการ ทั้งวิดีทัศน์ จอทัชสกรีน และบางส่วนของโมเดลจำลองยังมีส่วนสำคัญที่ลดทอนความรู้ความเข้าใจและอรรถรสในการชมพิพิธภัณฑ์ลงไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง

                แม้กระนั้น ผู้เขียนยังเห็นว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมาเยี่ยมชม และได้ความรู้เกี่ยวกับการบิน ความเป็นมาของสนามบินสุวรรณภูมิมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางมายังสนามบินอยู่แล้วมีเวลาว่างเหลืออย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงในช่วงระหว่างวันของวันธรรมดา และมองหาตัวเลือกสถานที่ในการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือฆ่าเวลานอกเหนือจากการนั่งเล่นภายในอาคารผู้โดยสาร

 

ข้อมูลพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ที่อาคารลานจอดรถชั้น 4 ตรงข้ามกับอาคารผู้โดยสารชั้น 4 ประตู 8 สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 09.00-16.00 ไม่มีค่าใช้จ่าย

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ