Museum Core
สองพันปีในชีวิตของสะพานซันตันเจโล
Museum Core
27 พ.ค. 69 10
ประเทศอิตาลี

ผู้เขียน : กระต่ายหัวฟู

               กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว สะพานซันตันเจโล (Sant'Angelo Bridge) ก็เช่นกัน ซึ่งนับอายุถึงปัจจุบันสะพานแห่งนี้มีอายุเกือบสองพันปีแล้ว สะพานสวยๆ ที่มองเห็นนี้แม้มีอายุไม่เท่ากับกรุงโรม แต่อยู่คู่กับกรุงโรมมาแสนนาน การประดับตกแต่งสะพานอย่างที่เห็นก็สร้างไม่เกินสี่ร้อยปีที่ผ่านมาที่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอายุสะพานเท่านั้น ผู้เขียนมีความอยากรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของประติมากรรมที่เคยติดตั้งอยู่บนสะพานนี้ซึ่งทราบว่ามีหลายยุคสมัย จึงลองสอบถามกับ AI ทว่าข้อมูลที่ได้จาก AI กลับไม่มีระบุแม้แต่น้อยว่า เคยมีประติมากรรมอื่นบนสะพานนอกเหนือจากประติมากรรรม 10 รูปที่ออกแบบโดยเบอร์นินี่

               เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ AI ดึงข้อมูลจากสิ่งที่ผู้คนพูดถึงบนโลกอินเตอร์เน็ตมาตอบ ซึ่งมีข้อมูลเรื่องประติมากรรมของเบอร์นินี่ถูกนำเข้าระบบอัลกอริทึมมากกว่าเรื่องอื่น ทำให้ทุกครั้งคำตอบที่ได้ไม่แตกต่างจากข้อมูลที่บริษัทนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวรู้เกี่ยวกับสะพานแห่งนี้ แม้ผู้เขียนจะพยายามเปลี่ยนวิธีถามแล้วก็ตาม

               ดังที่ทราบกันดีว่า สะพานซันตันเจโลสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน (Hadrian ครองราชย์ ค.ศ. 117–138) บนฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ทางตะวันตกของกรุงโรม เดิมเรียกว่า ทุ่งวาติกัน (Ager Vaticanus) เมื่อหลายพันปีก่อนมีสภาพเป็นทุ่งที่ถูกน้ำท่วมอยู่เนืองๆ (แม้ในปัจจุบัน) เพาะปลูกไม่ได้ผลดี บริเวณนี้จึงถูกใช้เป็นสุสานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามประเพณีโรมันนั้นสุสานอยู่ตั้งอยู่นอกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง หรือนอกกำแพงกรุงโรม มีสุสานกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งสุสานสาธารณะ สุสานประจำตระกูล และสุสานจักรพรรดิ มีภาพโบราณที่แสดงให้เห็นสุสานของจักรพรรดิก่อนถูกทำลายในสมัยยุคกลาง ตัวอาคารทรงพีระมิดและทรงกระบอก  ชาวโรมันนิยมฝังศพใกล้แนวถนนที่เดินทางง่าย จึงเป็นเหตุผลให้จักรพรรดิฮาเดรียนยึดทำเลทองริมแม่น้ำใกล้จุดตัดของถนนเพื่อสร้างสุสานของตน (ชาวโรมันที่ยังไม่นับถือศาสนาคริสต์จะเผาศพ และนำอัฐใส่โกศไว้ในสุสาน)

 

ภาพที่ 1 ภาพบนบานประตูสัมฤทธิ์ของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์หลังเก่า ที่ทำขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1433 - 1445

โดยอันโตนิโอ อาเวรูลิโน (Antonio Averulino (ค.ศ.1400-1469)) (ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ประตูกลางของมหาวิหารหลังใหม่)

แสดงฉากตรึงกางเขนนักบุญปีเตอร์และทุ่งวาติกันซึ่งมีสุสานรูปพีระมิด  

               ในอดีตถนนที่ตัดผ่านทุ่งวาติกันมี 2 สาย คือ ถนนแห่งชัยชนะ (via Triumphalis) ตั้งชื่อตามเส้นทางที่กองทัพโรมันเดินทัพกลับหลังจากรบชนะชาวอีทรัสคันตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล และ ถนนคอร์เนเลีย(via Cornelia) ถนนที่ตัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ถนนทั้งสองมาบรรจบกันและตรงไปข้ามแม่น้ำไทเบอร์ที่สะพานเนโร (Pons Neronianus) ซึ่งขณะนั้นน่าจะเป็นสะพานหลักในการเดินทางเข้าสู่กรุงโรม แต่ปัจจุบันเหลือเพียงซากที่จมอยู่ก้นแม่น้ำ (ใครอยากเห็นต้องรอน้ำลด) ตั้งอยู่ข้างตอม่อของสะพานวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 (Ponte Vittorio Emanuele II) ถัดจากสะพานฮาเดรียนลงไปทางใต้ประมาณ 200 เมตร

               สะพานเอลิอุส (Pons Aelius) หรือสะพานฮาเดรียน (Pons Hadriani) เป็นชื่อที่ถูกเรียกขานนานกว่า 200 ปี ตั้งชื่อตามจักรพรรดิพูบลิอุส เอเลียส ฮาดรินุส (Publius Aelius Hadrianus) ซึ่งถูกสร้างขึ้นก่อนสุสานฮาเดรียน (จากชื่อเรียกอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่า “สะพานสร้างเพื่อข้ามไปยังสุสาน” แต่จากหลักฐาน สะพานสร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 120 เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งวัสดุไปก่อสร้างสุสาน)  

               สะพานนี้กลายเป็นเส้นทางที่สั้นและสะดวกสำหรับผู้แสวงบุญไปคารวะหลุมศพของนักบุญปีเตอร์ จนกระทั่งจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราชสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (หลังแรก) ขึ้นเหนือหลุมศพในศตวรรษที่ 4 จำนวนผู้เดินทางมาคารวะก็ยิ่งทวีจำนวน สะพานจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสะพานเซนต์ปีเตอร์ (Pons Sancti Petri) และใช้ชื่อนี้ไปนานอีกกว่า 200 ปี ชื่อซันตันเจโลเริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ.590 ด้วยนิมิตของพระสันตปาปาเกรกอรีที่ 1 (Gregory I ดำรงตำแหน่งปี ค.ศ.590-604) ที่เห็นเทวทูตยืนเหนือสุสานฮาเดรียน ซึ่งตอนนั้นเปลี่ยนหน้าที่เป็นป้อมปราการไปแล้ว

               ในช่วงเวลาพันปี นับตั้งแต่สร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์หลังแรก ภาพจินตนาการถึงกรุงโรมมีความทรุดโทรม เนื่องจากถูกกองทัพสารพัดบุกตีปล้นและเผาหลายครั้ง พลเมืองลดจำนวนลงจากหลักล้านเหลือเพียงหลักหมื่น แม้กรุงโรมจะเสื่อมลงเพียงใด โรมก็ยังเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่มีโบสถ์สำคัญ และพระธาตุของนักบุญมากมายที่ผู้คนนับถือ ทำให้จำนวนผู้แสวงบุญที่เดินทางมาจากดินแดนไกลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีศักดิ์สิทธิ์ (Holy Year หรือปัจจุบันมักเรียก Jubilee Year ซึ่งเริ่มประกาศครั้งแรกในปี ค.ศ.1300 โดยตั้งใจให้มีทุก 100 ปี แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นทุก 50 ปี ทุก 33 ปี และในที่สุดเปลี่ยนเป็นทุก 25 ปีตั้งแต่ปี ค.ศ.1475 จนถึงปัจจุบัน)

 

ภาพที่ 2 ภาพเมืองโรมในปี ค.ศ.1493  โดย Michael Wolgemut, View of Rome (Hartmann Schedel, Liber Chronicarum, Nuremberg 1493) มองเห็นวิหารน้อย 2 หลังที่หัวสะพานซันตันเจโล และเห็นด้วยว่าสะพานรองรับด้วยซุ้มโค้งแค่ 3 ช่วง

การเพิ่มซุ้มโค้งเป็น 5 ช่วงเพิ่งจะมาทำขึ้นในปี ค.ศ.1892

 

               ในปี ค.ศ.1450 เกิดเหตุโศกนาฏกรรม เมื่อฝูงชนเบียดเสียดกันบนสะพานซันตันเจโลเพื่อข้ามไปยังมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์  มีม้า (หรือลา) บนสะพานที่พยศขึ้นทำให้คนตื่นตระหนก เบียดเสียดและเหยียบทับถมกันและตกจากสะพานลงไปยังแม่น้ำ มีคนตายเกือบ 200 คน (บางข้อมูลระบุว่า 172 คน) เพื่อเป็นอนุสรณ์ต่อเหตุการณ์นี้พระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 (Nicholas V ดำรงตำแหน่งปี ค.ศ.1447-1455) จึงสั่งให้สร้างวิหารน้อย 2 หลังไว้ที่หัวสะพาน หลังหนึ่งอุทิศแด่นักบุญแมรี แม็กดาเลน (Saint Mary Magdalene) อีกหลังอุทิศแด่ทารกผู้วิมล (Holy Innocents เหล่าทารกชายที่จักรพรรดิเฮโรดให้ประหารในเบธเลเฮ็มในช่วงที่พระเยซูประสูติ) วิหารทั้งสองตั้งได้ประมาณ 80 ปีเศษ และถูกสั่งให้รื้อถอนในปี ค.ศ.1533 โดยพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 7 (Clement VII ดำรงตำแหน่งปี ค.ศ.1523-1534) ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและติดตั้งประติมากรรม 2 รูปไว้แทน

               ปัจจุบันประติมากรรม 2 รูปยังคงดำรงอยู่ที่หัวสะพาน ด้านขวาเป็นรูปนักบุญพอลสร้างโดยเปาโล โรมาโน (Paolo Romano ประมาณปี ค.ศ.1463-1464 รูปนี้เคยอยู่ในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์หลังแรก ต่อมาเมื่อมีการรื้อมหาวิหารเก่าลงเพื่อสร้างหลังใหม่จึงถูกนำไปเก็บไว้ในคลังก่อนย้ายมาตั้งที่นี่) ด้านซ้ายเป็นรูปนักบุญปีเตอร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1533 โดยลอเรนเซตโต (Lorenzetto หรือ Lorenzo Lotti (ค.ศ.1490-1541)) เชื่อกันว่ารูปนักบุญทั้งสองช่วยคุ้มครองสะพานและผู้ข้ามสะพานให้ปลอดภัย

 

ภาพที่ 3 ประติมากรรมที่หัวสะพานในปัจจุบัน (ซ้าย) นักบุญปีเตอร์ (ขวา) นักบุญพอล

 

              ในปี ค.ศ.1536 พระสันตะปาปาปอลที่ 3 (Paul III ดำรงตำแหน่งปี ค.ศ.1534-1549) เตรียมตกแต่งกรุงโรมเพื่อต้อนรับการมาเยือนของจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์  จึงมอบหมายให้ราฟาเอลโล ดา มอนเตลูโป (Raffaello da Montelupo (ค.ศ.1504/1505–1566/1567)) สร้างประติมากรรม 8 รูปเพื่อประดับตกแต่งสะพานซันตันเจโล  ราฟาเอลโลเป็นศิลปินที่มีฝีมือ และสร้างรูปเทวทูตที่เคยตั้งบนปราสาทซันตันเจโล (ปัจจุบันรูปเทวทูตถูกย้ายมาติดตั้งอยู่ในลานภายในปราสาท) งานนี้เป็นงานเร่งด่วนและชั่วคราว เขาจึงทำเป็นงานปูนปั้นรูปผู้ประกาศข่าวประเสริฐ 4 ท่าน คือ นักบุญแมทธิว มาร์ก ลุค จอห์น และรูปบรรพชนอีก 4 ท่าน คือ อาดัม โนอาห์ อับราฮัม และโมเสส (บางข้อมูลอ้างว่าทำทั้งหมด 14 รูป แต่ผู้เขียนยังไม่พบข้อมูลว่าอีก 6 รูปคือรูปอะไร) ซึ่งงานชุดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นรูปปั้นที่ดีที่สุดสำหรับเทศกาลนั้น ทำให้ยังคงตั้งอยู่บนสะพานต่อมาอีกหลายสิบปีจนกระทั่งปูนปั้นเสื่อมสภาพ

 

ภาพที่ 4 (ซ้ายไปขวา) ทูตสวรรค์ถือ แส้, เสา (ที่พระเยซูถูกมัดไว้เพื่อเฆี่ยนตี), เสื้อคลุมของพระเยซู, และผ้าซับเหงื่อและเลือด

 

               กรณีโครงการของเบอร์นินี (Giovanni Lorenzo Bernini (1598-1680)) ในปี ค.ศ.1669 เขาได้รับมอบหมายจากพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 (Clement IX ดำรงตำแหน่งปี ค.ศ.1667-1669) ให้รีโนเวทสะพานใหม่ เขาได้ออกแบบรูปทูตสวรรค์สิบองค์ถือสัญลักษณ์แห่งพระมหาทรมาน (Symbols of the Passion of Christ) ประติมากรรมที่เราเห็นอยู่บนสะพานทั้ง 10 รูปเป็นฝีมือของลูกศิษย์ในสำนักของเบอร์นินี (โดยเบอร์นินีเป็นคนออกแบบ)

 

ภาพที่ 5 (ซ้ายไปขวา) ทูตสวรรค์ถือ ตะปู, ไม้กางเขน, ฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชูบนปลายไม้ที่ยื่นให้พระเยซูดื่ม,

และหอกที่ทหารโรมันชื่อลองกินุส (Longinus) ใช้แทงพระเยซู

 

 

               เบอร์นินีได้สร้างประติมากรรม 2 รูปด้วยตนเองเป็นทูตสวรรค์ถือมงกุฎหนาม (Angel with crown of thorns) และทูตสวรรค์ถือกระดาษที่มีอักษรย่อ INRI  (Angel with scroll : INRI เป็นอักษรย่อจากคำภาษาละติน Iesus Nazarenus Rex Iudaeorum แปลว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว” เป็นการประณามพระเยซูคริสต์ตามความคิดของชาวโรมัน) ทว่ารูปทั้งสองไม่ได้อยู่ที่นี่ เนื่องจากพระสันตะปาปาเห็นว่าสวยงามเกินกว่านำมาตากแดดตากฝน ท่านจึงให้เบอร์นินีเก็บไว้ ต่อมาทายาทของเขาได้ถวายทั้งสองรูปให้แก่โบสถ์ซานตันเดรีย เดลเล ฟรัตเต้ (Sant’Andrea delle Fratte) โบสถ์อยู่ไม่ไกลจากบันไดสเปน หากใครอยากเห็นทูตสวรรค์แห่งสะพานซันตันเจโลฝีมือเบอร์นินี สามารถตามไปดูได้

 

ภาพที่ 6 เทียบประติมากรรมบนสะพานซันตันเจโลกับของเบอร์นินีในโบสถ์ คู่ซ้าย ทูตสวรรค์ถือมงกุฎหนาม

คู่ขวา ทูตสวรรค์ถือม้วนกระดาษที่มีอักษร INRI

 

               หลังจากผู้เขียนได้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งอื่นจนเขียนบทความนี้สำเร็จก็ลองสอบทานข้อมูลกับ AI ว่ามีข้อมูลตามแหล่งที่มานั้นหรือไม่ ซึ่งพบว่าขณะนี้ระบบอัลกอริทึมของ AI สามารถตอบคำถามได้ดีขึ้น เช่น ปัจจุบันบนสะพานซันตันเจโลมีประติมากรรมกี่รูป  AI ได้ปรับปรุงคำตอบใหม่ว่ามี 12 รูป และสามารถอธิบายให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยว่า 2 รูปนั้นเป็นรูปอะไร

 

แหล่งที่มาของข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Ager_Vaticanus

https://castelsantangelorome.com/ponte-sant-angelo-rome/

https://openbibart.fr/vibad/index.php?action=getRecordDetail&lang=en&idt=oba_1181154

https://en.wikipedia.org/wiki/Raffaello_da_Montelupo

https://web.archive.org/web/20070609221818/http://www.efn.org/~acd/vite/VasariBaccioM.html

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ